คลื่นซัด”หาดสามพระยา” กัดเซาะชายฝั่งพังยับ ต้นสนล้มระนาว

ที่มา: https://www.facebook.com/prachuappost (วันที่ 9 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่7-8 มกราคม ที่ผ่านมา นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หน.อช เขาสามร้อยยอด กล่าวว่า หาดสามพระยา และ หาดแหลมศาลา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เกิดมวลน้ำทะเลหนุนสูงประกอบกับคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ทะยานเข้าซัดชายหาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะแนวต้นสนขนาดใหญ่มีอายุมากกว่า30ปี ที่เป็นสัญลักษณ์ของหาด ถูกกระแสคลื่นสูงเกือบ3เมตรกัดเซาะจนรากถอนโคน ล้มระนาวเกือบ 20 ต้น ซึ่งทั้ง2หาดรวมแล้วเกือบ40ต้น กลายเป็นภาพที่น่าตกใจ ทั้งนี้จากสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้คลื่นที่มีความแรงโถมเข้าใส่ชายหาดอย่างต่อเนื่อง พลังของน้ำได้ขุดรากถอนโคนต้นสนขนาดใหญ่ที่ยืนต้นมานานนับสิบปีให้ล้มลงในพริบตา พื้นที่ที่เคยร่มรื่นสวยงามกลับกลายเป็นแนวดินที่พังทลายและซากต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด สร้างความตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่ฯและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ​เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ย่อย หาดสามพระยา (อช เขาสามร้อยยอด)ได้ประเมินสถานการณ์พร้อมงดให้บริการลานกางเต้นท์ เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย” โดยเบื้องต้นมีการติดธงแดง และ​ปิดกั้นพื้นที่เสี่ยง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ​ซึ่ง​ความรุนแรงของธรรมชาติที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในต้นปีนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายทัศนียภาพอันสวยงาม แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรง ​ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดอย่างใกล้ชิด

Beachlover

January 9, 2026

สถานีวิจัยฯ สุดหาดประพาส ถูกกัดเซาะ?

Beach Lover ได้นำเสนอสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดประพาสไปแล้วในโพสก่อนหน้านี้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/praphat-ranong-dec2025/ เมื่อเดินสำรวจไปทางทิศเหนือเรื่อยๆสุดหาดประพาส จะเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเชื่อมต่อกับปากคลองกำพวนทางด้านเหนือสุด พบว่าชายหาดของสถานีวิจัยฯ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเป็นบล็อคคอนกรีต เพื่อป้องกันริมถนนของสถานีวิจัยเองตลอดแนวประมาณ 320 เมตร จากปากทางเข้าสถานีฯไปทางทิศหนือ เนื่องจากระดับถนนสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มาก จึงพบทรายจำนวนมากอยู่บนถนน คาดว่าเกิดจากคลื่นซัดขึ้นมาด้านบนและพาทรายมาด้วย จากโพสก่อนหน้า ที่ Beach Lover ได้พาสำรวจหาดประพาสไปแล้วนั้นพบว่า หาดทางทิศใต้ของสถานีวิจัยฯ ที่ไม่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใดๆ ถูกกัดเซาะจนถนนเสียหายเกือบตลอดทั้งแนว เมื่อเทียบกับถนนเส้นเดียวกันที่วิ่งเข้าสู่สถานีวิจัยฯทางทิศเหนือของหาด ที่ยังคงสภาพใช้การได้อยู่นั้น จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดระนองประชุมพิจารณาโมเดลการวางแนวกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้นำรูปแบบมาเสนอ (https://share.google/4vY2OrGhsNmpRDGwH) รอติดตามอย่างใจเย็น…..

Beachlover

December 31, 2025

สำรวจความเสียหายของโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง เกาะพีพี หลังพังยับเยินมากว่า 10 เดือน

