ความคืบหน้างานสร้างกำแพงกันคลื่นหาดบ่ออิฐ-เกาะแต้ว

ชายฝั่งทะเลแถบบ้านบ่ออิฐ เกาะแต้ว เรื่อยมาทางทิศเหนือถึงเขารูปช้าง เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำนาทับ แต่เดิมมีเพียงโครงสร้างเขื่อนกันคลื่นด้านทิศเหนือของปากน้ำเพื่อป้องกันการกัดเซาะเพียง 4 ตัว แต่เนื่องจากผลกระทบของโครงสร้างนั้นนำมาซึ่งผลกระทบชิ่งแบบเป็นโดมิโน่ของชายหาดส่วนถัดไป อีกทั้งหน่วยงานรับผิดชอบเลือกที่จะสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งต่อไปเรื่อยๆ จึงเกิดโครงสร้างทั้งเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง รอดักทราย กำแพงกันคลื่นประชิดฝั่ง ต่อเนื่องยาวไปทางทิศเหนือจวบจนถึงปัจจุบัน มีเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งรวมทั้งสิ้น 18  ตัว รอดักทราย 3 ตัว และกำแพงกันคลื่นตลอดทั้งแนวยาวประมาณ 8.5 กิโลเมตร ริมถนนหมายเลข สข3004 และแน่นอนว่า ชายหาดด้านถัดไปของตำแหน่งสิ้นสุดโครงสร้างตัวสุดท้าย ซึ่งสำหรับบริเวณนี้คือปลายกำแพงกันคลื่น ย่อมเกิดการกัดเซาะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรมเจ้าท่า ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นบริเวณนี้พร้อมโครงสร้างประกอบอื่นๆเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะทาง 3,450 เมตร งบประมาณ 219,935,000 บาท จะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2564 โดยทาง Beach Lover ได้เคยนำเสนอไปเมื่อกลางปี 2562 ในช่วงที่โครงการเพิ่งริเริ่มก่อสร้าง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/กำแพง-เขารูปช้าง/ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นนี้อย่างต่อเนื่อง พบการเปลี่ยนแปลงของชายหาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึง สิงหาคม 2563 ตามรูป […]

Beachlover

August 25, 2020

กำแพงกันอะไร ? ช่วงปลอดมรสุม

ภาพเมื่อ: สิงหาคม 2563 แหลมตาชีหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าแหลมโพธิ์ ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สำคัญเมื่อกล่าวถึงชายหาดแห่งเมืองปัตตานี โดยสภาพทั่วไปแล้วแหลมตาชีจะงอกยาวขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากตะกอนทรายเลียบชายฝั่งที่เคลื่อนตัวจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ Beach Lover ได้ลงสำรวจชายหาดบริเวณแหลมตาชีช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบตะกอนทรายไหลมากองอยู่บริเวณชายทะเลแถบนี้จำนวนมาก พบว่ากำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งความยาวประมาณ 320 เมตร ที่เคยสร้างไว้เดิม (ไม่ทราบหน่วยงานเจ้าของงาน) เพื่อป้องกันชายฝั่งยามมรสุมนั้นหมดหน้าที่ลงเนื่องจากคลื่นไม่สามารถวิ่งเข้ามาปะทะกำแพงได้ อย่างไรก็ตาม คาดเดาได้ว่าในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ คลื่นและน้ำทะเลน่าจะเข้ามาปะทะถนนที่ตัดประชิดชายหาดมากๆแห่งนี้จนชำรุดเสียหาย เนื่องจากพบร่องรอยการซ่อมแซมถนน สำหรับชายฝั่งทะเลประเทศไทยระยะทางสามพันกว่ากิโลเมตรนั้น มีถนนจำนวนมากที่ตัดประชิดเลียบชายหาด จำนวนไม่น้อยวางตัวอยู่บนสันทรายธรรมชาติริมชายหาด ยามปลอดมรสุมถนนเส้นนั้นก็คงอยู่รอดปลอดภัย แต่ยามมรสุมเข้าเมื่อใด ก็มักจะเรียกร้องหาโครงสร้างมาป้องกันถนน เป็นเรื่องน่าคิดว่า เราจะอนุญาตให้ถนนตัดเลียบประชิดชายฝั่งแบบนี้ แล้วเรียกร้องหาโครงสร้างทางวิศวกรรมอีกชั้นหนึ่งมาป้องกันถนนจากอิทธิพลของคลื่นลมยามมรสุม ซึ่งนั่นหมายถึงงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อการก่อสร้างและบำรุงรักษา หรือเราควรสงวนพื้นที่บางส่วนริมชายฝั่งไว้ ให้คลื่นได้มีพื้นที่ “Exercise” ช่วงมรสุม โดยการถอยถนนออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย

