สถานีวิจัยฯ สุดหาดประพาส ถูกกัดเซาะ?

Beach Lover ได้นำเสนอสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดประพาสไปแล้วในโพสก่อนหน้านี้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/praphat-ranong-dec2025/ เมื่อเดินสำรวจไปทางทิศเหนือเรื่อยๆสุดหาดประพาส จะเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเชื่อมต่อกับปากคลองกำพวนทางด้านเหนือสุด พบว่าชายหาดของสถานีวิจัยฯ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเป็นบล็อคคอนกรีต เพื่อป้องกันริมถนนของสถานีวิจัยเองตลอดแนวประมาณ 320 เมตร จากปากทางเข้าสถานีฯไปทางทิศหนือ เนื่องจากระดับถนนสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มาก จึงพบทรายจำนวนมากอยู่บนถนน คาดว่าเกิดจากคลื่นซัดขึ้นมาด้านบนและพาทรายมาด้วย จากโพสก่อนหน้า ที่ Beach Lover ได้พาสำรวจหาดประพาสไปแล้วนั้นพบว่า หาดทางทิศใต้ของสถานีวิจัยฯ ที่ไม่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใดๆ ถูกกัดเซาะจนถนนเสียหายเกือบตลอดทั้งแนว เมื่อเทียบกับถนนเส้นเดียวกันที่วิ่งเข้าสู่สถานีวิจัยฯทางทิศเหนือของหาด ที่ยังคงสภาพใช้การได้อยู่นั้น จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดระนองประชุมพิจารณาโมเดลการวางแนวกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้นำรูปแบบมาเสนอ (https://share.google/4vY2OrGhsNmpRDGwH) รอติดตามอย่างใจเย็น…..

Beachlover

December 31, 2025

ถึงถนนแล้ว!!! @หาดประพาส ระนอง

หาดประพาสเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติแหลมสน ด้านทิศใต้เป็นภูเขาหินซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน ส่วนด้านทิศเหนือเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชื่อมต่อกับปากคลองกำพวน ส่วนด้านในเป็นป่าชายเลนที่ค่อนข้างสมบูรณ์  บริบทแบบ “ชายหาด–ปากคลอง–ป่าชายเลน” นี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งแหล่งตะกอนและการเปลี่ยนรูปของปากร่องน้ำ/สันทราย หาดประพาสจึงถือเป็นระบบผสมระหว่าง ชายหาดเปิด (open coast) กับ ปากคลอง (inlet) ทำให้รูปชายหาดเปลี่ยนได้ทั้งจากคลื่นและจากพลวัตของปากคลอง ชายหาดมีความยาวประมาณ 2.7 กม. วางตัวแนว เหนือ–ใต้ เป็นหาดทรายละเอียด โดยด้านเหนือเชื่อมกับคลองกำพวน ซึ่งบริเวณปากคลองมีแนวสันทรายขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านในคลองเป็นป่าชายเลนและชุมชนประมง ด้านทิศใต้มีแนวกองหิน/หัวแหลมขนาดเล็ก ทำหน้าที่ช่วยบังคลื่นบางส่วนในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางโซนของชายหาด อาจมีเสถียรภาพมากกว่าอีกโซน ทั้งที่เป็นชายหาดเดียวกัน Beach Lover ได้เดินเท้าสำรวจหาดประพาสในช่วงปลอดมรสุมในเดือนธันวาคม พบว่าขอบถนนเลียบหาดถูกกัดเซาะจนเกิดหน้าตัดดินและแผ่นแอสฟัลต์ทรุดแตกเป็นช่วง ๆ ชายฝั่งอันดามันแถบนี้ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นหลัก ในช่วงเวลายาวระดับหลายเดือนตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ค. จนถึงช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยระดับน้ำทะเลและคลื่นในช่วงเวลานี้จะส่งผลต่อการกัดเซาะเป็นสำคัญ หากมีพายุร่วมด้วยยิ่งทำให้หาดกัดเซาะมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อหน้าหาดแคบลง  ระยะกันชนระหว่างคลื่นกับขอบถนนจึงลดลง เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นชั่วคราวในช่วงมรสุม คลื่นจะวิ่งขึ้นถึงตีนคันทางบ่อยขึ้น เกิดการกัดเซาะฐาน (undercutting) ทำให้ดินคันทางถูกเซาะเป็นโพรง/รอยเว้า จนเกิดการพังของแผ่นแอสฟัลต์แตกทรุดลงเป็นช่วง ๆ ตามที่เห็นในภาพ นี่คือเหตุผลที่บางครั้งเราเห็นความเสียหายดูเหมือนเกิดขึ้นเร็ว ทั้งที่จริงอาจสะสมมานาน และถูกเร่งให้พังในไม่กี่วันของเหตุการณ์คลื่นแรง มีข่าวรายงานว่าจังหวัดระนองได้ประชุมพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ รวมถึงหาดประพาส ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และมีการพิจารณาโมเดลการวางกำแพงกันคลื่นเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว (https://ranongcities.com/2561/news/detail/8520) รอติดตาม…อย่างใจเย็น