ตามที่สื่อหลายสำนัก รายงานข่าวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมของปีที่ผ่านมาถึงความเสียหายของกำแพงกันคลื่นและทางเดินสาธารณะบนเกาะพีพี จ.กระบี่ เป็นต้นว่า (Click ที่ชื่อหัวข้อข่าว เพื่อนำไปสู่บทความเฉพาะเต็ม) ทะเลคลั่งที่เกาะพีพี คลื่นลมหัวนอน 3 เมตร ซัดเขื่อนพังกว่า 100 เมตร ระทึก! เกาะพีพีคลื่นรุนแรงซัดฝั่ง ทำเขื่อนกั้นบริเวณหน้าโรงพยาบาลเกาะพีพี พังเสียหาย เกาะพีพีระทึก คลื่นลมแรงซัดชายฝั่ง เขื่อนกั้นน้ำหน้า รพ.เกาะพีพี พังเสียหาย คลื่นซัดฝั่งรุนแรง ทำให้เขื่อนกั้นบริเวณหน้าโรงพยาบาลเกาะพีพี พังเสียหาย ส.ส.ภูมิใจไทย จี้รัฐบาล เร่งใช้งบ 67 แก้ปัญหาเขื่อนท่าเทียบเรือเกาะพีพีพังถล่ม หน่วยงานลงพื้นที่สำรวจประเมินความเสียหายแนวเขื่อนหน้าเกาะพีพี จ.กระบี่ ถูกคลื่นพัดพังเสียหาย Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของโครงสร้างตามข่าวนี้ ตลอดทั้งแนวกว่า 300 เมตร บริเวณทิศตะวันตกของอ่าวต้นไทร ในวันที่ 9 สิงหาคม 2567 มีสภาพทั่วไปตาม Post https://beachlover.net/erosion-tonsai-pp-aug24/ โดยหลังจากนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงบริษัทที่ปรึกษาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกันหลายรอบ นำมาซึ่งการตั้งงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว ปลายเดือนเมษายน 2568 Beach […]

Beachlover

April 30, 2025

กลไกใดทำให้ชายหาดกัดเซาะระยะสั้นจากพายุ

การกัดเซาะชายหาด เกิดขึ้นเมื่อคลื่นและกระแสน้ำพัดพาทรายออกจากระบบชายหาด ซึ่งการสูญเสียทรายนี้จะทำให้ชายหาดแคบลงและระดับความสูงลดต่ำลง โดยในช่วงที่เกิดพายุ คลื่นลมแรงจะพัดพาทรายออกนอกฝั่ง และสะสมตัวอยู่ในรูปของสันดอนทรายขนาดใหญ่ใต้ทะเล แต่เมื่อพายุสงบลงในช่วงหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนหลังจากนั้น คลื่นที่สงบจะค่อย ๆ พาทรายกลับคืนมายังชายหาดอีกครั้ง ชายหาดสามารถเกิดการกัดเซาะอย่างฉับพลันในระยะสั้นเมื่อเกิดพายุ เนื่องจากกลไกหลักดังต่อไปนี้: การกัดเซาะเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่พายุพัดผ่าน แต่ในบางกรณี ทรายและตะกอนที่ถูกพัดพาออกไปอาจกลับมาสะสมที่ชายหาดอีกครั้งเมื่อสภาพอากาศสงบลง อย่างไรก็ตาม หากพายุเกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือมีความรุนแรงมาก การฟื้นตัวของชายหาดอาจใช้เวลานานหรือไม่สมบูรณ์​

Beachlover

April 30, 2025

กระแสน้ำในทะเลเคลื่อนที่ได้ยังไง?

กระแสน้ำในทะเลเคลื่อนที่ได้ด้วยหลายสาเหตุหลัก ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้: 1. แรงลม (Wind-driven currents) ลมเป็นหนึ่งในตัวการหลักที่ทำให้เกิดกระแสน้ำผิวหน้าทะเล (Surface currents) โดยลมที่พัดผ่านผิวน้ำจะถ่ายเทพลังงานให้กับน้ำ ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของกระแสน้ำผิวหน้าตามทิศทางของลม กระแสน้ำที่เกิดจากลมมักเห็นได้ชัดในมหาสมุทร เช่น กระแสน้ำกัลฟ์สตรีม (Gulf Stream) หรือ กระแสน้ำคุโรชิโอะ (Kuroshio Current) 2. ความแตกต่างของความหนาแน่นของน้ำทะเล (Density-driven currents) ความหนาแน่นของน้ำทะเลขึ้นอยู่กับ อุณหภูมิ (temperature) และ ความเค็ม (salinity) น้ำเย็นและน้ำที่มีความเค็มสูงกว่าจะมีความหนาแน่นมากกว่าและจมลง ทำให้เกิดกระแสน้ำลึก (Deep ocean currents) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบหมุนเวียนขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Thermohaline Circulation กระแสน้ำแบบนี้มีบทบาทสำคัญในการขนส่งความร้อนและสารอาหารทั่วโลก 3. อิทธิพลของแรงคอริออลิส (Coriolis Effect) เนื่องจากโลกหมุนรอบตัวเอง ทำให้กระแสน้ำเบี่ยงทิศไปทางขวาในซีกโลกเหนือ และไปทางซ้ายในซีกโลกใต้ ซึ่งมีผลต่อรูปแบบกระแสน้ำขนาดใหญ่ เช่น วงวนกระแสน้ำ (Gyres) ในมหาสมุทร 4. แรงโน้มถ่วงและน้ำขึ้นน้ำลง (Tidal currents) การเคลื่อนที่ของกระแสน้ำขึ้นน้ำลงเกิดจากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่กระทำต่อน้ำทะเลกระแสน้ำแบบนี้มีลักษณะเป็นรอบ และสามารถเห็นได้เด่นชัดบริเวณปากแม่น้ำ อ่าว และช่องแคบ เช่น กระแสน้ำไหลย้อน (Tidal bore) […]

