เยาวชนสองล้อรักษ์หาดทราย ติดตามสภาพชายหาดบ้านหัวหิน [24 ก.ย.2563]

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/Beachforlife.BFL/ กลุ่มเยาวชนสองล้อรักษ์หาดทรายได้ร่วมกันติดตามสภาพชายหาดบ้านหัวหิน อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งเป็นชายหาดผืนสุดท้ายของบริเวณนั้น เนื่องจากหาดบางศิลา ซึ่งเชื่อมต่อกับหาดบ้านหัวหินมีการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นตลอดทั้งเเนว ทำให้เหลือเพียงชายหาดบ้านหัวหิน 800 เมตร ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่เยาวชนกลุ่มนี้ได้ร่วมกันติดตามสภาพชายหาด กว่า 9 เดือน เเละในเดือนนี้เป็นเดือนที่เข้าสู่ช่วงมรสุม ซึ่งพบว่า ชายหาดบริเวณ จุดที่ 3 ซึ่งใกล้กับกำเเพงกันคลื่นได้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง จนทำให้ถนนได้รับความเสียหาย เเละทางหน่วยงานท้องถิ่นได้นำหินมาทิ้งเพื่อป้องกันถนน ในส่วนพื้นที่ชายหาดบริเวณอื่น พบว่า ยังคงสภาพปกติ

Beachlover

Beachlover

October 1, 2020

Beach Zoning หาดบ้านหัวหิน สตูล [22 ส.ค.2563]

กลางเดือนกรกฎาคม 2563 กิจกรรม Beach Zoning ได้ถูกจัดขึ้นไปแล้วครั้งหนึ่ง ณ ชายหาดบ้านหัวหิน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการลงในรายละเอียดรวมถึงการดึงเยาวชนในชุมชนเข้ามาร่วมกันออกไอเดียเพิ่มเติม กิจกรรมนี้เริ่มจากการใส่รายละเอียดสภาพปัจจุบันของชายหาดบ้านหัวหินลงไปบนแผนที่ที่ร่วมกันวาดขึ้นเอง เพื่อเป็นการ Check in ความรู้ความเข้าใจชายหาดในชุมชนของตนเอง จากนั้นได้เริ่มกันระบุปัญหาที่พบเจอจากการใช้ประโยชน์ริมชายหาด ต่อด้วยความฝันที่อยากเห็นชายหาดในชุมชนของเราหน้าตาเป็นอย่างไร และจะไปถึงความฝันนั้นโดยใช้กติการ่วมกันในชุมชนอย่างไร กิจกรรมนี้เต็มไปด้วยการถกเถียงกันของผู้ที่มีความเห็นแตกต่างกัน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องปกติของการอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน เพียงแต่ต้องพูดจากกันด้วยเหตุผลเพื่อให้เกิดฉันทามติร่วมกันในชุมชน จะดีแค่ไหน หากเราสามารถออกแบบชายหาดในชุมชนได้ด้วยตัวเอง … อยากให้ทุกชุมชนชายฝั่งได้มีวงถกเถียง ออกแบบพื้นที่สาธารณะ สร้างกติกาที่มาจากฉันทามติของชุมชนกันเอง เพราะนั่นหมายถึงการพัฒนาโดยฟังเสียงจากล่างขึ้นบนอย่างแท้จริง

Beachlover

Beachlover

August 26, 2020

Beach Zoning ณ ชายหาดบ้านหัวหิน จ.สตูล [12 ก.ค.2563]

หลังจากกลุ่มเยาวชนติดตามการเปลี่ยนแปลงชายหาดบ้านหัวหินมาระยะหนึ่งแล้ว ครั้งนี้ ได้มีกิจกรรมการออกแบบการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชายหาดร่วมกันโดยการมีส่วนร่วมของเยาวชนริมชายหาดบ้านหัวหิน จ.สตูล กิจกรรมเริ่มจาก การแบ่งกลุ่มเยาวชนออกเป็นสองกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มได้เล่าถึงข้อเท็จจริงในพื้นที่ การใช้ประโยชน์ชายหาดในปัจจุบัน รวมถึงสภาพปัญหาที่พบเจอ จากนั้นแต่ละกลุ่มก็เสนอความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่กับโจทย์ที่ว่า เราอยากเห็นชายหาดหน้าบ้านเรา ในชุมชนของเราเป็นอย่างไร น้องๆเยาวชนมีไอเดียที่หลากหลาย แต่ทุกคนเห็นตรงกันว่า อยากรักษาหาดทรายผืนสุดท้ายระยะทางประมาณ 1.1 กิโลเมตรบริเวณนี้ไว้ ให้คงความเป็นธรรมชาติต่อไปให้มากที่สุด

