ดูกันชัดๆ กัดเซาะ “ชั่วคราว” หรือ “ชั่วโคตร”

Beach Lover ได้เคยนำเสนอประเด็นกัดเซาะชั่วคราวและชั่วโคตรไปแล้ว ติดตามได้จากโพส https://beachlover.net/ชายหาดกัดเซาะแบบไหน/ มาครั้งนี้ ขอนำเสนอภาพถ่ายเพื่อย้ำเตือนประเด็นนี้กันอีกรอบ ณ ชายหาดม่วงงาม หาดแก้ว บ่ออิฐ และหาดชิงโค จ.สงขลา “กัดเซาะชั่วคราว” หรือการเสียสมดุลของชายหาดแบบชั่วคราว ภาพด้านซ้ายมือของชายหาดม่วงงาม ณ ตำแหน่งเดียวกัน เพียงแต่ต่างช่วงเวลากัน แสดงให้เห็นว่า ชายหาดมีความเป็นพลวัต ยามมรสุมชายหาดอาจถูกกัดเซาะไปบ้าง คลื่นขนาดใหญ่วิ่งเข้ามาทักทายถนนให้ชำรุดไปบ้าง แต่ยามปลอดมรสุม คลื่นขนาดเล็กจะหอบเอาทรายขึ้นมาเติมจนเต็ม พืชขึ้นปกคลุมชายหาด ชายหาดกลับมาเสถียรและสมบูรณ์อีกครั้ง ตราบเท่าที่ไม่มีการแทรกแซงสมดุลของชายฝั่งตามธรรมชาติ “กัดเซาะชั่วโคตร” หรือการเสียสมดุลของชายหาดแบบถาวร ภาพด้านขวาของหาดชิงโค บ่ออิฐ และหน้าโรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท แสดงให้เห็นถึงการกัดเซาะในรูปแบบที่หาดถูกกัดเซาะแบบกัดแล้วไม่คืนสมดุลเดิม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนก็ตาม โดยการกัดเซาะลักษณะนี้มักเกิดขึ้นบริเวณที่มีการแทรกแซงสมดุลชายฝั่งจากกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งในที่นี้คือการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นทางทิศใต้ของทั้งสามพื้นที่ ส่งผลให้ชายหาดด้านทิศเหนือเสียสมดุลและเกิดการกัดเซาะอย่างถาวร “กัดเซาะชั่วคราว” อาจเปลี่ยนเป็น “กัดเซาะชั่วโคตร” ได้เมื่อมีการแทรกแซงสมดุลของชายฝั่งตามธรรมชาติ เป็นต้นว่า การสร้างโครงสร้างในทะเลหรือริมทะเล ที่กีดขวางการเคลื่อนตัวของคลื่นกระแสน้ำและตะกอนชายฝั่ง เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ชายหาดที่เคย “กัดเซาะชั่วคราว” เปลี่ยนเป็น “กัดเซาะชั่วโคตร” แบบที่มิอาจหวนกลับคืนได้ตราบเท่าที่ปัจจัยแทรกแซงนั้นยังคงดำรงอยู่

