“ปาบึก”กำลังจะเปลี่ยนหาดทรายแม่รำพึงเป็นหาดขั้นบันได

หาดแม่รำพึง ตั้งอยู่ ณ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่อง 4.5 กิโลเมตร ตั้งแต่ปากคลองแม่รำพึงทางทิศตะวันออกจนถึงคลองบางสะพานทางทิศตะวันตก หาดแม่รำพึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุปาบึกเมื่อ 4-5 มกราคม 2563 แม้จะไม่ได้รุนแรงมากเท่ากับพื้นที่ที่อยู่ใกล้ตาพายุ แต่ระดับน้ำก็ยกตัวสูงขึ้นพร้อมๆกับคลื่นขนาดใหญ่ที่ถาโถมซัดเข้าหาชายฝั่ง ดังภาพที่ปรากฏในข่าว หลังจากนั้น องค์การบริหารส่วนตำบาลแม่รำพึง ได้มีหนังสือลงวันที่ 22 มกราคม 2562 ถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง (เป็นครั้งที่ 3) เพื่อขอความอนุเคราะห์การก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง กรมโยธาฯ ซึ่งมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว จึงได้ดำเนินการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นเพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหาดแม่รำพึง ม.5 รวมระยะทาง 3.5 กิโลเมตร และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง ในเดือน พฤษภาคม 2562 และ กันยายน 2562 โดยได้ข้อสรุปว่ารูปแบบกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดนั้นเป็นรูปแบบที่ชาวบ้านพอใจ และยอมรับได้มากที่สุด โดยขอบเขตพื้นที่โครงการนั้นเริ่มตั้งแต่บางคลองบางสะพานยาวต่อเนื่องไปทางทิศตะวันออก 3.5 กิโลเมตร คงเหลือ 1 กิโลเมตรสุดท้ายของชายหาดก่อนถึงคลองแม่รำพึงไว้โดยไม่ดำเนินโครงการ (ข้อมูลจากเอกสารรับฟังความคิดเห็นโครงการ) Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจชายหาดแม่รำพึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม […]

Beachlover

September 3, 2020

หาดช่วงมรสุมและปลอดมรสุม…แตกต่างกันอย่างไร

กฎข้อที่หนึ่ง: ชายหาดมีฤดูกาล สิ่งปลูกสร้างถาวรใดๆที่ตั้งประชิดฝั่งควรคำนึงถึงประเด็นนี้เป็นสำคัญ ปล่อยให้คลื่นลมได้มีพื้นที่เพื่อการ Exercise ยามมรสุมบ้าง ช่วงคลื่นลมสงบชายหาดจะกว้าง ส่วนในช่วงฤดูมรสุมชายหาดจะแคบลง บางส่วนของชายหาดอาจถูกกัดเซาะเนื่องจากช่วงมรสุมระดับน้ำทะเลจะยกตัวสูงขึ้นกว่าฤดูกาลปกติ คลื่นจะนำเอามวลทรายหน้าหาดออกไปทับถมนอกชายฝั่ง จากนั้นช่วงปลอดมรสุมชายหาดจะกลับมาเหมือนเดิมก่อนมรสุม และวนเวียนแบบนี้เป็นวัฏจักรตราบเท่าที่สมดุลชายหาดไม่ถูกแทรกแซง https://beachlover.net/ชายหาดมีฤดูกาล/ ภาพบ้านที่ถูกคลื่นกัดเซาะเสียหายเมื่อต้นปี และบ้านเดิมยามปลอดมรสุม ณ ชายทะเลทุ่งประดู่ หมู่ 2 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ สื่อสารประเด็นนี้ได้ดี จริงอยู่ที่เราย่อมมีสิทธิที่จะปลูกสร้างบ้านเรือนในพื้นที่ของตนเอง แต่ความจริงอีกประการหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เรามิอาจคาดเดาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได้อย่างแม่นยำนัก รวมถึงธรรมชาติเองก็มีการเปลี่ยนแปลงสมดุลอยู่ตลอดเวลา หากเราไม่เข้าใจว่าชายหาดมีฤดูกาลแล้วเข้าไปพัฒนาพื้นที่ริมชายหาดมากจนเกินไป ในช่วงฤดูมรสุมอาจเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ มนุษย์ควรตระหนักถึงประเด็นนี้และไม่เข้าไปรุกล้ำพื้นที่ชายหาดมากจนเกินไป เพื่อเปิดพื้นที่ให้กระบวนการชายฝั่งได้ปรับสมดุลตามธรรมชาติ ชายหาดบริเวณนี้มีแผนสร้างกำแพงกันคลื่นความยาว 1.2 กิโลเมตร แต่ผู้รับเหมาทิ้งงานไปหลังสร้างแล้วเสร็จ 400 เมตร ทางกรมเจ้าท่าในฐานะเจ้าของงานได้ตั้งงบประมาณต่อเนื่องในปี 2564 ในชื่อ “โครงการปรับปรุงกำแพงหินทิ้งป้องกันการกัดเซาะ ม.2” จำนวน 15 ล้านบาท ระหว่างนี้คงมีมาตรการต่างๆลงไปเพื่อบรรเทาปัญหาทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยทาง Beach Lover จะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