Beachlover

Beachlover

July 16, 2020

การมาถึงของโครงสร้างบางอย่าง ณ หาดราไว จ.สตูล [17 เม.ย. 2563]

หาดราไว (Rawai Beach) แหล่งท่องเที่ยวใน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล เป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่มีการตกสะสมตัวของตะกอนทรายจากตอนเหนือบริเวณปากคลองวังวนที่บ้านราไวเหนือ และยาวต่อเนื่องลงไปทางตอนใต้จนถึงปากคลองยานซื่อด้านตรงข้ามกับบ้านตันหยงละไน้ รวมเป็นหาดทรายที่มีความยาวประมาณ 3.5 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เป็นหาดทรายที่เกิดจากกระแสน้ำเลียบชายฝั่งพัดพาเอาตะกอนทรายมาสะสมตัวงอกขนานไปกับแนวชายฝั่ง โดยมีแนวป่าชายเลนอยู่ระหว่างสันดอนทรายกับชายฝั่งทะเลที่เป็นพื้นที่เชิงเขา ผืนทรายมีลักษณะสีเทาคล้ำด้วยเศษซากอินทรีย์ บางบริเวณพบการสลับกันระหว่างชั้นเศษซากอินทรีย์กับชั้นทรายบาง ๆ เรียงซ้อนขนานไปกับแนวชายฝั่ง (http://www.satun-geopark.com) ทีม Beach Lover ได้ลงพื้นที่นี้เมื่อปี 2560 พบว่าชายหาดแห่งนี้มีความลาดชันหน้าหาดเพียง 2.60 องศา (ความลาดชันชายหาดเฉลี่ยของหาดทรายประเทศไทยคือ 7 องศา)และมีขนาดเฉลี่ยของตะกอนทรายปนโคลนที่ค่อนข้างละเอียดคือ 0.12 มิลลิเมตรเท่านั้น (ขนาดเฉลี่ยของหาดทรายประเทศไทยคือ 0.25 มิลลิเมตร) จากการสังเกตสภาพโดยรวมพบว่า มีถนนเลียบชายฝั่งตลอดแนว แต่มิได้ประชิดชายฝั่งมากนัก มีจุดแวะพักสำหรับนักท่องเที่ยว ลานจอดรถ และสนามเด็กเล่น มีกำแพงกันคลื่นขนานไปกับแนวชายหาดตั้งแต่จุดแวะพักนักท่องเที่ยวขึ้นไปทางทิศเหนือจรดปากคลอง สร้างโดยองค์การบริหารส่วนตำบลขอนคลาน ไม่มีชุมชนอาศัยอยู่บริเวณนั้น มีเพียงบ้านกระจายทางฝั่งตะวันออกของถนนอย่างประปราย ช่วงน้ำลงชายหาดกว้างมากกว่า 50 เมตร และน้ำทะเลสามารถขึ้นถึงริมฝั่งได้ในช่วงน้ำขึ้นของบางฤดูกาล จนเดือนเมษายน 2563 เครือข่ายของ Beach for life […]

Beachlover

Beachlover

April 20, 2020

ติดตามการเปลี่ยนแปลงชายหาดหัวหิน สตูล ครั้งที่ 4 [1มี.ค.2563]

