หาดในยางช่วงมรสุม

ตามที่ Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องธรรมชาติของชายหาด รวมถึงความแตกต่างของชายหาดในช่วงมรสุมและปลอดมรสุมไปแล้วหลายครั้ง ติดตามบางส่วนได้จาก https://beachlover.net/หาดช่วงมรสุมและปลอดมรสุม-แตกต่างกันอย่างไร/ และ https://beachlover.net/ชายหาดมีฤดูกาล/ หาดในยางเป็นชายหาดที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ห่างจากสนามบินภูเก็ตเพียง 1 กิโลเมตร อยู่ทางตอนเหนือของเกาะภูเก็ตฝั่งตะวันตกติดกับหาดไม้ขาวและหาดในทอน ชายหาดในยางมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ส่วนที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติสิรินาถประมาณ 1 กิโลเมตร และ นอกอุทยานฯ อีกประมาณ 2 กิโลเมตร หาดในยาง เป็นหาดที่เงียบสงบ และเป็นธรรมชาติ แตกต่างจากหาดอื่นๆ ในภูเก็ตเช่นหาดป่าตอง, กะตะ, กะรน แม้แต่คนภูเก็ตเองก็ยังนิยมหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนที่หาดนี้ ความโดดเด่นของหาดนี้อยู่ที่น้ำทะเลใส หาดทรายสะอาด ใต้น้ำมีแนวปะการัง หอยทะเลหายาก เป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล กับจักจั่นทะเล ร่มรื่นด้วยแนวต้นสน (https://www.emagtravel.com/archive/naiyang-beach.html) วันนี้ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของชายหาดในยาง จ.ภูเก็ตในช่วงมรุสมตะวันตกเฉียงใต้ และยังเป็นช่วงที่ทะเลแถบอันดามันได้รับผลกระทบจากพายุโนอึลประจวบเหมาะในวันนี้พอดี พบว่าต้นสนริมชายหาดรากลอยหลายต้น ซึ่งถือว่าเป็นปกติของชายหาดแถบนี้ในช่วงมรสุม ที่ระดับน้ำจะยกตัวสูงขึ้นจนคลื่นวิ่งเข้ามาเซาะทรายที่รากต้นสนซึ่งมีแต่รากแผ่ในระดับตื้น จนทรายที่กลบทับรากต้นสนนั้นถูกแรงของคลื่นกระทบและกระชากออกไป นอกจากนี้ยังพบชายหาดตัดเป็นสันชัน (Beach scarp http://www.beachapedia.org/Scarp) แม้ไม่สูงมาก […]

Beachlover

September 18, 2020

หาดสนกระซิบกัดเซาะจนต้องสร้างกำแพงกันคลื่น

หาดสนกระซิบเป็นชายหาดทรายขาวยาวต่อเนื่องประมาณ 620 เมตร อยู่ติดต่อกับเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เป็นหาดสาธารณะ มีต้นสนบริเวณชายหาด ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ เนื่องจากเป็นชายหาดสั้นๆและไม่มีป้ายบอกทางที่ชัดเจนนัก หาดที่นี่จึงค่อนข้างเงียบสงบ มีร้านค้าร้านอาหารบางตา Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจในช่วงเดือนกันยายน พบว่าชายหาดค่อนข้างสมบูรณ์ ไร้ร่องรอยการกัดเซาะระดับรุนแรง มีเพียงต้นสนริมทะเลที่ถูกคลื่นซัดเอาทรายกลบรากออกไป จนบางต้นรากลอย นับได้ประมาณ 3-4 ต้นเท่านั้นทางฝั่งตะวันออกของชายหาด ซึ่งมักเกิดขึ้นได้กับทุกชายหาดในช่วงฤดูมรสุม โดยภาพรวมชายหาดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีการนำหินมาถมด้านหน้าลานปูนที่สร้างล้ำลงไปบนชายหาด โดยสร้างไว้เพื่อตั้งรูปปั้นและป้ายชื่อชายหาด ด้วยสภาพชายหาดแบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่ากำลังจะเกิดโครงการป้องกันชายหาดด้วยกำแพงกันคลื่น (ไม่ทราบรูปแบบและระบุระยะทาง) ด้วยงบประมาณ ปี 2564 ต่อเนื่องถึงปี 2566 จำนวน 60 ล้านบาท (รวมเอาโครงการหาดหนองแฟบเข้าไปผนวกด้วยในงบตัวเดียวกัน) โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง จะสร้างอะไร อย่างไร ได้ผลแบบใด เป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงกันได้ แต่หากไร้ซึ่ง “ความจำเป็น” ที่เป็น “เหตุ” แล้วนั้น ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ย่อมไร้ซึ่ง “ความชอบธรรม” ในการดำเนินโครงการทั้งสิ้น