Beachlover

September 2, 2020

หาดชลาทัศน์ ยามนี้ … ยังสบายดีอยู่ไหม

หาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ชายหาดทรายขาวยาว 7.8 กิโลเมตร ใจกลางเมืองสงขลา มีความพยายามเพื่อป้องกันชายฝั่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 ทั้งกระสอบเล็กใหญ่ ยางรถยนต์ รอดักทราย กำแพงกันคลื่นแบบหิ้งทิ้ง กำแพงกันคลื่นแบบกระสอบทรายขนาดใหญ่ รวมถึงการเติมทรายชายหาดจำนวน 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งมีทั้งที่ประสบผลสำเร็จ มีทั้งที่ล้มเหลว มีทั้งที่นำเรื่องขึ้นสู่ชั้นศาลเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี [https://beachlover.net/คดีสมิหลาชลาทัศน์/] และมีทั้งรอคอยการดำเนินการต่อของผู้รับเหมา ติดตามได้จากโพสเก่าๆในสถานการณ์ชายฝั่งทะเล [https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/กระสอบทราย-ชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/ความคืบหน้างานเติมทราย/ และ https://beachlover.net/สภาพหาดสมิหลา-สิงหาคม/ และ https://beachlover.net/รูปตัดชายหาด-ชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/ไร้เรือดูดทราย-แหลมสน/ รวมถึง VDO Clip https://www.youtube.com/watch?v=WSG2DrtvW6c และ https://www.youtube.com/watch?v=rhLpm1_kB2g ] Beach Lover ได้ติดตามพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2563 พบชายหาดทางตอนใต้ที่ผ่านการเติมทรายชายหาดไปแล้วบางส่วนตัดเป็นหน้าผาชัน โดยมีระดับแตกต่างกันไปตามแต่ละบริเวณ โดยมีระยะตัดแนวดิ่งที่มากที่สุดถึง 1.8 เมตร ตามภาพ พบร่องรอยน้ำกัดเซาะทรายบริเวณนี้เป็นร่องลึกในหลายตำแหน่ง พบว่าทรายที่ทางกรมเจ้าท่าลำเลียงมาจากแหลมสนอ่อนเพื่อมาเติมให้กับชายหาดชลาทัศน์บริเวณนี้นั้น มีการแยกชั้นของวัสดุที่ปะปนมากับทรายอย่างชัดเจน โดยวัสดุที่หนักว่าอย่างดินเหนียวจะแยกชั้นกันกับทรายและจมอยู่ด้านล่าง นอกจากนั้นยังพบว่ามีปริมาณเปลือกหอยปะปนอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลให้หาดที่นำทรายคุณสมบัติแบบนี้มาเติมนั้นตัดเป็นหน้าผาชัน ส่วนทางทิศเหนือ พบท่อเหล็กที่เคยใช้ลำเลียงทรายมาจากแหลมสนอ่อนวางระเกะระกะอยู่ตลอดแนว และพบรถแบคโฮบนโป๊ะจอดอยู่ริมชายหาด ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วใน https://beachlover.net/อะไร-ยังไง-หาดชลาทัศน์/ โดยบริเวณใกล้กันนี้พบทรายคุณสมบัติค่อนข้างดี ไม่เกิดการตัดเป็นหน้าผาชันและไม่แยกตัวเป็นชั้นอย่างชายหาดทางทิศใต้ งานเติมทรายชายหาดชลาทัศน์ โดยกรมเจ้าท่า […]