Beachlover

August 20, 2020

งานขุดลอกปากร่องน้ำบางสะพาน

[ภาพเมื่อ: 17 ส.ค. 2563] งานขุดลอกปากร่องน้ำริมทะเลถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมเจ้าท่าเพื่อการดูแลร่องน้ำเดินเรือทั่วประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน Beach lover ได้ลงสำรวจพื้นที่ปากคลองบางสะพาน ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ พบงานขุดลอกปากร่องน้ำภายในระยะเวลา 60 วัน รวมปริมาตรทราย 50,000 ลบ.ม. โดยไม่มีรายละเอียดของงบประมาณ รวมถึงวันที่เริ่มและสิ้นสุดการดำเนินงาน การที่ตะกอนทรายไหลมาปิดปากร่องน้ำจนเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมักเกิดขึ้นเฉพาะบางฤดูกาล แล้วปากแม่น้ำก็จะกลับมาเปิดเองตามกระบวนการทางธรรมชาติ ในอดีตกรมเจ้าท่าใช้วิธีการขุดลอกปากร่องน้ำแบบที่เห็นในภาพนี้กับทุกปากร่องน้ำที่เกิดปัญหา ระยะต่อมา กรมเจ้าท่าได้สร้างโครงสร้างป้องกันปากร่องน้ำที่เรียกว่า เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) บริเวณร่องน้ำชายทะเลหลายแห่ง เพื่อบรรเทาปัญหาทรายปิดปากร่อง กระนั้นก็ตาม ตัวโครงสร้าง Jetty นี้ ได้ส่งผลกระทบให้พื้นที่ถัดๆไปเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ศึกษาเพิ่มเติมได้จากโพสเก่าๆหมวดสถานการณ์ฯ และคดีชายหาดสะกอม) เป็นเรื่องน่าคิดต่อ ว่าคุ้มกันหรือไม่ หากกรมเจ้าท่ากลับมาใช้วิธีการขุดลอกแบบเดิมทดแทนการสร้าง Jetty ซึ่งก็จะไม่ส่งผลให้ชายหาดในพื้นที่ถัดไปเกิดการกัดเซาะจนเป็นเหตุให้ต้องสร้างโครงสร้างป้องกันชายหาดต่อไปเรื่อยๆ หรือเราควรสร้าง Jetty ปริเวณปากร่องน้ำชายทะเลทั่วประเทศเพื่อลดภาระการขุดลอกร่องน้ำของกรมเจ้าท่า โดยยอมแลกกับความพังพินาศของชายหาดข้างเคียง

Beachlover

August 18, 2020

พาชมหาดขั้นบันไดแห่งใหม่ของเมืองเพชร!

พาไปชมโครงการที่กำลังก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พื้นที่ชายหาดชะอำใต้ ระยะทาง 1.438 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณ 102.924 ล้านบาท เริ่มดำเนินการในปี 2562 ต่อเนื่องถึงปี 2564 ทั้งนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ตั้งงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชายหาดชะอำ ระยะที่ 3 ต่อจากเฟสนี้ที่กำลังจะแล้วเสร็จไปอีก 647 เมตร รวมงบประมาณทั้งสิ้น 48.5 ล้านบาท โดยผูกพันตั้งแต่ปี 2564-2566 นอกจากนี้ยังพบว่าร่างงบประมาณปี 2564 ของ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม (ขาวคาดแดง) ได้ตั้งงบประมาณเพื่อศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวชายหาดชะอำ ไว้ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 18 ล้านบาท โดยผูกพันตั้งแต่ปี 2564-2565 บนพื้นที่ชายหาดชะอำเช่นเดียวกัน ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กัดเซาะ-ชะอำ-เอาไงดี/ สิ่งที่ควรตั้งข้อสังเกตคือ โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเหมือนกันจากคนละหน่วยงาน บนพื้นที่เดียวกันนี้ ได้มีการปรึกษาหารือ หรือที่เรียกเป็นคำพูดที่สวยหรูเข้ากับยุคสมัยว่า “บูรณาการ” กันหรือไม่ ในขณะที่หน่วยงานหนึ่งกำลังก่อสร้างกำแพง จะมีผลต่องานศึกษาเพื่อสำรวจออกแบบการเติมทรายของอีกหน่วยงานหรือไม่