Beachlover

September 16, 2020

ชายหาดหดหาย ชาวประมงไร้ที่จอดเรือ

เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2563 นายกฯและคณะได้ลงพื้นที่ จ.ระยอง และได้เดินทางมารับฟังปัญหาของชาวประมงพื้นบ้านหาดบ้านเพ อ.แกลง รายละเอียดติดตามได้จาก https://tna.mcot.net/politics-516590 โดยชาวประมงได้ร้องเรียนว่าชายหาดแถบนี้สั้นลงเรื่อยๆจนจอดเรือไม่ได้โดยเฉพาะช่วงเวลาน้ำขึ้น Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายฝั่งในพื้นที่เดียวกัน เมื่อต้นเดือนกันยายน 2563 พบว่าพื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของหาดสนสวน มีลักษณะเป็นหาดทรายยาววางแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ตั้งแต่ปากน้ำแกลงเรื่อยไปจนถึงสามแยกที่เชื่อมไปยังถนนสุขุมวิท ระยะทางตลอดแนวชายฝั่งประมาณ 5 กิโลเมตร ชุมชนประมงบริเวณนี้ใช้พื้นที่ชายหาดเป็นที่จอดเรือประมงขนาดเล็ก วางอุปกรณ์ประมง แล้วใช้พื้นที่ริมถนนเลียบทะเลติดกับที่จอดเรือเป็นพื้นที่วางแผงขายผลผลิตที่ได้จากการประมง เรียกได้ว่า เมื่อเอาขึ้นฝั่งก็นำมาขายกันแบบสดๆได้ทันที จากภาพพบว่า คราบน้ำขึ้นสูงสุดของวันอยู่ในระยะประมาณตำแหน่งท้ายเรือพอดี เป็นไปได้ว่าในช่วงน้ำเกิดที่พิสัยของระดับน้ำขึ้นลงสูงกว่าปกติ น้ำจะขึ้นไปสูงกว่านี้จนเรือลอย และคลื่นที่วิ่งเข้าฝั่งอาจทำให้เรือที่ลอยอยู่นั้นกระแทกกันเองและกระแทกกับขอบคอนกรีตด้านริมถนนจนเกิดความเสียหายได้ นอกจากนี้ Beach Lover ยังพบว่าทางทิศตะวันตกประชิดชุมชนประมงมีลานคอนกรีตเอนกประสงค์ยื่นลงไปบนชายหาดตามภาพ สำหรับชายหาดสวนสน พบว่าการเคลื่อนที่ของตะกอนเลียบชายฝั่งมีทิศทางจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก ดังนั้นหากมีโครงสร้างบางอย่างยื่นออกมาล้ำเขตอิทธิพลของคลื่น จะเป็นการรบกวนสมดุลของกระบวนการชายฝั่งทะเลนี้ นี่อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เร่งให้ชายหาดบริเวณชุมชนประมงหาดหายไปอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้น ทางทิศตะวันตกถัดไปทางท่าเรือบ้านเพ พบว่ามีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งหลากหลาย ทั้งกำแพงกันคลื่นแนวดิ่ง เขื่อนกันคลื่นท่าเทียบเรือ ซึ่งสร้างเสร็จไปนานแล้ว และกำลังก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดยาว 520 เมตร ที่กำลังจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2563 นี้ น่าวิเคราะห์กันต่อว่า ชายหาดหน้าชุมชนประมงนี้หดหายตามคำบอกเล่าของชาวบ้านไปเท่าไหร่แล้วเมื่อเทียบกับอดีต ด้วยสาเหตุใด และอะไรเป็นตัวเร่งปรากฏการณ์นี้กันแน่