Beachlover

September 1, 2020

บางมะรวด … ปากน้ำที่กรมเจ้าท่าต้องปวดหัว

ปากน้ำบางมะรวด อยู่ใน อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี บริเวณปากน้ำมีโครงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่น (Jetty) จำนวน 1 คู่ (ไม่ทราบปีที่สร้าง) เพื่อป้องกันทรายมาปิดปากร่องน้ำ บรรเทาปัญหาอุปสรรคต่อการสัญจรเข้าออกของเรือ แต่หลังจากก่อสร้าง พบทรายปริมาณมหาศาลไหลมาปิดปากร่องน้ำเป็นประจำ สังเกตได้จากภาพถ่ายดาวเทียมในหลายช่วงเวลา ซึ่งหมายความว่า Jetty ที่กรมเจ้าท่าสร้างไว้นั้นขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เดิมได้ ทางกรมเจ้าท่าได้จ้างเหมาขุดลอกปากร่องมาแล้วหลายครั้ง ภาพด้านล่างคือตัวอย่างผลงานการขุดลอกร่องน้ำบางมะรวดที่กรมเจ้าท่าได้จ้างเหมาบริษัท Wealthworking ด้วยงบประมาณ 37.750 ล้านบาท (ไม่ทราบปีที่ขุด) Beach Lover ได้ลงสำรวจปากร่องน้ำบางมะรวดในเดือนสิงหาคม 2563 พบการเปิดปากร่องน้ำใหม่ทางฝั่งซ้ายของร่องน้ำเดิม เนื่องจากร่องน้ำเดิมที่มี Jetty นั้นปิดค่อนข้างถาวร การสัญจรเข้าออกปากแม่น้ำจึงใช้ผ่านช่องทางนี้แทน น่าตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดการคาดการณ์ปริมาณตะกอนทรายชายฝั่งและตะกอนที่มากับแม่น้ำบางมะรวดจึงผิดไปเพี้ยนไปอย่างมากมาย จนส่งผลให้ Jetty ขาดประสิทธิภาพและไม่บรรลุวัตถุประสงค์ หน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างกรมเจ้าท่าจะดำเนินการแก้ไขเรื่องราวนี้อย่างไร … โปรดติดตาม