Beachlover

August 17, 2020

สงบเมื่อไหร่ … ที่นี่คือเพชรเม็ดงามแห่งอ่าวไทย

[ภาพเมื่อ 10 ส.ค.2563] 1 ในจังหวัดชายทะเลที่ยังคงสภาพชายหาดที่สมบูรณ์สวยงาม ปรุงแต่งน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ คือที่นี่ ชายหาดจังหวัดปัตตานี หากเหตุการณ์ความไม่สงบได้สงบลงเมื่อไหร่ ปัตตานี คือเพชรเม็ดงามของหาดทรายฝั่งอ่าวไทย นี่คือภาพบางส่วนของชายหาดในจังหวัดปัตตานีจากงานสำรวจสนามช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2563

Beachlover

August 13, 2020

ถนนเลียบทะเลปานาเระ หายไปไหน?!?

[ภาพเมื่อ 9 ส.ค.2563] ใครผ่านไปผ่านมาแถบปานาเระ จ.ปัตตานี จะพบถนนเลียบทะเลที่ขาดลงในระยะประมาณ 1.3 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกของปากร่องน้ำปานาเระ ที่มีโครงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) และเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง 4 ตัว (ปัจจุบันหลงเหลือเพียง 1 ตัว) ทางทิศตะวันตกของปากร่องน้ำ ตามจริงแล้วหากถนนไม่ขาดลง เราสามารถใช้เส้นทางนี้วิ่งจากปากน้ำปานาเระไปถึงแหลมตาชีได้เลย Beach Lover ได้เคยลงพื้นที่สำรวจบริเวณนี้แล้วเมื่อสองปีก่อน จนถึงวันนี้พบว่ายังไม่มีการซ่อมแซม หรือสร้างถนนเส้นนี้ใหม่แต่อย่างใด หากสังเกตการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งบริเวณนี้จากภาพถ่ายดาวเทียม Google earth พบว่า ตำแหน่งที่ถนนเส้นนี้ประชิดชายหาดมากที่สุด ก็ยังห่างจากแนวระดับน้ำประมาณ 70 เมตร (สังเกตจากภาพ ก.พ.2005) โดยเริ่มพบการกัดเซาะของถนนนี้อย่างชัดเจนจากภาพถ่ายเดือน ม.ค.ปี 2011 ซึ่งอาจเกิดการกัดเซาะก่อนหน้านั้นแต่ไม่ปรากฏหลักฐานจากภาพถ่ายเพราะไม่มีภาพถ่ายในช่วงระหว่าง 2005-2011 คาดว่าการกัดเซาะถนนเส้นนี้เกิดจากผลกระทบของโครงสร้าง Jetty และเขื่อนกันคลื่นทางทิศตะวันตกของปากร่องน้ำ ที่ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะในพื้นที่ถัดๆไปทางทิศตะวันตก ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2011 (ภาพ ส.ค.2011) พบการไหลของทรายจากฝั่งตะวันออกมาปิดปากร่องน้ำปานาเระแม้จะมีโครงสร้างป้องกันอย่าง Jetty แล้วก็ตาม และไหลล้นข้ามร่องน้ำมาตามธรรมชาติจวบจนถึงปัจจุบัน เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือเข้าออก แม้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะขุดลอกอย่างไร ก็ไม่เท่าทันกับสถานการณ์ทรายที่ล้นมาปิดปากร่องน้ำ […]