Beachlover

December 26, 2025

โครงการ  Maritime Hub 6 แห่ง ใน 6 จังหวัด โดยกรมเจ้าท่า

Beach Lover ขอพาอ่านรายละเอียดโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โครงการมาริน่าชุมชน จำนวน 6 แห่ง ใน 6 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 นี้ ภายใต้งานศึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและการขนส่งทางทะเล (Maritime Hub) และพัฒนาท่าเรือชุมชน (ในพื้นที่ จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล) ดำเนินการโดยกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม โดย Beach Lover ได้ไปรวบรวมข้อมูล Location ที่ทางกรมเจ้าท่าเสนอเป็นมาริน่าชุมชนจำนวน 6 แห่ง ตามแผนที่ Google earth ด้านล่าง ที่มาโครงการ จากการที่ประเทศไทยมีทำเลที่ตั้งที่ได้เปรียบต่อการคมนาคมขนส่งในภูมิภาคเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งอันดามันมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล ส่วนใหญ่เป็นการท่องเที่ยวและโดยสารทางเรือไปยังเกาะแก่งต่างๆ โดยใช้เรือท้องถิ่น ได้แก่ เรือหัวโทง เรือเร็ว และเรือโดยสารขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการท่องเที่ยวตามชายแดนบริเวณจังหวัดระนองกับประเทศพม่า และจังหวัดสตูลกับประเทศมาเลเซีย รวมทั้งใช้ เรือสำราญกีฬา Yacht และเรือสำราญขนาดใหญ่ Cruise […]

Beachlover

May 13, 2025

งานถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกในประเทศไทย

งานถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกในประเทศไทยที่ผ่านมาอยู่ตรงไหนกันบ้าง Beach Lover ขอพาสำรวจท่าเรือขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก 2 แห่ง คือ แหลมฉบัง จ.ชลบุรี และมาบตาพุด จ.ระยอง ที่เกิดขึ้นมานานมากแล้วจากนโยบายรัฐในอดีตที่ต้องการเปลี่ยนพื้นที่ภาคตะวันออกแถบนี้ให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม จนถึงปัจจุบันได้มีการถมทะเลเพื่อขยายท่าเรือไปหลายครั้ง โดยในปี 2568 กำลังถมทะเลเพื่อขยายท่าเรือต่อในระยะที่ 3 ทั้งสองพื้นที่ (https://www.eeco.or.th/th/laem-chabang-port-phase-3 และ https://maptaphut3.com/#) ส่วนอีกโครงการหนึ่งซึ่งมาขนาดใหญ่กว่า ยังไม่ได้ก่อสร้างแต่มีแผนว่าจะแล้วเสร็จเฟสแรกในปี 2583 คือโครงการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์สองฝั่งทะเลบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร และ อ่าวอ่าง จ.ระนอง (https://www.landbridgethai.com) โครงการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์สองฝั่งทะเลบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร (5,808 ไร่) และ อ่าวอ่าง จ.ระนอง (6,975 ไร่) นั้น  หากเทียบเคียงกับโครงการถมทะเลขนาดใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตอย่างท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จ.ชลบุรี (5,257 ไร่ รวมระยะที่ 3 ที่กำลังดำเนินการ) และท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด จ.ระยอง (3,362 ไร่ รวมระยะที่ 3 ที่กำลังดำเนินการ) พบว่า โครงการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ทั้งสองฝั่งทะเลในสองจังหวัดรวมกันนั้นกินพื้นที่ใหญ่กว่าท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังประมาณ 2.4 เท่า และใหญ่กว่าท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดประมาณ 3.8 เท่า หรือหากเทียบเคียงพื้นที่กับเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น จะพบว่าพื้นที่ถมทะเลของแต่ละโครงการนั้นใหญ่กว่าเกาะหลีเป๊ะ1.6 ถึง 3.4 เท่าตัว   สิ่งที่แตกต่างกันคือ  ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังและมาบตาพุดนั้นเป็นการถมทะเลที่ประชิดติดกับชายฝั่งในระบบนิเวศที่เป็นทราย โครงสร้างท่าเรือเชื่อมต่อกับชายฝั่งทะเลเลยโดยไม่มีสะพานข้ามทะเลไปยังท่าเรือแตกต่างจากท่าเรือที่อาจเกิดขึ้นภายใต้โครงการแลนด์ที่ถมทะเลห่างฝั่งออกไปโดยมีสะพานเชื่อม

