สำรวจการเปลี่ยนแปลงหาดหยงหลิง

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/mnperc3 วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) สำรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพชายหาด บริเวณหาดหยงหลิง ประกอบด้วยแนวสำรวจ 7 แนว เบื้องต้นพบว่า สภาพชายฝั่งส่วนใหญ่มีลักษณะถูกกัดเซาะตลอดทั้งแนว ซึ่งจะนำข้อมูลไปวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป

Beachlover

October 17, 2026

พีพีกำลังเข้าสู่ High Season แต่ซากปรักหักพังยังคงอยู่

ปลายเดือนกันยายน 2569 เครือข่ายของ Beach Lover ไปเยือนเกาะพีพีดอน จ.กระบี่ เกาะท่องเที่ยวชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จัก ทั้งน้ำทะเลสีสวย หาดทรายขาว และบรรยากาศคึกคักของเรือท่องเที่ยวที่เข้าออกอ่าวต้นไทรตลอดทั้งวัน แต่ท่ามกลางความสวยงามเหล่านั้น ยังมีเรื่องหนึ่งที่อดเป็นห่วงไม่ได้ นั่นคือ ซากโครงสร้างป้องกันชายฝั่งและทางเดินริมทะเลที่พังเสียหายมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 หรือกว่าสองปีมาแล้ว ยังคงไม่ได้รับการจัดการให้เรียบร้อยทั้งหมด Beach Lover เคยลงพื้นที่สำรวจความเสียหายนี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 และเขียนไว้ในบทความ สำรวจความเสียหายของโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง เกาะพีพี หลังพังยับเยิน ในครั้งนั้นเราพบว่าโครงสร้างทางเดินคอนกรีตที่วางอยู่บนกำแพงกันคลื่นแบบเกเบี้ยน (Gabion) พังเสียหายอย่างหนัก หลายส่วนแตกร้าว หลุดออกจากกัน และมีเศษวัสดุกระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายหาด ต่อมาในเดือนเมษายน 2568 Beach Lover กลับไปสำรวจอีกครั้ง พบว่าโครงสร้างที่พังยังคงอยู่ และบางส่วนเสียหายมากขึ้นจากการถูกคลื่นซัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังไม่มีการจัดการพื้นที่อันตรายอย่างเหมาะสม เวลาผ่านไปสองปีกว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงโครงสร้างที่พัง แต่คือการปล่อยให้ซากโครงสร้างเหล่านี้อยู่ร่วมกับการใช้ประโยชน์ชายหาดของนักท่องเที่ยวมาเป็นเวลานาน เศษคอนกรีตที่แตกหัก เหล็กเส้นที่อาจโผล่ออกมา หินที่หลุดจากโครงสร้าง รวมถึงพื้นทางเดินที่ไม่มั่นคง ล้วนเป็นอันตรายที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ หรือเดินผ่านบริเวณดังกล่าวในช่วงน้ำขึ้น จากภาพล่าสุด เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของงานซ่อมแซมแล้ว ซึ่งอย่างน้อยก็เป็นสัญญาณว่าปัญหานี้กำลังได้รับการดำเนินการเสียที ในมุมของวิศวกรรมชายฝั่ง การซ่อมโครงสร้างที่พังไม่ใช่แค่การทำให้กลับมาแข็งแรงหรือสวยงามเหมือนเดิมเท่านั้น แต่ต้องย้อนกลับไปหาคำตอบด้วยว่า ทำไมโครงสร้างเดิมจึงพัง เพราะหากปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของโครงสร้างที่ยื่นลงไปในเขตที่คลื่นปะทะโดยตรง ลักษณะท้องทะเลด้านหน้า […]