วันนี้น้องๆเยาวชนกลุ่มสองล้อ จ.สตูล ร่วมกับเครือข่ายกลุ่ม beach for life และอาสาสมัคร ได้ร่วมกันการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับชายหาด รวมถึงได้มีการพูดคุยถึงข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของชายหาดหัวหินในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ณ ตำแหน่ง ที่อยู่ใกล้กับปลายกำแพงกันคลื่นที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ (ดูเพิ่มเติมจากโพส https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ละงู/) สำหรับหาดหัวหิน น้องๆได้ทำการติดตามการเปลี่ยนแปลงใน 3 ตำแหน่ง ตลอดความยาวชายหาดธรรมชาติที่หลงเหลืออยู่เกือบ 1 กิโลเมตร (ดูเพิ่มเติมจากโพส https://beachlover.net/หาดหัวหิน-ละงู-จ-สตูล-3-พ-ย-2562/) ด้วยวิธี Water level เดียวกันกับเครือข่าย Beach for life และบันทึกข้อมูลผ่าน application BMON บน Smartphone ทั้งข้อมูลระดับ มุมลาดเอียงชายหาด และภาพถ่าย 4 ทิศ ในแต่ละตำแหน่งที่สำรวจ

Beachlover

Beachlover

March 3, 2020

กำแพงกันคลื่นใน 3 พื้นที่ ที่ต้องตั้งงบประมาณ “ต่อไปเรื่อยๆ” [17ม.ค.2563]

กําแพงกันคลื่น มีลักษณะเป็นกําแพงวางตัวตามแนวประชิดและขนานชายฝั่ง เพื่อรับแรงปะทะจากคลื่น ทําให้พื้นที่ด้านหลัง กําแพงกันคลื่นไม่ถูกกัดเซาะ มักใช้ในการป้องกันชายฝั่งที่มีพื้นที่แคบๆ นิยมใช้ในการป้องกันพื้นที่ของเอกชนเนื่องจากมีค่าใช้จ่าย ไม่สูงมากนัก อาจมีได้หลากหลายรูปแบบเช่น กําแพงกันคลื่นแบบหินทิ้ง แบบเข็มพืด แบบ Tetrapod แบบเกเบียน เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเชิงพื้นที่และงบประมาณ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ เกิดการสะท้อนกลับของคลื่นที่เข้ามากระทบโดยจะมีความ รุนแรงมากหน้ากําแพง ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อการใช้ประโยชน์ ด้านหน้ากําแพงได้ เมื่อคลื่นเข้าปะทะกําแพงจะเกิดการตะกุยตะกอนทรายจากชายหาดด้านหน้ากําแพงกันคลื่น แล้วกระแสน้ําในทิศทางออกจากฝั่งซึ่งเกิดจากคลื่นจะพาตะกอนทรายเหล่านั้นออกไปนอกชายฝั่ง ทําให้เกิดการกัดเซาะบริเวณหน้ากําแพงกันคลื่น ทําให้การเข้าถึงชายหาดถูกปรับเปลี่ยนสภาพไป อาจเกิดความไม่สะดวกขึ้น ทําให้เกิดการกัดเซาะที่ฐานและด้านท้ายน้ําของกําแพง (Downdrift) โดยมีลักษณะเป็น Local effect หากเป็นกําแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งมักก่อให้เกิดอันตรายเมื่อลม พายุขนาดใหญ่หอบเอาหินเข้ามาที่ชายฝั่งด้านใน เป็นอันตรายต่อ พื้นท่ีใกล้เคียงได้ ส่งผลเสียต่อทัศนียภาพริมทะเล ที่สำคัญ หากจุดสิ้นสุดของปลายกำแพงไม่ใช่หัวหาด หัวแหลม โครงสร้างป้องกันชายฝั่ง หรือโครงสร้างปากแม่น้ำ จะเกิดการกัดเซาะต่อเนื่องทางด้านท้ายน้ำ จนอาจจะต้องสร้างกำแพง “ต่อไปเรื่อยๆ” ใช้งบประมาณ “ต่อไปเรื่อยๆ” เพื่อแก้ไขปัญหานี้ “ต่อไปเรื่อยๆ” ตามรูป คำถามตัวโตๆคือ ประเทศไทยร่ำรวยพอที่จะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆ “ต่อไปเรื่อยๆ” หรือไม่

Beachlover

Beachlover

January 17, 2020