การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำขึ้นน้ำลงต่อชายหาดส่วนหน้า (Foreshore)

งานวิจัยล่าสุดที่ใช้ข้อมูลจากงานสำรวจจำนวนมาก เผยให้เห็นถึงผลของการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำขึ้นลงต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงของชายหาดส่วนหน้า (Foreshore) ที่ก่อนหน้านี้ถูกบดบังโดยปัจจัยอื่นๆ โดยกล่าวว่ากระบวนการนี้ได้รับอิทธิพลจาก ความผันผวนของระดับน้ำขึ้นน้ำลง (tidal fluctuations) พบว่า ช่วงที่มีระดับน้ำขึ้นน้ำลงที่กว้างมาก (tidal range สูง) เช่น ช่วงน้ำเกิด (spring tide) และช่วงน้ำสูงสุดของรอบเดือนจันทรคติ (king tide) จะทำให้เกิดการกัดเซาะบริเวณโซนซัดฝั่งตอนบน (upper swash zone) ได้มากขึ้น แม้ว่าคลื่นจะอยู่ในสภาวะเดียวกันก็ตาม การศึกษาการติดตามชายฝั่งในอดีตยังแสดงให้เห็นว่า ระดับความสูงของชายหาดเหนือระดับน้ำเฉลี่ย มักจะอยู่ในจุดต่ำสุดหลังจากช่วงน้ำเกิดไม่กี่วันอย่างไรก็ตาม ผลกระทบหลักของกระบวนการชายฝั่งที่เกิดจากระดับน้ำขึ้นน้ำลงยังไม่สามารถแยกออกจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น คลื่น ได้อย่างชัดเจน เนื่องจากข้อจำกัดของข้อมูลที่มีอยู่ ทำให้ยังไม่มีคำอธิบายที่สมบูรณ์ของกระบวนการดังกล่าว ในแง่ของผลกระทบจากระดับน้ำขึ้นน้ำลงต่อการขนส่งตะกอนและการเปลี่ยนแปลงของสัณฐานชายหาดในช่วงรอบน้ำขึ้นน้ำลงเดียว (ระหว่างช่วงน้ำขึ้นและน้ำลง) อาจได้รับอิทธิพลจาก กระบวนการแทรกซึมและไหลออกของน้ำใต้ผิวทรายบริเวณหน้าหาด  อย่างไรก็ตาม กระบวนการชายฝั่งที่เกิดขึ้นในระดับชั่วโมงยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างสมบูรณ์ เนื่องจาก ขาดข้อมูลการติดตามการเปลี่ยนแปลงสัณฐานชายฝั่งในช่วงเวลาน้อยกว่า 1 วัน เช่น ทุก 6 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงเวลาของรอบน้ำขึ้นและน้ำลง ความท้าทายที่สำคัญในอนาคต คือ การเพิ่มความถี่ของข้อมูลการติดตามชายฝั่งระยะยาว เพื่อให้สามารถศึกษากระบวนการชายฝั่งในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น ระหว่างรอบน้ำขึ้นน้ำลง และเพื่อให้เข้าใจพลวัตของชายหาดในรายละเอียดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Beachlover

March 3, 2025

ความลาดชันชายหาดบนเกาะภูเก็ต

Beach Lover ได้พาสำรวจสภาพชายหาด รวมถึงโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง บริเวณเกาะภูเก็ตฝั่งตะวันตกไปแล้ว ติดตามได้จากโพสในหมวดสถานการณ์ชายฝั่ง ครั้งนี้ขอพาสำรวจความลาดชันชายหาดทั้ง 47 ตำแหน่งกันบ้าง ว่าเป็นอย่างไร ความลาดชันชายหาดเป็นลักษณะทางกายภาพของชายฝั่งที่แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากการเกิดน้ำท่วม และความรวดเร็วในการกัดเซาะของแนวชายฝั่ง เพราะพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีความลาดชันสูง แนวชายฝั่งจะกัดเซาะช้ากว่าบริเวณชายฝั่งที่มีความลาดชันต่ำ ตามกฎของ Brunn  แม้ว่ากฎของ Brunn จะใช้ไม่ได้กับพื้นดินทุกประเภท แต่มีประโยชน์ในการให้ข้อมูลเชิงลึกว่าพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีที่ราบลุ่ม จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมและการเปลี่ยนแปลงสภาพชายฝั่ง โดยทั่วไปพื้นที่ที่มีความลาดชันต่ำมีโอกาสที่คลื่นขนาดใหญ่สามารถซัดเข้าโจมตีพื้นที่ด้านในฝั่งได้มาก โดยเฉพาะหากเกิดคลื่นพายุรุนแรงในฤดูมรสุม ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมพื้นที่หลังหาด สร้างความเสียหายต่อที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนพัดพาเอาตะกอนออกสู่ทะเลได้มาก การสำรวจข้อมูลความลาดชันชายหาดในพื้นที่ศึกษา 47 ตำแหน่งสำรวจ เป็นการสำรวจโดยใช้เครื่องวัดความลาดชันแบบพกพา ณ ตำแหน่งสำรวจบริเวณชายหาดส่วนหน้า (Foreshore) พบว่าค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด และค่าต่ำสุด ของความลาดชันชายหาดเป็น 6.33 , 13.70 และ 2.20 องศา ตามลำดับ จากการศึกษาที่ผ่านมาสำหรับชายหาดในประเทศไทยพบว่ามีความลาดชันชายหาดเฉลี่ยเท่ากับ 6.60 องศา (Ritphring, et al.,2018) เมื่อนำข้อมูลความลาดชันชายหาด มาพล็อตกราฟแจกแจงความถี่ พบว่า ความลาดชันชายหาดช่วง 5-6 องศา เป็นช่วงที่มีความถี่สูงสุด จำนวน 13 […]

Beachlover

August 23, 2022