Beachlover

January 8, 2021

หาดบางเนียง พัง(งา)! ยังสบายดีไหมหลังมรสุม

หลังผ่านพ้นพายุโนอึลไปเมื่อกลางเดือนกันยายน 2563 Beach lover ได้นำเสนอปัญหากัดเซาะบริเวณหาดบางเนียงไปแล้วตามโพส https://beachlover.net/หาดบางเนียงพังงา/ หลังจากนั้นได้ทราบข่าวว่ามีความพยายามร่วมกันหารือเพื่อป้องกันชายฝั่งบริเวณนี้จากทั้งรัฐและเอกชน โดยทางเจ้าของที่ดินเองได้นำทรายด้านหน้าหาดมาถมพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะไป แต่ก็ไม่เป็นผล Beach Lover ได้มีโอกาสลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์นี้อีกครั้งช่วงสิ้นสุดมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2563 พบว่าพื้นที่ที่เคยถูกกัดเซาะนั้นบางส่วนยังคงสภาพเดิม บางส่วนทางเจ้าของพื้นที่ได้ทำดินมาถมเพื่อปรับพื้นที่ด้านบนให้มีพื้นที่เพียงพอที่จะประกอบกิจการต่อได้ และเมื่อระดับน้ำทะเลลดระดับลงเป็นปกติไม่สูงเหมือนช่วงมรสุมก็ส่งผลให้คลื่นซัดเข้ามาไม่ถึงพื้นที่ด้านในแล้ว เมื่อเดินถัดไปตามแนวชายฝั่งทางทิศเหนือของพื้นที่แถวๆปากคลองพบว่า พื้นที่ส่วนนี้ยังคงปกติไม่ปรากฏร่องรอยของการกัดเซาะ โดยพบว่าแนวฝั่งเป็นแนวเดียวกันกับแนวกำแพงกันคลื่นเดิมทางทิศใต้ ความหมายคือ การกัดเซาะในพื้นที่นี้เป็นการกัดเซาะที่เรียกว่าเฉพาะถิ่น หรือ Local effect จากการแทรกแซงสมดุลชายฝั่งที่เกิดขึ้นเป็นการเฉพาะในพื้นที่ ตามที่เคยได้อธิบายไว้ในโพสก่อนหน้านี้แล้วว่าปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวแทรกแซงสมดุลชายฝั่งจนส่งผลให้พื้นที่นี้ถูกกัดเซาะมากขึ้นกว่าปกติในรูปแบบที่ผิดธรรมชาติ (โค้งเว้า) ก็เพราะกำแพงกันคลื่นที่อยู่ทางทิศใต้นั่นเอง (ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกำแพงกันคลื่น https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรือพอแค่นี้/ และ https://beachlover.net/seawall/) เป็นความจริงที่ว่าในอดีตกำแพงกันคลื่นบนพื้นที่เอกชนแห่งนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งเข้ามาประมาณหนึ่ง ไม่ถึงกับประชิดน้ำทะเลมาก แต่ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของทั้งคลื่นลม ระดับน้ำทะเล ประกอบกับปราการทางธรรมชาติเพื่อช่วยป้องกันคลื่นสำหรับชายหาดแถบนี้อย่างแนวโขดหินใต้น้ำและปะการังธรรมชาติได้ถูกทำลายไปในช่วง Tsunami 2004 ส่งผลให้ชายหาดโดยภาพรวมของพังงาเริ่มกัดเซาะมากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงเป็นเหตุให้กำแพงกันคลื่นของเอกชนที่สร้างทางทิศใต้ของพื้นที่เข้ามาอยู่ในระยะประชิดน้ำทะเลมากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้กำแพงนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการรบกวนการเคลื่อนที่ของคลื่นและตะกอนชายฝั่ง จึงเป็นเหตุให้พื้นที่ทางทิศเหนือของกำแพงเกิดการกัดเซาะในลักษณะโค้งเว้าจากการเลี้ยวเบนของคลื่นตามที่เห็น มาตรการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบของรัฐจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ระหว่างนี้ปัญหาเฉพาะหน้ายามมรสุมเป็นสิ่งที่รัฐควรคำนึงถึงเพื่อสวัสดิภาพของประชาชนผู้ใช้ประโยชน์ริมชายหาด

Beachlover

January 7, 2021

หาดเต่าไข่ วัดท่าไทร ยังสบายดี (มาก)