Beachlover

August 12, 2020

ใครรุก ใครล้ำ @ เทพา จ.สงขลา

หากใครได้เห็นภาพด้านล่างนี้อาจจะรู้สึกว่ารีสอร์ทริมหาดเทพานี้กำลังรุกล้ำพื้นที่ชายหาด แต่ความเป็นจริงก็คือ ชายฝั่งเทพา จ.สงขลา เกิดการกัดเซาะมาอย่างต่อเนื่องหลังจากการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำเทพา พร้อมเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งอีก 5 ตัว ส่งผลกระทบหนักกับชายหาดด้านทิศเหนือของปากน้ำ เมื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งบริเวณนี้จาก Google Earth ใน 5 ช่วงเวลา พบว่าเริ่มเห็นการดำเนินการในพื้นที่ด้านหน้าทะเลของรีสอร์ทโดยการถมดิน ไม่แน่ใจว่าเป็นไปเพื่อป้องกันพื้นที่ตนเองช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ในปลายปี 2015 หรือเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้ประโยชน์ด้านหน้าชายหาด สังเกตจากวงกลมสีแดงในแต่ละภาพ แสดงตำแหน่งของรีสอร์ท จากภาพมุมสูงที่ถ่ายในช่วง ก.ค.2563 พบกำแพงแสดงขอบเขตพื้นที่สิ้นสุดในแนวเดียวกันกับขอบฝั่งของพื้นที่ผืนถัดไปจากรีสอร์ท ซึ่งอาจจะหมายถึงตำแหน่งของขอบเขตที่ดินด้านหน้าทะเลซึ่งไม่ได้ยื่นล้ำลงไปในทะเลมากเท่ากับพื้นที่ดินถมด้านหน้ารีสอร์ท ” ใครรุกใครล้ำใครกันแน่” เรื่องราวนี้สามารถพิสูจน์กันได้ด้วยหมุดหลักเขตที่ดิน หมุดควบคุมทางน้ำของกรมเจ้าท่า ซึ่งตามปกติแล้ว มักหาไม่ค่อยเจอในพื้นที่แบบนี้ …..

Beachlover

August 8, 2020

ชุมชนประมงตรงนี้จะรู้หรือไม่ว่า?

[ภาพเมื่อ: มิ.ย.2563] ชุมชนประมงบริเวณนี้ จะทราบหรือไม่ว่า หากการก่อสร้างกำแพงทางตอนใต้แล้วเสร็จ พื้นที่ที่ใช้จอดเรือกันอยู่ในเวลานี้อาจหดหายไป ถนนเส้นเล็กๆที่ใช้สัญจรกันริมทะเลอาจถูกกัดเซาะ จนท้องถิ่นเอาไม่อยู่และจำเป็นต้องเรียกร้องโครงการป้องกันแบบ “หาดเพื่อนบ้าน” ซึ่งต่อมาพื้นที่แห่งนี้ก็อาจถูกแทนที่ด้วยกำแพงขนาดใหญ่เหมือน “หาดเพื่อนบ้าน” เมื่อถึงเวลานั้นในช่วงมรสุม หากไม่คิดค้นนวัตกรรมในการนำเรือปีนกำแพงขึ้นมาจอดบนถนน ก็อาจจำเป็นต้องนำเรือไปจอดที่อื่นชั่วคราว หรือปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไป  เรื่องราวแบบนี้เป็นเหมือนฉากหนังที่วนซ้ำไปซ้ำมา จนชายหาดสามพันกว่ากิโลเมตร ถูกขลิบด้วยกำแพงกันคลื่นไปเกือบสองร้อยกิโลเมตรแล้ว  หากชุมชนชายฝั่งผู้มีส่วนได้เสียถูกให้ข้อมูลที่ถูกต้องอย่างรอบด้านแล้วยอมรับผลกระทบจากโครงการที่เกิดขึ้นบน “หาดบ้านเพื่อน” ทุกฝ่ายก็คงเคารพการตัดสินใจนั้น แต่หากชาวบ้านได้รับฟังข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน และไม่รอบด้านพอต่อการตัดสินใจ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นนั้นถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เราจะเห็นภาพแบบนี้วนซ้ำไปซ้ำมาอีกนานเท่าไหร่ คงขึ้นอยู่กับความจริงใจของรัฐในการรับฟังเสียงของประชาชน