Beachlover

September 13, 2020

หาดพัทยา น่าเที่ยวแค่ไหน

Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวของการเติมทรายชายหาดพัทยาไปแล้วหลายครั้ง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/เติมทราย-พัทยา/ และ https://beachlover.net/บทเรียน-เติมทราย-พัทยา/ กระนั้นก็ตามทุกครั้งที่ฝนตกหนัก งานเติมทรายชายหาดพัทยาก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก น้ำฝนไหลบ่าทะลักลงสู่ชายหาดจนกัดเซาะเป็นร่องลึก หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องขุดทรายและขนทรายมาปิดบาดแผลนี้เป็นประจำ ตามที่ Beach Lover ได้เคยนำเสนอไปแล้ว https://beachlover.net/ฝนตกหนัก-พัทยา-หาดพัง/และ https://beachlover.net/หาดพัทยา-18-ต-ค-2562/ หาดพัทยาก็ไม่ต่างจากหาดท่องเที่ยวในระดับ International tourism beaches อื่นๆในช่วง COVID-19 ที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยจากภัยคุกคามนี้ https://beachlover.net/หาดพัทยา-covid19/ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เติมทรายชายหาดพัทยาในเดือนกันยายน 2563 พบทรายที่ถูกเติมแล้วเสร็จเมื่อกุมภาพันธ์ 2562 ด้วยงบประมาณ 420 ล้านบาท โดยกรมเจ้าท่านั้น ยังคงสภาพดี หาดยังกว้างมากกว่า 50 เมตร ยกเว้นยามฝนตกหนักที่ยังคงมีปัญหาตามที่ได้นำเสนอไปแล้ว แม้เป็นช่วงเย็น แต่พบว่าชายหาดเงียบสงบ มีผู้ใช้ชายหาดอย่างบางตา แม้ร่มเตียงชายหาดที่ถูกกางเพื่อทำมาค้าขายลดลงไปจากเดิมมากกว่าครึ่ง แต่ก็พบว่าแทบไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการเลย รถราสามารถหาที่จอดได้ง่ายริมถนนสายเลียบทะเลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้คนที่เคยเดินขวักไขว่แทบจะชนกัน ภาษาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่โหวกเหวกโวยวาย บัดนี้ภาพเหล่านั้นได้หายไปจนหมดสิ้น ชายหาดพัทยายาว 2.8 กิโลเมตร ได้กลับมาเป็นของคนไทยอีกครั้ง แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง ธุรกิจที่ต้องปิดตัว […]

Beachlover

September 11, 2020

บ่อคณฑี โดมิโน่ตัวแรก ล้มทั้งกระดาน!

เขื่อนกันทรายและคลื่นปากคลอง (Jetty) ระบายน้ำของกรมชลประทาน ณ บ้านบ่อคณฑี ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สร้างขึ้นเพื่อป้องกันทรายไม่ให้ไหลมาปิดปากร่องน้ำ สร้างเสร็จเมื่อปี 2527 ความยาว 75 เมตร โดยกรมชลประทาน เนื่องจากในช่วงเวลานั้น กรมใช้คลองสายนี้เป็นคลองระบายน้ำออกทะเล จากพื้นที่ชลประทานแถบนั้น Beach Lover ได้นำเสนอไปหลายครั้งแล้วถึงผลกระทบของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) ซึ่งจะกีดขวางการเคลื่อนที่ของตะกอนเลียบชายฝั่ง ซึ่งในพื้นที่ อ.ปากพนัง มีทิศเคลื่อนที่จากทิศใต้ไปทางทิศเหนือ โครงสร้างนี้จึงส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อชายหาดทางทิศเหนือของโครงสร้าง โดยพบว่าเกิดการกัดเซาะไปถึง 87.7 เมตร ระหว่างปี 2517-2538 ในปี 2527 ชาวบ้านได้ทําหนังสือเรียกร้องไปที่สำนักงานชลประทานที่ 11 อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชแจ้งให้ทราบถึงการกัดเซาะของแนวชายฝั่ง ซึ่งได้ส่งผลเสียหายต่อพื้นที่ของชาวบ้าน ทางเจ้าหน้าที่กรมชลประทานจึงได้เสนอแนะ ให้ทางส่วนราชการจังหวัดติดตามดูแลปัญหาการกัดเซาะของแนวชายฝั่ง หลังจากนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก่กรมชลประทาน และกรมเจ้าท่า ได้เข้ามาแก้ปัญหาในพื้นที่โดยการสร้างโครงสร้างรอดักทรายรูปตัวทีต่อยาวจากปากคลองระบายน้ำบ่อคณฑีไปจำนวน 19 ตัว และรูปตัวไออีก 4 ตัว รวมระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเสร็จในปี 2543 หลังจากนั้น ชายหาดของ อ.ปากพนัง […]