Beach Lover เคยนำเสนอเรื่องราวของหาดทรายหน้าวัดท่าไทร ท้ายเหมือง จ.พังงา ช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือไปแล้วครั้งหนึ่ง ติดตามได้จากโพส https://beachlover.net/ท้ายเหมือง-เต่าเกือบไม่ได้ไข่เพราะกำแพงหิน/ ช่วงหมดฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2563 นี้ Beach Lover ได้มีโอกาสลงพื้นที่สำรวจชายหาดแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง พบว่าชายหาดแตกต่างไปจากเดิมช่วงมรสุมอย่างมากมาย หน้าหาดมีความลาดชัน 18 องศา ซึ่งถือว่าชันมาก และพบว่าคลื่นลมหอบทรายขึ้นมากองบริเวณชายหาดส่วนหลัง (Backshore) ที่เป็นพื้นที่ที่มีการปักไม้เพื่อเป็นรั้วดักทราย (Sand fence) โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระยะทาง 594 เมตร ด้วยงบประมาณเกือบห้าแสนบาท การสำรวจเมื่อช่วงมรสุม (กันยายน) พบว่ารั้วไม้มีสูงจากพื้นทรายประมาณ 0.8-0.95 เมตรตลอดทั้งแนว (เฉลี่ยประมาณ 0.89 เมตร) ส่วนในช่วงปลอดมรสุม (ธันวาคม) พบว่ารั้วไม้มีสูงจากพื้นทรายเฉลี่ยประมาณ 0.15 เมตร พบว่าชายหาดใกล้เคียงทางทิศใต้ที่เคยมีกองหินโผล่ในช่วงมรสุม ปัจจุบันถูกทรายกลบจนเกือบมิด พบว่าชายหาดบริเวณนี้ในช่วงมรสุมเมื่อเกิดการกัดเซาะ ก็กัดเซาะตลอดทั้งแนวในรูปแบบเดียวกัน กล่าวคือระดับของสันหาดลดต่ำลงอย่างมาก ความลาดชันชายหาดลดลง คลื่นซัดเอาทรายหน้าหาดหดหายไป ส่งผลให้รั้วไม้ที่ถูกปักไว้โผล่พ้นผืนทรายตลอดทั้งแนวเกือบ 0.9 เมตร และคลื่นยังควักล้วงเอาทรายจากพื้นที่ด้านหลังรั้วไม้ออกไปได้อีกด้วย ครั้งเมื่อปลอดมรสุม ก็เกิดการทับถมในรูปแบบเดียวกัน […]

Beachlover

January 6, 2021

รื้อแล้ว! โครงสร้างปากคลองจาก @ อ่าวนาง

Beach Lover ได้เเคยนำเสนอเรื่องราวของโครงสร้างบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้น ณ ปากคลองจาก อ่าวนาง จ.กระบี่ไปเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2563 ตามโพสนี้ https://beachlover.net/คลองจาก-อ่าวนาง-กำลังสร้างอะไรกัน/ หลังจากนั้นก็ได้รับทราบข่าวว่า มีการร้องเรียนเรื่องนี้ไปยังสื่อต่างๆ [ตัวอย่าง https://www.77kaoded.com/news/pradit/2039902 และ https://www.youtube.com/watch?v=oEZnVLxyn7U] และไปยังหลายหน่วยงาน รวมถึงกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้อง Beach Lover ได้ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลพบว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระบายน้ำเสียลงทะเล ของ อบต.อ่าวนาง ซึ่งยังมิได้ดำเนินการขออนุญาตจากกรมอุทยานฯ จึงมีการสั่งรื้อถอนในที่สุด จากการสำรวจภาคสนามในวันที่ 26 ธันวาคม 2563 พบว่า คันหินที่เคยยื่นล้ำลงไปบนชายหาดกำลังถูกรื้อถอนออก และสภาพของน้ำในคลองไม่เน่าเสีย ปากคลองเริ่มค่อยๆฟื้นคืนสภาพเดิมแล้ว ประเด็นชวนคิดต่อก็คือ (1) เหตุใดโครงสร้างปากร่องน้ำแบบนี้ จึงเกิดขึ้นได้ ณ ชายหาดท่องเที่ยวกันเลื่องชื่อของกระบี่ โดยไม่มีแม้แต่เสียงคัดค้าน หากเรื่องไม่ถูกนำสู่สาธารณะ ไม่มีการร้องเรียน โครงสร้างที่ว่านี้ก็คงแล้วเสร็จไปนานแล้ว ทั้งที่โครงสร้างลักษณะนี้ไม่ว่ามันจะถูกตีความเป็นรอบังคับกระแสน้ำ หรือเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำก็ตาม ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ด้วยเหตุที่ว่าจะนำพาความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (2) หากโครงการบำบัดน้ำเสียและระบายน้ำออกสู่ทะเลนี้มีความจำเป็นจริงๆ ควรเลือกทางเลือกอื่นที่ไม่กระทบต่อพื้นที่ชายหาดท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อและเป็นหน้าเป็นตาของชาวกระบี่แบบนี้ โดยทางเลือกเหล่านั้นอาจเป็นการขุดลอกทางระบายน้ำให้ไหลเร็วขึ้นแทนการบังคับกระแสน้ำลงทะเลโดยการใช้โครงสร้างปากร่องน้ำ หรือผันน้ำไปออกเส้นทางน้ำอื่น อย่างไรก็ตาม […]