Beachlover

October 13, 2026

ทะเลไม่ได้รุกหาด…แต่หาดมีเวลาน้ำขึ้น

ภาพชายหาดบางแสนวันที่ 11-12 ตุลาคม 2569 ที่เผยแพร่โดยเพจ BangsaenNow (https://www.facebook.com/BangsaenNow) แสดงให้เห็นบรรยากาศการท่องเที่ยวที่คึกคัก ร่มชายหาดจำนวนมากเรียงรายอยู่ริมทะเล ขณะที่น้ำทะเลขึ้นมาสูงจนเกือบถึงแนวร่มและพื้นที่ให้บริการนักท่องเที่ยว ทำให้ชายหาดที่เคยกว้างเหลือพื้นที่ทรายสำหรับทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อย หลายคนเห็นภาพนี้อาจรู้สึกว่าน้ำทะเลขึ้นสูงผิดปกติ หรืออาจตั้งคำถามว่าชายหาดบางแสนกำลังถูกกัดเซาะหรือไม่ ภาพลักษณะนี้ไม่ได้หมายความว่าชายหาดกำลังเกิดปัญหาเสมอไป เพราะสิ่งที่เราเห็นอาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมดาของ น้ำขึ้น–น้ำลง (Tides) ที่เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว ระดับน้ำทะเลไม่ได้อยู่ที่ระดับเดียวตลอดทั้งวัน แต่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงดึงดูดของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เป็นปัจจัยสำคัญ ในบางช่วง ระดับน้ำทะเลจะสูงมาก โดยเฉพาะช่วงที่เกิดน้ำเกิด (Spring Tide) (วันที่ 10 ตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่พิสัยน้ำขึ้นน้ำลงมีค่ามากกว่าปกติ ส่วนบางช่วงระดับน้ำจะเปลี่ยนแปลงน้อยกว่า เรียกว่า น้ำตาย (Neap Tide) สำหรับชายหาดที่มีความลาดชันค่อนข้างน้อย ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่สิบเซนติเมตร อาจทำให้แนวน้ำเคลื่อนเข้าหาฝั่งได้หลายเมตร ตัวอย่างเช่น หากชายหาดมีความลาดชัน 1:30 ระดับน้ำที่สูงขึ้น 0.50 เมตร อาจทำให้แนวน้ำเคลื่อนเข้าหาฝั่งประมาณ 15 เมตรได้ โดยยังไม่จำเป็นต้องมีการกัดเซาะหรือสูญเสียทรายหน้าหาดแต่อย่างใด นั่นหมายความว่า ชายหาดที่เราเห็นว่ากว้างในตอนเช้า อาจเหลือพื้นที่ทรายเพียงเล็กน้อยในช่วงบ่าย หรือกลับกัน ขึ้นอยู่กับจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงของแต่ละวัน สิ่งที่น่าสนใจในภาพนี้อาจไม่ใช่ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น แต่เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายหาดที่ขยายตัวเข้าไปใกล้แนวน้ำมาก เมื่อระดับน้ำทะเลอยู่ในช่วงต่ำ เราอาจมองเห็นพื้นที่ชายหาดกว้างขวาง […]

Beachlover

October 12, 2026

บาเฆะ…เละเหมือนเดิม?

Beach Lover เคยเขียนถึงชายหาดแห่งนี้ไปเมื่อหลายปีก่อน ตามอ่านได้จากโพส “หาดทรายกลายเป็นหิน @ หาดบาเฆะ นราธิวาส” ต้นเดือนตุลาคม 2569 Beach Lover มีโอกาสกลับไปที่ หาดบาเฆะ จังหวัดนราธิวาส อีกครั้ง สิ่งที่เห็นอย่างเต็มตาตอนนี้คือแนวหินทิ้งยาวไปตามชายฝั่ง ทั้งบริเวณที่มีชุมชนและบริเวณชายหาดธรรมชาติที่ไม่มีบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ด้านหลัง ในวันนี้ หาดยังคงกัดเซาะและกองหินก็ยังคงเพิ่มขึ้น จากการเดินเท้าสำรวจพบว่า มีกองหินใหม่ๆวางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสังเกตได้ไม่ยากจากสีของหิน บางช่วง “ชายหาด” แทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว เพราะพื้นที่ที่เคยเป็นหาดทรายถูกกองหินวางทับลงไปโดยตรง ส่วนตรงด้านหน้าของแนวหินก็ไม่มีพื้นที่หาดให้เราเดินอีกต่อไป ภาพที่เห็นจึงชวนให้คิดว่า เรากำลังป้องกันอะไรกันแน่ หากเป้าหมายคือการรักษาบ้าน ถนน หรือโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็น การป้องกันชายฝั่งในบางตำแหน่งอาจมีเหตุผลความจำเป็น แต่ถ้าพื้นที่ด้านหลังยังเป็นพื้นที่ธรรมชาติ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างสำคัญ และชายหาดยังมีพื้นที่ให้สามารถปรับตัวตามธรรมชาติได้ คำถามคือ เราจำเป็นต้องเอาหินไปวางทุกครั้งที่แนวชายฝั่งถูกกัดเซาะหรือไม่ ? เพราะชายหาดไม่ใช่สิ่งที่อยู่นิ่ง ตามธรรมชาติ หาดสามารถแคบลง กว้างขึ้น ถอยเข้าฝั่ง หรือสะสมตัวกลับมาได้ตามฤดูกาล คลื่น และปริมาณตะกอน แต่เมื่อเราเอาหินก้อนใหญ่ไปวางบนพื้นที่หาด สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือ พื้นที่ตรงนั้นจะไม่ใช่หาดทรายแบบเดิมอีกแล้ว การวางหินอาจช่วยรักษา “แนวชายฝั่ง” ให้อยู่ในตำแหน่งเดิมได้บางส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะรักษา “ชายหาด” ไว้ได้ […]