Beachlover

February 26, 2025

สำรวจสภาพหาดบางเบน จ.ระนอง ต้นมรสุม

หาดบางเบน เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแหลมสน จ.ระนอง นับว่าเป็นหาดทรายเพียงไม่กี่แห่งของ จ.ระนอง ที่ส่วนใหญ่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยหาดทรายปนโคลนและป่าชายเลน บรรยากาศของหาดนี้เงียบสงบมาก พื้นที่ด้านในเป็นป่าสนกว้าง จากลานจอดรถเดินไปถึงชายทะเลระยะทางประมาณ 500 เมตร  ทรายบนชายหาดแห่งนี้สีไม่สวย แต่ขนาดค่อนข้างละเอียด โดยมีขนาดเฉลี่ยของเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.22 มิลลิเมตร (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ) และมีความลาดชันชายหาด 2.7 องศา (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ) จากการลงพื้นที่สำรวจช่วงต้นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในเดือนพฤษภาคม 2567 พบว่า หาดมีความกว้างจากระดับทะเลปานกลางถึงสันหาดด้านในประมาณ 80 เมตร โดยมีเนินทรายสองระดับ แต่ละระดับมีระยะห่างกันประมาณ 40 เมตร  จากการเดินเท้าสำรวจ ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งบนหาดนี้ หาดยังคงสมบูรณ์ด้วยเนินทรายและป่าชายหาด

Beachlover

June 1, 2024

เกาะ ”พยาม”…ที่ต้อง “พยายาม” มา

เกาะพยามเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงที่สุดของ จ.ระนอง ก็ว่าได้ หากนักท่องเที่ยวมาเที่ยว จ.ระนอง มักจะไม่พลาดมาเยี่ยมชมเกาะพยาม โดยสามารถพักค้างคืนบนเกาะ หรือจะเป็น Day trip ไปกลับก็ย่อมได้ โดยมีค่าเรือ Speed boat ไปกลับในราคา 700 บาท ใช้เวลาประมาณ  45 นาที ถึง 1 ชั่วโมงกว่าๆ แล้วแต่สถานการณ์คลื่นลมในทะเล เกาะพยาม ต.เกาะพยาม อ.เมืองระนอง เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของ จ.ระนอง รองจากเกาะช้าง ที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ทางฝั่งตะวันตกของ จ.ระนอง มีพื้นที่ 17 ตารางกิโลเมตร ความยาวชายหาดรอบเกาะประมาณ 27 กิโลเมตร เกาะพยามช่วงฤดูมรสุมจะวันตกเฉียงใต้ (กลาง พ.ค. ถึง ปลาย ต.ค.) มักเกิดฝนตกหนัก คลื่นใหญ่ ลมแรงทั่วทั้ง จ.ระนอง รวมถึงบนเกาะด้วย การเดินทางอาจไม่สะดวก และการท่องเที่ยวทางทะเลอาจไม่สนุกนักเมื่อเทียบกับช่วงปลอดมรสุม บรรดารีสอร์ท  ร้านอาหาร หลายแห่งมักปิดตัวช่วงคราวในช่วงมรสุมด้วยเช่นกัน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่นี่น้อยมากๆ […]

Beachlover

May 31, 2024

อ่าวเคย … อ่าวนี้เคยเกือบจะมีกำแพง

อ่าวเคยตั้งอยู่ใน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความยาวตามแนวชายฝั่งประมาณ 1.7 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องตลอดทั้งแนว พื้นที่ทางทิศใต้เป็นชุมชนประมงขนาดเล็กมีบ้านเรือนประชิดชายหาด 2 หลัง และมีโรงเก็บอุปกรณ์ประมง 1 หลัง ตลอดแนวเป็นพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยมีพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิปะปนอยู่ในพื้นที่นี้ด้วย แต่มิได้อยู่ประชิดทะเล จากการสำรวจภาคสนามในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 พบซากปรักหักพังของโครงสร้างบางอย่างบนชายหาด โดยชาวบ้านเล่าว่าเคยเป็นทางลาดคอนกรีตมาก่อน แต่พายุซัดพังจนไม่สามารถใช้งานได้ ในอดีตชาวบ้านได้ร้องขอความอนุเคราะห์โครงการป้องกันชายฝั่งไปที่กรมเจ้าท่า จากนั้นกรมเจ้าท่าได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ให้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบ โครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณบ้านอ่าวเคย หมู่ 5 ตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง สัญญาจ้างลงวันที่ 26 กันยายน 2556 วงเงินค่าจ้างทั้งสิ้น 9,992,950 บาท จากผลการศึกษา รูปแบบโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะที่มีความเหมาะสมคือ ก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น 1 ตัว ยาว 300 เมตร ยื่นตั้งฉากกับเขาอ่าวเคย ด้านทิศตะวันตก ก่อสร้างรอดักทราย 1 ตัว ยาว 100 เมตร […]

Beachlover

February 23, 2022