Beachlover

August 6, 2020

เปิดภาพมุมสูงกำแพงกันคลื่นที่กำลังก่อสร้างใน 7 พื้นที่

[ภาพเมื่อ: ก.ค.2563] Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจกำแพงกันคลื่นตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ข้อมูลที่ได้นั้นเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนที่เผยให้เห็นถึงการระบาดของโครงสร้างป้องกันชายฝั่งประเภท “กำแพงกันคลื่น” (Seawall) ที่เริ่มพบการระบาดหนักหลังปี 2556 เนื่องจากถือเป็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ไม่ต้องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) (ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จาก https://beachlover.net/ประกาศ-eia-2555/ และ https://beachlover.net/ประกาศกระทรวงทรัพยากร-2/ ) ในร่างงบประมาณประจำปี 2564 นี้ รัฐ ได้ตั้งงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งไว้ใน 3 กรม จาก 3 กระทรวง รวม 1,735,484,800 บาท (ศึกษาเพิ่มเติมจาก https://beachlover.net/ร่างงบประมาณ-ชายฝั่ง-2564/) โดยทั้ง 80 โครงการในปี 2564 จาก 3 กรมนั้น เกือบทั้งหมดเป็นโครงสร้างกำแพงกันคลื่นที่ไม่จำเป็นต้องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากพื้นที่นั้นมี “ความจำเป็น” มากเพียงพอ และหา “ทางรอด” โดยใช้มาตรการอื่นๆไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้โครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบชั่วคราว การเติมทรายชายหาด หรือการใช้มาตรการอื่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ควรแสดงเหตุผลอย่างเพียงพอ พร้อมทั้งหาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาโครงการ หากดำเนินการอย่างครบถ้วน […]

Beachlover

August 5, 2020

ไทยแลนด์ ริเวียร่า @ ประจวบคีรีขันธ์

ประจวบคีรีขันธ์เป็น 1 ใน 23 จังหวัดที่มีชายฝั่งทะเลที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศไทย จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพบว่ามีความยาวประมาณ 247 กิโลเมตร ประจวบฯ ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดชายทะเลภายใต้โครงการไทยแลนด์ ริเวียร่า (Thailand Riviera) หรือ การพัฒนาการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล เพื่อยกระดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลเพื่อการพักผ่อนระดับโลก อย่างเช่น French Riviera ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นนโยบายที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลยุค คสช จนถึงรัฐบาลยุคนี้ หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาถนนเลียบชายหาด จ.ประจวบคีรีขันธ์  Beach Lover พบโครงสร้างกำแพงกันคลื่นรูปแบบต่างๆเกือบตลอดแนวชายหาดที่มีชื่อเสียงของประจวบคีรีขันธ์ หลายแห่งไม่เคยมีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ทั้งหมดเป็นไปเพื่อความมั่นคงของถนนเลียบชายหาด และยังพบโครงการที่กำลังก่อสร้างและซ่อมแซมเพิ่มอยู่อีกหลายแห่ง ชายหาดแบบนี้เองหรือ ที่รัฐรู้สึกว่าสวย? ชายหาดแบบนี้ใช่ไหม ที่เหมือน French Riviera ? ชายหาดแบบนี้หรือ ที่ทำเพื่อดึงเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว ? นี่อาจจะหมายถึง “ความเรียบร้อย” “ความเป็นระเบียบ” “ความมั่นคง” ของชายหาด ตามคำนิยามของหลายๆหน่วยงาน  หากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองเพื่อการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ เราอาจได้ชายหาดที่ “ถูกขลิบ” ตลอดแนวสามพันกว่ากิโลเมตร เมื่อถึงเวลานั้น ภาพหาดทรายที่เราถ่ายเก็บไว้ในยุคสมัยนี้ อาจกลายเป็นเพียงความทรงจำที่มิอาจย้อนคืนได้ สุดท้ายเราอาจได้ถนนที่มั่นคงแข็งแรงเลียบประชิดฝั่ง …. แต่อาจสูญสิ้นหาดทรายธรรมชาติอย่างถาวร

Beachlover

August 5, 2020
1 … 31 32 33 … 41