Beachlover

August 29, 2020

เปิด 5 รายชื่อบริษัทที่ได้งานป้องกันชายฝั่ง 2558-2562

Beach Lover ได้นำเสนอร่างงบประมาณรายจ่ายเพื่อการป้องกันชายฝั่งมาแล้วอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563-2564 สามารถติดตามได้จาก https://beachlover.net/budget-2563-beach-erosion/ และ https://beachlover.net/ร่างงบประมาณ-ชายฝั่ง-2564/ จะพบว่าหน่วยงานหลักทั้งสามหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการป้องกันชายฝั่งต้องจัดสรรงบประมาณ 1500-1800 ล้านบาทต่อปีเพื่อป้องกันชายฝั่ง หากตีเป็นตัวเลขกลมๆพบว่างบประมาณจำนวนนี้สามารถส่งเด็กเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบมหาวิทยาลัยได้ประมาณ 1000 คนในสถานศึกษาของรัฐ (ธนาคารแห่งประเทศไทย, 2561) Beach Lover ได้ตามต่อจากงบประมาณลึกลงไปในส่วนของบริษัทที่ชนะการประมูลงานป้องกันชายฝั่งของรัฐในช่วง 2558-2563 เท่าที่มีข้อมูลเปิดเผยจากฐานข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ แสดงดังกราฟด้านล่าง พบว่า เกือบ 1 ใน 4 ของงบประมาณป้องกันชายฝั่งตลอดระยะเวลา 6 ปีร่วม 4,000 กว่าล้านบาทนั้น บริษัทตากใบการโยธาชนะการประมูลและได้รับงานไปเป็นอันดับหนึ่งคิดเป็น 24.541% รองลงมาคือบริษัทเอสซีจี 1995 จำกัด คิดเป็น 23.617% สามารถติดตามผลงานบางส่วน ของบริษัทตากใบการโยธาที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันได้จาก https://beachlover.net/ความคืบหน้า-กำแพงบ่ออิฐ/ และ https://beachlover.net/ตรวจงาน-เขื่อน-หาดแก้ว/ และ https://beachlover.net/โครงสร้าง-หาดแก้ว/

Beachlover

August 29, 2020

พาชมโพรงใต้กำแพงกันคลื่น ณ หาดทุ่งประดู่

พาชมโพรงใต้กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได ณ หาดทุ่งประดู่ ประจวบฯ ระยะทางประมาณ 100 เมตร ผลงาน อบต เมื่อสามปีที่แล้ว มูลค่างาน 5 ล้านบาท และลงงบซ่อมบำรุงไปอีก 2 ล้านบาท รวมเป็น 7 ล้านบาท ชาวบ้านแจ้งว่าหินด้านในใต้โพรงกำแพงนั้นหลุดออกมาด้านนอก เป็นอุปสรรคต่อการนำเรือเข้าจอดแล้วการเล่นน้ำของเด็กๆริมชายหาด บริเวณใกล้เคียงกันพบกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงโดยกรมเจ้าท่า ที่ยังสร้างไม่เสร็จตามแผนเนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงาน รวมถึงกำแพงกันคลื่นที่ชาวบ้านลงทุนสร้างเพื่อป้องกันพื้นที่ของตัวเอง โดยทาง Beach Lover จะนำข้อมูลมาเผยแพร่ในโอกาสต่อไป

Beachlover

August 28, 2020

ตะโล๊ะสะมิแล พื้นที่นี้เคยหายไปจากแผนที่เป็นร้อยๆไร่ ?!?!?

หาดตะโล๊ะสะมิแล ตั้งอยู่บนแหลมตาชีหรือแหลมโพธิ์ จ.ปัตตานี ในอดีตเป็นพื้นที่ค่อนข้างรกร้างว่างเปล่า มีบ้านเรือนกระจัดกระจายนับได้ประมาณ 7 หลังคาเรือนริมชายหาดแห่งนี้ ตลอดแนวประมาณ 3 กิโลเมตร (นับจากภาพถ่ายดาวเทียมปี 2554) ด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยในภาคใต้ที่ต่อเนื่องยาวนานมาเกือบ 20 ปี ส่งผลให้พื้นที่นี้ยังถูกพัฒนาไปไม่มาก แต่ในปัจจุบันพบว่าเริ่มมีรีสอร์ทเข้ามาปลูกสร้างริมชายหาดมากมาย ส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทที่ราคาไม่สูงมากนัก และมักจะรองรับลูกค้าเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่นี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 พบหลายรีสอร์ทกำลังสร้างใหม่เพิ่มเติม และหลายรีสอร์ทที่สร้างไปแล้วพบหลายโครงสร้างที่ประชิดชายหาดมาก และ(ดูเหมือน)รุกล้ำลงไปบนชายหาด อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของชายหาดตะโล๊ะสะมิแลที่ถูกเผยแพร่ผ่าน Website ต่างๆ พบการให้ข้อมูลในลักษณะที่ว่า พื้นที่นี้เคยถูกกัดเซาะไปกว่า 100 ไร่ [เพิ่มเติมจาก http://pattaniheritagecity.psu.ac.th/pattanistory/พื้นดินงอกใหม่-หาดตะโละ/] จากภาพถ่ายดาวเทียมปี 2563 ที่ถูกทาบกับเส้นชายฝั่งปี 2554 (ใช้นิยาม Permanent vegetation line) พบว่าชายหาดแถบมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก รวมถึงในช่วงเวลาอื่นๆระหว่าง 2554-2563 ด้วย ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลที่ปรากฏอยู่ใน website ต่างๆ จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจตามต่อว่า พื้นที่ไหนที่บ้านและที่ดินของประชาชนถูกกัดเซาะหายไปเป็นร้อยๆไร่ตามข่าว โดยหายไปในปีใด และด้วยสาเหตุใดกันแน่จึงทำให้พื้นที่นั้นคืนสภาพกลับมาเป็นร้อยๆไร่ […]