Beachlover

January 5, 2021

” 3 ความต่าง ” ของชายหาดมหาราช ช่วงมรสุม

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของชายหาดมหาราชไปแล้วในหลายตอน ติดตามได้จาก โพสเดิมๆโดยใช้ icon search มุมขวาบน แล้วพิมพ์คำว่า “หาดมหาราช” ได้เลย กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดริมชายหาดมหาราช จ.สงขลา ระยะที่ 2 ที่กำลังเร่งมือก่อสร้างในช่วงเวลานี้ ได้ก่อสร้างต่อจากโครงสร้างกำแพงกันคลื่นที่มีอยู่เดิมทางทิศใต้ ที่มีความยาว 92 เมตรในรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นช่วงที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นลมแรง และระดับน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น จากการสำรวจภาคสนามโดยเครือข่าย Beach for life พบว่า ระดับน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้นกว่าปกติ ชายหาดด้านหน้าหายไป รวมถึงคลื่นวิ่งเข้าปะทะกำแพงและสะท้อนออกไปอย่างปั่นป่วน ยอดน้ำกระเซ็นของปลายคลื่นได้หอบเอาทรายขนาดละเอียดข้ามสันโครงสร้างเข้ามาด้านในบางส่วน เมื่อสำรวจไปทางทิศเหนือห่างจากจุดเดิมไปประมาณ 1.7 กิโลเมตร ในช่วงเวลาเดียวกัน บริเวณที่กำลังมีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นระยะที่สองของกรมโยธาธิการและผังเมือง พบว่าหลุมบ่อที่เคยขุดไว้เพื่อเปิดหน้าหาดสำหรับงานฐานรากถูกทรายกลบจนหมด (สังเกตจากภาพวันที่ 29 ต.ค.2563 เทียบกับภาพของวันที่ 1 ม.ค.2564) แต่ยังพอหลงเหลือพื้นที่หน้าหาดอยู่บ้างเนื่องจากโครงสร้างในส่วนของขั้นบันไดยังไม่แล้วเสร็จ เช่นเดียวกันกับพื้นที่ส่วนถัดไปที่เป็นตำแหน่งสิ้นสุดโครงสร้างระยะที่สองนี้ เป็นชายหาดที่ยังไม่มีโครงสร้าง แต่วางแผนว่าจะสร้างต่อไปในระยะที่สาม พื้นที่ส่วนนี้ยังคงมีพื้นที่หน้าหาดอยู่พอสมควร ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่หน้าหาดของกำแพงกันคลื่นระยะที่ 1 […]