Beachlover

October 5, 2026

ติดตามสถานภาพชายฝั่งพื้นที่ อำเภอตากใบ และอำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

ที่มา: https://www.facebook.com/profile.php?id=100065421852678 วันที่ ๒๔ – ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๙ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๙ โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งพื้นที่ อำเภอตากใบ และอำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ซึ่งอยู่ในระบบหาดบางนรา และระบบหาดเขาตันหยง – ตากใบ จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ชายฝั่งบริเวณดังกล่าว มีลักษณะทางกายภาพชายฝั่งเป็นหาดทรายสมดุล พบว่าเริ่มมีการสะสมของตะกอนทรายชายหาด อีกทั้งได้ติดตามสถานภาพชายฝั่งพื้นที่อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ และอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดแหลมโพธิ์ – บางมะรวด และระบบหาดบางนรา จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ชายฝั่งบริเวณดังกล่าว มีลักษณะทางกายภาพชายฝั่งเป็นหาดทรายสมดุล พบร่องรอยการกัดเซาะช่วงฤดูมรสุมที่ผ่านมา อีกทั้งพบว่าเริ่มมีการสะสมของตะกอนทรายชายหาด และปรับตัวเป็นเนินทรายชายฝั่งในบางพื้นที่ ทั้งนี้ สทช.๙ โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางชายฝั่ง จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี ๒๕๖๙ จังหวัดปัตตานี และนราธิวาส ต่อไป

Beachlover

September 3, 2026

สำรวจสัณฐานชายหาดป่าทราย จ.พังงา ติดตามการเปลี่ยนแปลงตะกอนชายฝั่งด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 8 สิงหาคม 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจสัณฐานชายหาด (Beach Profile) บริเวณหาดป่าทราย หมู่ที่ 5 ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา จำนวน 2 พื้นที่ โดยนำอากาศยานไร้คนขับ (Drone) มาใช้ร่วมกับการหาพิกัดด้วยระบบสัญญาณดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) เพื่อจัดเก็บข้อมูลสัณฐานชายฝั่งอย่างละเอียดและมีความแม่นยำสูง การสำรวจดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแบบจำลองสัณฐานชายฝั่ง 3 มิติ (3D Coastal Model) และแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศความละเอียดสูง (Orthomosaic Map) รวมทั้งจัดทำแนวรูปภาคตัดขวางชายหาด (Beach Profile) สำหรับใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการติดตามและประเมินการเปลี่ยนแปลงของตะกอนทรายบริเวณชายหาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งให้มีประสิทธิภาพ จากผลการสำรวจเบื้องต้น พบว่า บริเวณหาดป่าทรายยังคงมีสภาพชายฝั่งและการสะสมตัวของตะกอนทรายอยู่ในภาวะสมดุล ไม่พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยพื้นที่ดังกล่าวมีการใช้ประโยชน์บริเวณชายหาดเพื่อการท่องเที่ยว รวมถึงเป็นพื้นที่จอดเรือของประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 จะรวบรวมและจัดทำข้อมูลผลการสำรวจ เพื่อรายงานต่อกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งต่อไป สำหรับใช้ประกอบการติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งในระยะยาว เพื่อให้ทรัพยากรชายฝั่งได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป

Beachlover

August 14, 2026

Drone LiDAR สำรวจแนวไม้ไผ่ชายฝั่งสมุทรปราการ พบป่าชายเลนเพิ่มกว่า 8 ไร่

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 8 เมษายน 2569 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่ง ลงพื้นที่ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามผลโครงการปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 ครอบคลุมระยะทางรวมประมาณ 2,540 เมตร ในการสำรวจครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone LiDAR) มาใช้เก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ ด้วยระบบสำรวจระยะไกลด้วยแสงเลเซอร์ เพื่อสร้างแบบจำลองภาพ 3 มิติ (Point Cloud) ที่มีความละเอียดสูง ผลการเปรียบเทียบข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2565 กับข้อมูลล่าสุดจาก Drone LiDAR พบว่า พื้นที่ด้านหลังแนวไม้ไผ่เกิดการสะสมตัวของตะกอนเลนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของพืชพรรณชายฝั่ง คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของแนวไม้ไผ่ในการช่วยลดความรุนแรงของคลื่น และฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งได้อย่างเป็นรูปธรรม กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง จะนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจไปจัดทำแผนที่รายละเอียดสูง (Orthomosaic) พร้อมคำนวณพื้นที่ป่าที่เพิ่มขึ้น เพื่อใช้ในการติดตามและประเมินผลโครงการในระยะยาว และเป็นข้อมูลสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