Beachlover

August 26, 2020

อะไร! ยังไง? @ หาดชลาทัศน์

หาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ชายหาดทรายขาวยาว 7.8 กิโลเมตร ใจกลางเมืองสงขลา มีความพยายามเพื่อป้องกันชายฝั่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 ทั้งกระสอบเล็กใหญ่ ยางรถยนต์ รอดักทราย กำแพงกันคลื่นแบบหิ้งทิ้ง กำแพงกันคลื่นแบบกระสอบทรายขนาดใหญ่ รวมถึงการเติมทรายชายหาดจำนวน 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งมีทั้งที่ประสบผลสำเร็จ มีทั้งที่ล้มเหลว มีทั้งที่นำเรื่องขึ้นสู่ชั้นศาลเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี [https://beachlover.net/คดีสมิหลาชลาทัศน์/] และมีทั้งรอคอยการดำเนินการต่อของผู้รับเหมา ติดตามได้จากโพสเก่าๆในสถานการณ์ชายฝั่งทะเล [https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/กระสอบทราย-ชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/ความคืบหน้างานเติมทราย/ และ https://beachlover.net/รูปตัดชายหาด-ชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/ไร้เรือดูดทราย-แหลมสน/ รวมถึง VDO Clip https://www.youtube.com/watch?v=WSG2DrtvW6c และ https://www.youtube.com/watch?v=rhLpm1_kB2g ] Beach Lover ได้ติดตามสถานการณ์การกัดเซาะและการดำเนินงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบบนชายหาดชลาทัศน์มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบภาพรถแบคโฮบนโป๊ะจอดอยู่ริมชายหาด และซากของท่อเหล็กที่ต่อลงไปในทะเลและมีบางส่วนวางเป็นท่อนๆอยู่บนชายหาด ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เป็นการดำเนินงานของหน่วยงานใด และเพื่อวัตถุประสงค์ใด หากมีข้อมูลเพิ่มเติม Beach Lover จะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