Beachlover

January 4, 2021

ได้คำตอบแล้ว ท่อซีเมนต์ ณ หาดหว้าขาว

หาดหว้าขาวอยู่ทางทิศใต้ของกุยบุรี เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องกว่า 20 กิโลเมตร ตั้งแต่ตำบลบ่อนอกเรื่อยไปจนถึงตำบลอ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาพทั่วไปเป็นหาดทรายขาวยาวต่อเนื่อง มีป่าชายหาดปกคลุมเป็นส่วนใหญ่ มีบ้านส่วนตัว รีสอร์ท และชุมชนประปราย ส่วนมากเป็นพื้นที่เอกชนแปลงโล่งที่ยังไม่ได้พัฒนา เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2563 Beach Lover ได้ลงสำรวจภาคสนามโดยการถ่ายภาพมุมสูง พบการวางท่อซีเมนต์ต่อกันเป็นแนวยาว 8-9 ท่อต่อ 1 แนว โดยวางตั้งฉากกับชายฝั่งประหนึ่งเป็นรอดักทราย [ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอดักทราย https://beachlover.net/groin/ ] ณ หาดหว้าขาว บ่อนอก ในพิกัด UTM ประมาณ 590994E และ 1321031N โดย Beach lover ได้นำเสนอไปแล้วตามโพสนี้ https://beachlover.net/ท่ออะไร-ยังไง-หาดหว้าขาว-บ่อนอก/ โดย ณ ขณะนั้นยังไม่ทราบเจ้าของและสาเหตุการวาง หลังจากนำเสนอไปแล้วระยะหนึ่ง ได้รับความร่วมมือจากผู้รักชายหาด และเจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่าลงไปตรวจสอบพบว่าเป็นการก่อสร้างในแนวกรรมสิทธิ์มิได้ล่วงล้ำลำน้ำแต่ประการใด โดยได้ตรวจสอบแล้วจากโปรแกรม land map ของกรมที่ดิน คาดว่าสร้างมานานแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี Beach Lover ต้องขอขอบคุณประชาชนผู้รักชายหาดที่ได้แจ้งไปยังกรมเจ้าท่าให้ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ […]

Beachlover

December 29, 2020

ต้นสนล้ม ณ หาดบางเกตุ

หาดบางเกตุ ตั้งอยู่หมู่ 7  บ้านบางเกตุ  อ.ชะอำ  จ.เพชรบุรี   หาดบางเกตุอยู่ในบริเวณริมชายหาดอ่าวไทย ซึ่งมีความสวยงามมีสวนสาธารณะไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว  โดยมีแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติในแง่การพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง  ที่หาดบางเกตุมีทั้งโรงแรมหรือจะกลางเต็นท์ก็ได้ เป็นชายหาดที่มีความร่มรื่น เงียบสงบ และสะอาด ตลอดแนวชายหาดจะมีต้นไม้ขึ้นเรียงราย จึงเหมาะสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาเล่นน้ำและพักผ่อน (http://www.bangkao.go.th) Beach Lover ได้รับการรายงานว่าตลอดทั้งปี 2563 นี้ ชายหาดบางเกตุถูกกัดเซาะจนพื้นที่กางเต้นท์ของชุมชนค่อยๆหดหายไป จนชุมชนเริ่มแจ้งไปตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแจ้งผ่านทาง Page เพื่อให้นักท่องเที่ยวทราบ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พบว่า ต้นสนริมหาดล้มลง 2 ต้น พื้นที่สาธารณะที่ชุมชนดูแลอยู่และใช้เพื่อการกางเต้นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความยาวตามแนวชายฝั่งประมาณ 100 เมตร ถูกกัดเซาะไปบ้าง และพบว่าชายหาดด้านหน้าต้นสนนั้นถูกตัดชันขึ้นและมีระดับลดต่ำลง จากการที่ทรายด้านหน้าชุมชนหายไปซึ่งส่งผลให้ชายหาดมีระดับลดต่ำลง จึงพบว่าน้ำทะเลได้รุกเข้าไปอยู่ในระยะประชิดรีสอร์ทริมทะเลแล้ว ชาวบ้านได้เล่าให้ฟังว่านี่ถือเป็นปีแรกที่ทรายหน้าชุมชนหายไปมากมายขนาดนี้ เมื่อเดินถัดไปทางทิศเหนือของชุมชนพบว่าชายหาดยังคงสภาพดี มีสันทรายกว้างในระยะพ้นระดับน้ำสูงสุดประมาณ 3-5 เมตร ก่อนถึงขอบเขตที่ดินเอกชน