Beachlover

April 9, 2026

LiDAR ติดตามผลการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น จ.ตราด

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทะเล ใช้เทคโนโลยี LiDAR ติดตามผลการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น จ.ตราด พบตะกอนเลนสะสมตัวหนาแน่น-พื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นกว่า 7 ไร่ วันที่ 4 เมษายน 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง (กอช.) เดินหน้าติดตามประสิทธิภาพโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เผยผลสำเร็จหลังการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นในพื้นที่จังหวัดตราด พบช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งได้อย่างมีนัยสำคัญ ณ ตำบลอ่าวใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดตราด โดยเจ้าหน้าที่ได้นำเทคโนโลยี อากาศยานไร้คนขับ (Drone LiDAR) มาใช้ในการเก็บข้อมูลระยะไกลด้วยแสงเลเซอร์ เพื่อสร้างภาพจำลอง 3 มิติ หรือ Point Cloud ที่มีความละเอียดสูง ช่วยให้เห็นสภาพพื้นที่จริงและการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่งได้อย่างแม่นยำกว่าการสำรวจแบบดั้งเดิม จากการตรวจสอบแนวไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น ซึ่งดำเนินการปักมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 รวมระยะทางประมาณ 2,500 เมตร พบความคืบหน้า ดังนี้ • เกิดการตกตะกอนเลนอย่างต่อเนื่องบริเวณหลังแนวไม้ไผ่ • พบการขยายตัวของพืชพรรณชายฝั่งและป่าชายเลน คิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 7.79 ไร่ แนวไม้ไผ่ยังคงทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติ ช่วยลดพลังงานคลื่นที่ปะทะชายฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจากการสำรวจด้วย […]

Beachlover

April 6, 2026

กำแพงกันคลื่นปกป้องใคร ณ หาดปราณบุรี… เมื่อ “ทางออก” กลายเป็น “ปัญหา” ของคนถัดไป

เวลาพูดถึง “กำแพงกันคลื่น” หลายคนมักนึกภาพโครงสร้างแข็งแกร่งที่ยืนหยัดต้านพลังของคลื่นริมทะเลได้ แต่สิ่งที่ภาพต่อไปนี้จะบอกเล่า กลับเป็นเรื่องราวอีกด้านหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง นั่นคือ สิ่งที่เกิดขึ้นกับหาดทรายที่อยู่ ข้างๆ กำแพง ก่อนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่หาดปราณบุรี ต้องเข้าใจหลักการพื้นฐานก่อนว่า ทรายบนชายหาดนั้นไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาตามแนวชายฝั่ง (Longshore Sediment Transport) โดยคลื่นและกระแสน้ำจะพัดพาตะกอนทรายจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งอย่างต่อเนื่อง ลองนึกภาพสายพานลำเลียงทรายที่วิ่งไปตลอดแนวชายฝั่ง ทรายจากหาดหนึ่งถูกพัดพาไปเติมให้กับหาดถัดๆ ไปเป็นวัฏจักร ชายหาดจึงมีสมดุลอยู่ได้ก็เพราะกระบวนการนี้ เมื่อมีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่น (Seawall) ขึ้นมาในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง กำแพงนั้นจะทำหน้าที่ปกป้องทรัพย์สินที่อยู่เบื้องหลังได้จริง แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็ขัดขวางการไหลเวียนของตะกอนตามแนวชายฝั่ง เปรียบเสมือนการสร้างเขื่อนกลางสายพานลำเลียง ทรายที่ควรจะไหลผ่านไปเติมให้หาดด้านล่าง ก็ถูกตัดหายไป ปรากฏการณ์นี้เรียกในทางวิชาการว่า Downdrift erosion หรือ Flanking erosion คือการกัดเซาะที่รุนแรงขึ้นบริเวณปลายสุดและข้างๆ ของกำแพง ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่โครงสร้างแข็งดึงดูดพลังงานคลื่นให้มาซัดกระจุกในจุดนั้น พร้อมกันนั้นก็ตัดการลำเลียงทรายที่หาดข้างเคียงเคยได้รับ Beach Lover ชวนเดินเท้าสำรวจภาพตอนกลางของหาดปราณบุรี ภาพที่พบได้บอกเล่าเรื่องราวนี้อย่างชัดเจนมาก บริเวณที่มีกำแพงกันคลื่นอยู่นั้นยังพอมีแผ่นดินเหลือ แต่หาดที่อยู่ถัดออกไปทางด้านข้าง ซึ่งไม่มีกำแพงป้องกัน กลับถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นหน้าผาทรายสูงชัน ดินพังทลาย และสิ่งก่อสร้างถูกกลืนหายไปต่อหน้าต่อตา ท่อระบายน้ำที่เคยฝังอยู่ใต้ดิน บัดนี้โผล่ขึ้นมานอนบนหาดหลังจากดินถูกคลื่นกัดเซาะออกไปจนหมด สะท้อนให้เห็นว่าการกัดเซาะนั้นลึกและรุนแรงเพียงใด ไม่ใช่แค่ผิวดินชั้นบน แต่กัดลึกลงไปถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ฝังอยู่ใต้ดิน ปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ วงจรของการกัดเซาะที่จะไม่มีวันสิ้นสุดได้ด้วยตัวเอง เมื่อหาดข้างกำแพงถูกกัดเซาะมากขึ้น […]