Beachlover

August 25, 2020

ความคืบหน้างานสร้างกำแพงกันคลื่นหาดบ่ออิฐ-เกาะแต้ว

ชายฝั่งทะเลแถบบ้านบ่ออิฐ เกาะแต้ว เรื่อยมาทางทิศเหนือถึงเขารูปช้าง เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำนาทับ แต่เดิมมีเพียงโครงสร้างเขื่อนกันคลื่นด้านทิศเหนือของปากน้ำเพื่อป้องกันการกัดเซาะเพียง 4 ตัว แต่เนื่องจากผลกระทบของโครงสร้างนั้นนำมาซึ่งผลกระทบชิ่งแบบเป็นโดมิโน่ของชายหาดส่วนถัดไป อีกทั้งหน่วยงานรับผิดชอบเลือกที่จะสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งต่อไปเรื่อยๆ จึงเกิดโครงสร้างทั้งเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง รอดักทราย กำแพงกันคลื่นประชิดฝั่ง ต่อเนื่องยาวไปทางทิศเหนือจวบจนถึงปัจจุบัน มีเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งรวมทั้งสิ้น 18  ตัว รอดักทราย 3 ตัว และกำแพงกันคลื่นตลอดทั้งแนวยาวประมาณ 8.5 กิโลเมตร ริมถนนหมายเลข สข3004 และแน่นอนว่า ชายหาดด้านถัดไปของตำแหน่งสิ้นสุดโครงสร้างตัวสุดท้าย ซึ่งสำหรับบริเวณนี้คือปลายกำแพงกันคลื่น ย่อมเกิดการกัดเซาะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรมเจ้าท่า ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นบริเวณนี้พร้อมโครงสร้างประกอบอื่นๆเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะทาง 3,450 เมตร งบประมาณ 219,935,000 บาท จะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2564 โดยทาง Beach Lover ได้เคยนำเสนอไปเมื่อกลางปี 2562 ในช่วงที่โครงการเพิ่งริเริ่มก่อสร้าง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/กำแพง-เขารูปช้าง/ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นนี้อย่างต่อเนื่อง พบการเปลี่ยนแปลงของชายหาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึง สิงหาคม 2563 ตามรูป […]

Beachlover

August 25, 2020

กำแพงกันอะไร ? ช่วงปลอดมรสุม

ภาพเมื่อ: สิงหาคม 2563 แหลมตาชีหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าแหลมโพธิ์ ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สำคัญเมื่อกล่าวถึงชายหาดแห่งเมืองปัตตานี โดยสภาพทั่วไปแล้วแหลมตาชีจะงอกยาวขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากตะกอนทรายเลียบชายฝั่งที่เคลื่อนตัวจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ Beach Lover ได้ลงสำรวจชายหาดบริเวณแหลมตาชีช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบตะกอนทรายไหลมากองอยู่บริเวณชายทะเลแถบนี้จำนวนมาก พบว่ากำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งความยาวประมาณ 320 เมตร ที่เคยสร้างไว้เดิม (ไม่ทราบหน่วยงานเจ้าของงาน) เพื่อป้องกันชายฝั่งยามมรสุมนั้นหมดหน้าที่ลงเนื่องจากคลื่นไม่สามารถวิ่งเข้ามาปะทะกำแพงได้ อย่างไรก็ตาม คาดเดาได้ว่าในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ คลื่นและน้ำทะเลน่าจะเข้ามาปะทะถนนที่ตัดประชิดชายหาดมากๆแห่งนี้จนชำรุดเสียหาย เนื่องจากพบร่องรอยการซ่อมแซมถนน สำหรับชายฝั่งทะเลประเทศไทยระยะทางสามพันกว่ากิโลเมตรนั้น มีถนนจำนวนมากที่ตัดประชิดเลียบชายหาด จำนวนไม่น้อยวางตัวอยู่บนสันทรายธรรมชาติริมชายหาด ยามปลอดมรสุมถนนเส้นนั้นก็คงอยู่รอดปลอดภัย แต่ยามมรสุมเข้าเมื่อใด ก็มักจะเรียกร้องหาโครงสร้างมาป้องกันถนน เป็นเรื่องน่าคิดว่า เราจะอนุญาตให้ถนนตัดเลียบประชิดชายฝั่งแบบนี้ แล้วเรียกร้องหาโครงสร้างทางวิศวกรรมอีกชั้นหนึ่งมาป้องกันถนนจากอิทธิพลของคลื่นลมยามมรสุม ซึ่งนั่นหมายถึงงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อการก่อสร้างและบำรุงรักษา หรือเราควรสงวนพื้นที่บางส่วนริมชายฝั่งไว้ ให้คลื่นได้มีพื้นที่ “Exercise” ช่วงมรสุม โดยการถอยถนนออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย

Beachlover

August 20, 2020
1 29 30 31 40