Beachlover

December 15, 2020

ท่ออะไร ยังไง?!? @ หาดหว้าขาว บ่อนอก

หาดหว้าขาวอยู่ทางทิศใต้ของกุยบุรี เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องกว่า 20 กิโลเมตร ตั้งแต่ตำบลบ่อนอกเรื่อยไปจนถึงตำบลอ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาพทั่วไปเป็นหาดทรายขาวยาวต่อเนื่อง มีป่าชายหาดปกคลุมเป็นส่วนใหญ่ มีบ้านส่วนตัว รีสอร์ท และชุมชนประปราย ส่วนมากเป็นพื้นที่เอกชนแปลงโล่งที่ยังไม่ได้พัฒนา เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เข้าถึงริมทะเลได้ยากในหลายตำแหน่ง Beach Lover จึงได้ลงสำรวจภาคสนามโดยการถ่ายภาพมุมสูง พบการวางท่อซีเมนต์ต่อกันเป็นแนวยาว 8-9 ท่อต่อ 1 แนว โดยวางตั้งฉากกับชายฝั่งประหนึ่งเป็นรอดักทราย [ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอดักทราย https://beachlover.net/groin/ ] ณ หาดหว้าขาว บ่อนอก ในพิกัด UTM ประมาณ 590994E และ 1321031N ขณะนี้ยังไม่ทราบเจ้าของและสาเหตุการวาง หากท่อซีเมนต์นี้วางรุกล้ำลงไปในเขตทะเล จำเป็นต้องของอนุญาตกรมเจ้าท่าตาม พรบ.เดินเรือน่านน้ำไทย [https://beachlover.net/พระราชบัญญัติเจ้าท่า/] เนื่องจากถือเป็นสิ่งล่วงล้ำลำน้ำตามกฎหมายของกรมเจ้าท่า แต่หากเป็นการวางในพื้นที่เอกชนอยู่ในเขตที่ดินของตนเองก็สามารถทำได้ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมทาง Beach Lover จะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

Beachlover

December 13, 2020

ตามคาด! ภาพล่าสุดของกำแพงกันคลื่นปากน้ำปราณ

Beach Lover ได้เคยนำเสนอสภาพความเสียหายของกำแพงกันคลื่นปากน้ำปราณไปเมื่อ มิถุนายน 2563 ตาม Link https://beachlover.net/กำแพง-ปากน้ำปราณ-เสียหาย/ ณ ในเวลานั้นพบว่าลานเอนกประสงค์ที่ปูด้วยอิฐตัวหนอนด้านหลังกำแพงกันคลื่นนั้นเสียหายเพียงบางส่วน โดยกำแพงกันคลื่นแนวดิ่งนั้นเริ่มเอียงลงทะเลแล้ว ในเดือนธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ Beach Lover ได้ลงสำรวจความเสียหายของกำแพงกันคลื่นนี้อีกครั้ง พบว่ากำแพงกันคลื่นที่เคยเอียงลงทะเล บัดนี้ได้ล้มลงทั้งแผงและหมดหน้าที่ของความเป็นกำแพงกันคลื่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพบว่าลานเอนกประสงค์ด้านหลังกำแพงก็ไหลลงทะเลด้วยเช่นกัน ส่วนที่ถัดจากกำแพงที่พังลงนั้น เดิมทีมีความเสียหายเกิดขึ้นอยู่แล้ว และหน่วยงานที่รับผิดชอบได้นำ Big bag ใส่ทรายมาวางเพื่อป้องกันความเสียหายด้านหลังกำแพง จากการสำรวจสภาพในครั้งนี้พบความเสียหายเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหลังกำแพงและ Big bag นอกจากนี้ยังพบว่า สะพานปลาที่มีสภาพพังเสียหายบัดนี้โครงสร้างหลักได้พังลงทะเลเกือบหมดแล้ว และจากคำบอกเล่าของผู้เกี่ยวข้องพบว่าซากที่พังของสะพานและหล่นลงทะเลนั้น วางตัวประหนึ่งเป็นรอดักทรายเนื่องจากวางตัวตั้งฉากกับการเคลื่อนตัวของตะกอนเลียบชายฝั่งซึ่งมีทิศเคลื่อนที่จากใต้ขึ้นเหนือ โดยพบการกัดเซาะในพื้นที่ด้านทิศเหนือของซากสะพานปลา ซึ่งเดิมเคยมีอาคารร้านค้าตั้งอยู่ริมทะเล แล้วถูกรื้อถอนไป แต่ยังคงพบซากปรักหักพังของโครงสร้างคอนกรีตบางอย่างหลงเหลือทิ้งไว้บนชายหาด ล่าสุด กรมโยธาธิการและผังเมืองมีแผนใช้งบประมาณเพื่อฟื้นฟูบูรณะกำแพงกันคลื่นบริเวณนี้พร้อมปรับภูมิทัศน์ความยาว 930 เมตร มูลค่างานรวม 147.963 ล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงบประมาณ, 2563) ปัจจุบันยังมิได้ลงมือก่อสร้าง โดยพบว่ามีเครือข่ายประชาชนแถบปากน้ำปราณได้ร้องเรียนให้ปรับรูปแบบและปรับเปลี่ยนแนวของโครงสร้างที่กรมโยธาวางแผนไว้ว่าจะยาวต่อเนื่องจากสามแยกถึงศาลสมเด็จพ่อกรมหลวงชุมพรฯ นอกจากนี้พื้นที่ส่วนหนึ่งของโครงการทางด้านทิศเหนือของซากสะพานปลายังมีคดีความฟ้องร้องเรื่องการรุกพื้นที่สาธารณะเพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งนี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โครงการนี้ยังมิได้ลงมือก่อสร้าง หากมีความคืบหน้าประการใด Beach Lover […]