Beachlover

March 26, 2025

เราหารอบปีการเกิดซ้ำของพายุกันอย่างไร

รอบปีการเกิดซ้ำของพายุ (Return Period) เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงจากพายุ โดยมีความสำคัญในหลายด้าน ได้แก่: 1. การวางแผนและการออกแบบโครงสร้าง 2. การประเมินความเสี่ยง 3. การประกันภัย 4. การวางแผนการใช้ที่ดิน 5. การศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเข้าใจและใช้ข้อมูลรอบปีการเกิดซ้ำของพายุจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการความเสี่ยงจากพายุในระดับต่าง ๆ โดยการหารอบปีการเกิดซ้ำของพายุ (Return Period) เป็นการประเมินความถี่ในการเกิดพายุที่มีความรุนแรงระดับหนึ่งขึ้นไป โดยใช้ข้อมูลสถิติการเกิดพายุในอดีต โดยสามารถทำได้ดังนี้: 1. รวบรวมข้อมูลสถิติการเกิดพายุในอดีต 2. จัดเรียงข้อมูลพายุจากน้อยไปมาก 3. คำนวณความน่าจะเป็นในการเกิดพายุ 4. คำนวณรอบปีการเกิดซ้ำ ตัวอย่างเช่น ถ้าพายุที่มีความเร็วลม 150 กม./ชม. มีความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น 0.05 หรือ 5% ในแต่ละปี ก็หมายความว่ามีรอบปีการเกิดซ้้าเท่ากับ 1/0.05 = 20 ปี นั่นคือ พายุที่มีความเร็วลม 150 กม./ชม. จะเกิดขึ้นประมาณ 1 ครั้งใน 20 ปี […]

Beachlover

November 4, 2024

พายุ กับ มรสุม แตกต่างกันอย่างไร

Beach Lover ลงพื้นที่ชายฝั่งทะเลเพื่อสำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์พายุและลมมรสุมในหลายพื้นที่ และต่อเนื่องยาวนานมาหลายปี เมื่อสอบถามชาวบ้านถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นมักได้คำตอบคล้ายๆกันคือพายุเข้า ทั้งๆที่ในช่วงเวลานั้นไม่มีพายุเข้าประเทศไทยแต่อย่างใด ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากลมมรสุมตามฤดูกาลที่อาจมีกำลังแรงขึ้นกว่าปกติ จึงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งมากกว่าปกติ จนชาวบ้านคิดว่าคลื่นใหญ่ลมแรงที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายหาดหน้าบ้านคือพายุ Beach Lover ขอชวนมองความแตกต่างของพายุและมรสุม เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โดยพายุและมรสุมเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศและลม แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็น: 1. ลักษณะการเกิด: 2. ขอบเขตและระยะเวลา: 3. ผลกระทบ: สรุปว่า พายุเป็นระบบลมที่หมุนวนรุนแรง เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น และมีผลกระทบรุนแรงในพื้นที่จำกัด ส่วนมรสุมเป็นระบบลมขนาดใหญ่ที่พัดประจำฤดู มีระยะเวลานาน และมีผลกระทบต่อสภาพอากาศและฤดูกาลในวงกว้าง ความเข้าใจลักษณะและความแตกต่างดังกล่าวจะสามารถทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของพายุและมรสุมที่อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเราได้ และสามารถปรับตัวและอยู่รอดได้อย่างปลอดภัย