Beachlover

September 9, 2020

ใครรุกใครล้ำใครกันแน่ @ ตะโละกาโปร์

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ประชิดชายหาดไปแล้วในหลากหลายครั้ง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/ใครรุกใครล้ำ-หว้าโทน/ และ https://beachlover.net/ใครรุกใครล้ำใครกันแน่/ และ https://beachlover.net/ใครรุก-ใครล้ำ-เทพา/ และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่จะทยอยนำมาเล่าสู่กันฟัง ครั้งนี้ของฉายภาพให้เห็นอีก 1 พื้นที่ คือชายหาดตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นอีกหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดปัตตานี ลักษณะเป็นหาดทรายขาวสะอาดขนานกับชายฝั่งทะเล ในบางช่วงเวลาจะมีเรือกอและของชาวประมงจอดอยู่เป็นจำนวนมาก ริมหาดร่มรื่นด้วยทิวสนและต้นมะพร้าว Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจชายหาดตะโละกาโปร์ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบโครงสร้างที่ดูเหมือนจะรุกเข้าไปอยู่ในพื้นที่อิทธิพลของคลื่นลมยามมรสุม โดยพบความเสียหายของส่วนที่เป็นลานปูนซึ่งยื่นลงไปบนชายหาด รวมถึงสภาพโครงสร้างโดยรวมก็ชำรุดเสียหายและถูกทิ้งร้างไม่มีการใช้ประโยชน์มาสักระยะหนึ่งแล้ว ตามภาพ เมื่อสังเกตพื้นที่ข้างเคียงพบว่า แนวระดับน้ำขึ้นสูงสุด ณ วันที่สำรวจนั้น (1 วันก่อน Neap tide หรือน้ำตาย) ล้ำขึ้นมาจนถึงส่วนของลานปูนที่ชำรุดเสียหาย สังเกตได้ง่ายๆจากร่องรอยของคราบน้ำและซากของวัสดุเบาที่น้ำซัดขึ้นฝั่ง พบว่า แม้ในวันสำรวจจะเป็นช่วงที่พิสัยของน้ำขึ้นน้ำลงนั้นแคบ (Neap Tide หรือ น้ำตาย) ระดับน้ำสูงสุดในวันนั้นก็ล้ำเข้ามาถึงลานปูนของโครงสร้างประชิดฝั่งนี้ หากเป็นช่วงที่พิสัยการขึ้นลงของน้ำกว้าง (Spring tide หรือ น้ำเกิด) […]