Beachlover

December 9, 2020

ความคืบหน้า งานก่อสร้างกำแพงกันคลื่น ณ หาดสวนสน ระยอง

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของชายหาดสวนสน จ.ระยอง ไปบ้างแล้ว ทั้งงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได [https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรือพอแค่นี้/] ความเสียหายของพื้นที่ด้านบนของกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงที่มีอยู่เดิม [https://beachlover.net/ปรักหักพัง-หาดสวนสน/] ครั้งนี้ Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่อีกครั้งเมื่อปลายเดือน พ.ย.2563 พบว่า กำแพงกันคลื่นนี้อาจจะไม่เสร็จตามแผนที่วางไว้ในอีกไม่ถึงเดือนคือ เดือนธันวาคม 2563 พบว่าพื้นที่ทางทิศตะวันตกของแนวกำแพง โครงสร้างหลักคือขั้นบันไดนั้นสร้างเกือบเสร็จแล้ว ยังคงเหลือโครงสร้างด้านบนสุดตรงสันกำแพงและการปรับภูมิทัศน์ ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันออกของแนวกำแพงพบเพียงงานขึ้นโครงเหล็กและหล่อโครงสร้างหลักทิ้งไว้เท่านั้น สภาพโดยรวมมีคนงานทำงานอยู่ไม่มาก กำแพงกันคลื่นที่ปรากฏ ณ หาดสวนสนนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการป้องกันตลิ่งริมทะเล โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ใช้รูปแบบกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได้เหมือนกับในอีกหลายๆพื้นที่ ที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว และกำลังสร้างอยู่ รวมถึงที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นไปบ้างแล้ว ก็ออกมาเป็นรูปแบบเดียวกันนี้ โดยทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้เคยชี้แจงเหตุผลในที่ประชุมหลายๆเวทีไว้ว่า “รูปแบบนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันชายฝั่งได้ดี หยุดการขยับของตลิ่ง ทำให้ชายฝั่งมีเสถียรภาพ สามารถลดความรุนแรงของคลื่นและลดการสะท้อนของคลื่นได้ ทำให้ลดปัญหาการคุ้ยทราย ลดการพัดพาทรายด้านหน้าหาดได้ในระดับหนึ่ง โครงสร้างได้ออกแบบให้มีความลาดชันเพียงพอต่อการให้ทรายไต่ขึ้นมาสะสมบริเวณหน้าโครงสร้างได้ นอกจากนั้น ระดับโครงสร้างถูกออกแบบให้มีความสูงเพียงพอในการป้องกันคลื่นซัดกระเซ็นข้ามสันคลื่นในฤดูมรสุมได้” หลังงานก่อสร้างแล้วเสร็จ Beach Lover จะลงสำรวจอีกครั้งและกลับมานำเสนอในโอกาสต่อไป

Beachlover

November 27, 2020
1 25 26 27 40