Beachlover

October 7, 2024

รอบปีการเกิดซ้ำของพายุ คืออะไร

พายุ (Storm) ขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นทั้งบนภาคพื้นทวีปและในมหาสมุทร เมื่อพัฒนาจนกลายเป็นพายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) ที่สามารถสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งมีชีวิต บนพื้นผิวโลก  นักพยากรณ์อากาศจะจัด ความรุนแรงของพายุ ตามมาตรวัดของสำนักงานหรือกรมอุตุนิยมวิทยาในแต่ละภูมิภาคที่พายุเหล่านั้นก่อตัวขึ้น ในเบื้องต้น พายุหมุนเขตร้อนจะถูกจัดประเภทตามหลักเกณฑ์พื้นฐาน คือ รอบปีการเกิดซ้ำของพายุ หรือ Return Period คือ ค่าทางสถิติที่บ่งบอกถึงระยะเวลาเฉลี่ยที่คาดว่าจะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีความรุนแรงเทียบเท่ากันหรือมากกว่าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะไม่สามารถทำนายเวลาที่แน่นอนได้ แต่ก็ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของความเสี่ยงในระยะยาว ความสำคัญของรอบปีการเกิดซ้ำของพายุ ข้อควรจำ ตัวอย่าง แม้ว่าเหตุการณ์ที่มีรอบปีการเกิดซ้ำสูงจะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดขึ้นเลย การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติทุกระดับจึงเป็นสิ่งสำคัญเสมอ เรามีวิธีการวิเคราะห์รอบปีการเกิดซ้ำของพายุอย่างไร การวิเคราะห์รอบปีการเกิดซ้ำของพายุ มีหลากหลายวิธีที่ใช้กัน โดยทั่วไปแล้ว จะอาศัยข้อมูลทางสถิติของเหตุการณ์ในอดีต เพื่อประเมินโอกาสการเกิดเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงใกล้เคียงกันในอนาคต วิธีการที่นิยมใช้มีดังนี้: นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ควรพิจารณาในการวิเคราะห์รอบปีการเกิดซ้ำของพายุ เช่น: การเลือกวิธีการวิเคราะห์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ลักษณะของข้อมูล, วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์,และทรัพยากรที่มีอยู่

Beachlover

September 27, 2024

SBEACH (Storm-Induced BEAch CHange)

SBEACH (Storm-Induced BEAch CHange) เป็นแบบจำลองเชิงตัวเลข 1 มิติที่พัฒนาขึ้นโดย U.S. Army Corps of Engineers (USACE) เพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงรูปร่างชายหาดที่เกิดจากพายุ โดยเฉพาะการกัดเซาะและการทับถมของทรายในช่วงที่มีพายุ SBEACH ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ชายฝั่งในการประเมินผลกระทบของพายุต่อแนวชายฝั่ง ทำให้สามารถวางแผนและออกแบบมาตรการป้องกันชายฝั่งได้อย่างเหมาะสม เช่น การสร้างเขื่อนกันคลื่น หรือการเติมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะ SBEACH (Storm-induced BEAch CHange) เป็นแบบจำลองเชิงตัวเลข ที่มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงของลักษณะภูมิประเทศ เช่น สันทรายและเนินทราย พัฒนาโดย Larson และ Kraus ในปี 1989 SBEACH ใช้แนวคิดสมดุลของรูปร่างชายหาด (Equilibrium Beach Profile) เพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงของสัณฐานวิทยาของชายหาดอันเนื่องมาจากคลื่นพายุและระดับน้ำ แบบจำลองนี้ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยใช้ข้อมูลภาคสนามและการทดลองในห้องปฏิบัติการจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจำลองลักษณะภูมิประเทศขนาดใหญ่ของชายหาด รวมถึงสันทรายตามแนวยาวและการกัดเซาะของเนินทราย ข้อมูลป้อนเข้าหลักของ SBEACH ได้แก่ ความกว้างของเนินทราย เส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยของเม็ดทราย ความลาดเอียงของชายหาด ระดับน้ำออกแบบ และสภาพคลื่น ในขณะที่ผลลัพธ์จะให้รายละเอียดพารามิเตอร์เกี่ยวกับการกัดเซาะของเนินทรายและการก่อตัวของสันทราย การศึกษาแสดงให้เห็นว่าคลื่นพายุที่สูงขึ้นส่งผลให้เกิดสันทรายขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถลดพลังงานคลื่นและจำกัดการกัดเซาะของเนินทรายในภายหลัง ประสิทธิภาพของแบบจำลองในการทำนายการเปลี่ยนแปลงของชายหาดที่เกิดจากพายุได้รับการยืนยันจากการสังเกตภาคสนามและการจำลองเชิงตัวเลขต่างๆ […]

Beachlover

July 16, 2024

หายห่วง แนวไม้ไผ่ชะลอคลื่นเมืองเพชร ไร้ผลกระทบจากพายุ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๓ (เพชรบุรี) สำรวจสถานภาพชายฝั่งและโครงสร้างแนวปักไม้ไผ่เพื่อชะลอความรุนแรงของคลื่นทะเล เพื่อตรวจสอบความเสียหายจากผลกระทบคลื่นทะเลรุนแรง อันเนื่องจากพายุฤดูร้อนเมื่อวันที่ ๖ และ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ผลการสำรวจพบว่าพื้นที่ป่าชายเลนแนวชายฝั่ง บริเวณ ม.๒ ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ได้รับผลกระทบมีการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะทางประมาณ ๔๐๐ เมตร ส่วนโครงสร้างแนวปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นทะเล ท้องที่ ต.ปากทะเล และ ต.บางแก้ว ได้รับความเสียหายและชำรุดเพียงเล็กน้อย และยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันคลื่นลมทะเลได้เป็นอย่างดี

Beachlover

May 9, 2021
1 2