Beachlover

September 8, 2020

หาดบางเก่า ปัตตานี สมบูรณ์ประมาณนี้

หาดบางเก่า ตั้งอยู่ในตำบลบางเก่า มีชื่อเรียกเดิมว่า “มืองาแบ” หมายความว่าเนินดินที่ร่องน้ำธรรมชาติอยู่ส่วนกลาง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะแรกเริ่มนั้นบางเก่าเป็นพื้นที่เป็นป่าโดยธรรมและมีคลองไหลผ่านไปทางทะเลและแต่เดิมนั้นบางเก่าขึ้นอยู่กับตำบลปะเสยะวอ ต่อมาจึงได้แยกออกมาเป็นตำบล “บางเก่า” จนมาถึงปัจจุบัน (ที่มา: https://www.thaitambon.com/tambon/940704) Beach Lover ได้เคยนำเสนอกิจกรรมติดตามสภาพชายหาดโดยเยาวชน ณ หาดบางเก่า จ.ปัตตานี ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของปากแม่น้ำสายบุรี ไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว สามารถติดตามได้จาก https://beachlover.net/วัดหาด-บางเก่า-ปัตตานี/ และ https://beachlover.net/เยาวชนวัดหาด-บางเก่า/ Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่ชายหาดบางเก่าในช่วงต้นเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบชายหาดกว้าง ยาวต่อเนื่องและไร้ร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งในระดับรุนแรง มีบ้านเรือนและโรงเรือนเก็บอุปกรณ์ประมงตั้งอยู่ในระยะประชิดชายหาดอย่างประปราย พบว่ามีถนนเลียบชายหาดตลอดแนว บางตำแหน่งอยู่ในระยะประชิดชายหาดค่อนข้างมากและมีสภาพค่อนข้างใหม่ แต่ในบางตำแหน่งก็กระเถิบห่างออกไปในระยะปลอดภัย น่าสนใจติดตามว่า ช่วงฤดูมรสุมประจำปี หรือในช่วงที่มีเหตุการณ์พิเศษเช่น พายุซัดฝั่ง ชายหาดแห่งนี้จะมีสภาพเป็นอย่างไร บ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมชายหาด และถนนเส้นที่ว่านี้จะยังอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ เราปฎิเสธการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนหนทางได้ยาก ตราบเท่าที่เราต้องการการพัฒนาในพื้นที่ แต่จากบทเรียนที่ผ่านมา ผู้วางผังการพัฒนาเมือง ควรตระหนักถึงธรรมชาติของชายหาดได้แล้วว่า ชายหาดต้องการพื้นที่ “Exercise” เพื่อรองรับคลื่นลมในยามมรสุมและปลอดมรสุมไม่เท่ากัน หากเราไม่ยอมรับและเรียนรู้ร่วมกันในประเด็นนี้ อาจนำพาความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินในระดับที่ผู้กำหนดนโยบายเองก็มิอาจประเมินได้

Beachlover

September 7, 2020

หาดสร้อยสวรรค์ … ฤาจะเหลือแต่ชื่อ ?

หาดสร้อยสวรรค์ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายหลักสงขลา-ปัตตานี ตอนเหนือของปากน้ำเทพา ซึ่งมีโครงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำเทพา 1คู่ พร้อมด้วยเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งจำนวน 5ตัว และโครงสร้างป้องกันประชิดชายฝั่งอีกเกือบตลอดทั้งแนวจนมาสิ้นสุดสุด ณ ทิศใต้ของหาดสร้อยสวรรค์ ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบกำแพงเกเบี้ยน Beach Lover ได้นำเสนอบทความที่เกี่ยวข้องกับชายหาดบริเวณปากร่องน้ำเทพาและใกล้เคียงซึ่งครอบคลุมถึงหาดสร้อยสวรรค์ด้วย สามารถติดตามได้จาก https://beachlover.net/ชายหาด-เทพา/ Beach Lover ได้ลงสำรวจสภาพชายหาดสร้อยสวรรค์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 พบสภาพต้นไม้ริมชายหาดล้ม โครงสร้างป้องกันชายฝั่งเดิมพังเสียหาย โครงสร้างบางส่วนของร้านอาหารที่ตั้งอยู่ประชิดชายหาดพังระเกะระกะ ตามภาพ ส่วนชายหาดทางทิศใต้ซึ่งมีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งของเอกชนสร้างเพื่อป้องกันที่ดินของตนเองนั้นมีบางส่วนพังเสียหายมีสภาพตามที่เห็น และมีบางส่วนที่ (ดูเหมือนจะ) ยื่นล้ำลงไปบนชายหาด ซึ่งนั่นกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบชิ่งทำให้ชายหาดทางทิศเหนือเกิดการกัดเซาะเพิ่มมากขึ้น Beach Lover ยังไม่สามารถหาข้อมูลมายืนยันได้ว่าความเสียหายขึ้นเมื่อไหร่ หากได้ข้อมูลเพิ่มเติมจะนำมาเสนอในโอกาสถัดไป

Beachlover

September 6, 2020

ปลายแหลมตาชี มีอะไร ?