Beachlover

March 26, 2026

รั้วไม้ป้องกันชายฝั่งปากคลองกลาย: เมื่อโครงสร้างไม่อ่อนพอต่อคลื่น

ชายหาดปากคลองกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช นับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นชายหาดด้านทิศเหนือของปากร่องน้ำที่มีโครงสร้าง Jetty และ Breakwater ต่อเนื่องไปทางทิศเหนือ หรือ ด้านท้ายน้ำของโครงสร้าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ดำเนินโครงการปักไม้สนเพื่อป้องกันคลื่นและชะลอการกัดเซาะเป็นแนวยาวตลอดแนวชายหาด เมื่อ Beach Lover เดินทางมาสำรวจในต้นปี 2569 ภาพที่เห็นกลับทำให้ต้องตั้งคำถามสำคัญ  “รั้วไม้หายไปหมดแล้ว และชายหาดยังคงถูกกัดเซาะอยู่ต่อไป” การปักไม้ เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันชายฝั่งแบบ “โครงสร้างอ่อน”  ซึ่งมีแนวคิดพื้นฐานว่า หากเราชะลอความเร็วของคลื่นและกระแสน้ำที่วิ่งเข้าหาฝั่ง ตะกอนจะค่อย ตกสะสมระหว่างแนวไม้ และในที่สุดจะช่วยเสริมสร้างชายหาดได้เองตามธรรมชาติ หลักการนี้ใช้ได้ผลดีในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะชายฝั่งที่มีลักษณะความลาดชันของหน้าหาดไม่สูงมาก คลื่นมีพลังงานต่ำถึงปานกลาง มีตะกอนในระบบเพียงพอที่จะถูกพัดพามาสะสม และกระแสน้ำชายฝั่งไม่รุนแรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกชายหาดจะตอบสนองต่อมาตรการนี้ในแบบเดียวกัน สีเข้มของตะกอนบ่งชี้ถึงองค์ประกอบของอนุภาคที่ละเอียดและมีความหนาแน่นสูง ซึ่งมักเกิดจากการผสมของทรายกับแร่หนัก หรือตะกอนโคลนละเอียดที่ถูกพัดมาจากปากแม่น้ำหรือแหล่งน้ำใกล้เคียง ลักษณะตะกอนแบบนี้มีนัยสำคัญในแง่ของพลวัตชายฝั่ง กล่าวคือตะกอนละเอียดมีแนวโน้มถูกพัดพาออกได้ง่ายกว่าตะกอนหยาบ เมื่อคลื่นและกระแสน้ำมีพลังงานเพียงพอ แม้จะมีแนวไม้ปักขวางอยู่ก็ตาม นอกจากนี้ ชายหาดที่อยู่ใกล้ปากคลองหรือบริเวณอิทธิพลของน้ำจืด มักมีรูปแบบการไหลเวียนของตะกอนที่ซับซ้อน ทำให้การประเมินว่าตะกอนจะ “สะสม” หรือ “สูญเสีย” ต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึก เช่น การตรวจวัดกระแสน้ำ การเก็บตัวอย่างตะกอน และการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง ก่อนที่จะนำโครงสร้างใดๆ ไปติดตั้ง […]

Beachlover

March 22, 2026
1 2 … 15