แหลมตาชีหรือแหลมโพธิ์ สัญลักษณ์ที่สำคัญของชายฝั่งทะเลจังหวัดปัตตานี ณ ที่แห่งนี้ตะกอนทรายที่เดินทางเลียบชายฝั่งมาตั้งแต่ปากแม่น้ำโกลกจะเคลื่อนที่มาสะสม เติมเต็มให้แหลมตาชีงอกยื่นยาวออกไปเรื่อยๆ โดยฝั่งซ้ายหรือทิศใต้ของปลายแหลมเป็นป่าชายเลนในอ่าวปัตตานี ส่วนฝั่งขวาหรือทิศเหนือเป็นป่าชายหาดและทะเลฝั่งอ่าวไทย Beach Lover พาชมปลายสุดแหลมตาชีในมุมสูง ซึ่งเผยให้เห็นป่าชายหาด ป่าชายเลน ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ทั้งสองฝั่งของปลายแหลม นักวิชาการบางสำนักชี้ว่า ปลายแหลมนี้กำลังค่อยๆโค้งเข้าไปปิดปากอ่าวปัตตานีในอนาคต ในขณะที่บางสำนักชี้ว่า โอกาสเกิดแบบนั้นน่าจะมีความเป็นไปได้น้อยตราบเท่าที่ยังมีน้ำไหลออกจากปากแม่น้ำปัตตานี เรื่องราวนี้คงจะได้พิสูจน์โดยใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์กันด้วยหลักเหตุผลได้อย่างไม่ยากเย็นนัก … รอติดตามต่อไป

Beachlover

September 5, 2020

แก้แบบ แก้โครงสร้างกันอีกรอบ @ The Regent Cha-Am

ในปี 2558 กรมเจ้าท่าได้จ้างเหมาก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จ.เพชรบุรี โดยมีการถมทรายชายหาดกว้าง 50 เมตร โดยฝังถุงทรายไว้ที่ระยะห่างฝั่งประมาณ 25 เมตร ตามรูปแบบที่ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ออกแบบไว้เมื่อตุลาคม 2556 และส่งมอบให้กรมเจ้าท่าไปดำเนินการต่อ โดยการก่อสร้างแล้วเสร็จไปเมื่อ พ.ย.2560 ปรากฏว่าหลังก่อสร้างแล้วเสร็จไปเพียง 1 ปี ทรายที่เสริมไว้ถูกพัดพาหายไปอย่างรวดเร็วจนถึงแนวถุงทรายที่เคยมีทรายปกคลุมอยู่ ถุงทรายเริ่มเกิดความเสียหายและก่อให้เกิดทัศนียภาพไม่สวยงาม โรงแรมรีเจ้นท์ชะอำบีชรีสอร์ท ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานนี้โดยตรง พบว่าเกิดอันตรายต่อผู้มาพักที่โรงแรมตลอดจนผู้ใช้ชายหาดอื่นๆ แขกมาเข้าพักลดน้อยลงเพราะชายหาดหน้าโรงแรมไม่สวยงาม ลงเล่นน้ำไม่ได้ จึงมีหนังสือถึงกรมเจ้าท่าขอให้พิจารณาตามข้อเสนอ 3 ข้อ ดังต่อไปนี้ (1) ทำการรื้อถุงทรายหน้าโรงแรมออกทั้งหมด (2) ทำการย้ายหัวหาดตามแบบแก้ไขของกรมเจ้าท่าในส่วนของทิศเหนือขยับขึ้นมาจนสุดแนวรั้วของโรงแรมรีเจ้นท์ ชาเล่ต์ และ (3) โรงแรมทราบดีถึงผลกระทบที่อาจตามมาจากข้อเสนอนี้ตามข้อ 1 และ 2 และยอมรับในการที่น้ำทะเลจะรุกเข้ามาถึงแนวกำแพงหรือแนวเขตที่ดินของกำแพงได้ กรมเจ้าท่าได้พิจารณาแล้วจึงทำการออกแบบเพื่อปรับปรุงแก้ไข ด้วยการรื้อถุงทรายแนวกันชนเดิมหน้าโรงแรมออกทั้งหมด แล้วนำมาเรียงเป็นแนวกันชนบริเวณชายฝั่งริมรั้วโรงแรม ด้านทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้หารือกับโรงแรมแล้วว่าเหมาะสม และได้สร้างหัวหาด (Headland) สองตำแหน่งห่างกันประมาณ 800 เมตร โดยหัวหาดนี้สร้างโดยใช้ถุงทรายวาง ส่วนที่ประชิดชายน้ำสร้างเป็นบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นผิวด้านบนเททับด้วยโพลี่ยูรีเทนเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการรับแรงดึง พร้อมการถมทรายด้านบน […]

Beachlover

September 4, 2020
1 28 29 30 40