ระบบเตือนภัยพายุซัดฝั่ง (Storm Surge Warning System)

พายุซัดฝั่ง (Storm Surge) คือปรากฏการณ์ที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างผิดปกติจากอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน เช่น ไต้ฝุ่น หรือพายุโซนร้อน โดยเกิดจากแรงลมที่พัดน้ำทะเลเข้าฝั่ง และความกดอากาศต่ำที่ทำให้น้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น พายุซัดฝั่งสามารถทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ชายฝั่ง สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างรุนแรง ​ กลไกหลักที่ทำให้เกิด “พายุซัดฝั่ง” 1. แรงลมของพายุ (Wind Setup) ลมแรงจากพายุหมุนเขตร้อน (เช่น ไต้ฝุ่นหรือเฮอริเคน) พัดน้ำทะเลเข้าหาฝั่ง ยิ่งลมแรงและพัดต่อเนื่องนาน น้ำทะเลจะถูกกวาดเข้าหาฝั่งมากขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำที่ชายฝั่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดภาพเหมือนมือเป่าผิวน้ำในอ่าง ลมนั้นจะดันน้ำไปกองด้านหนึ่ง 2. ความกดอากาศต่ำมาก (Pressure Setup) พายุหมุนเขตร้อนมีลักษณะเด่นคือ “ศูนย์กลางความกดอากาศต่ำ” ความกดอากาศลดลง 1 มิลลิบาร์ จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นประมาณ 1 เซนติเมตร พายุขนาดใหญ่ที่มีความกดอากาศต่ำมาก เช่น 950 hPa จะยกน้ำทะเลขึ้นสูงได้ถึง 0.5–1 เมตรในพื้นที่ศูนย์กลาง เปรียบเทียบเหมือนการดูดน้ำขึ้นด้วยแรงดันจากหลอด 3. รูปร่างชายฝั่งและท้องทะเล (Bathymetry and Coastal Topography) ชายฝั่งตื้นและลาดเอียง เช่น บริเวณอ่าวไทยตอนบน จะส่งเสริมให้คลื่นพายุซัดฝั่งรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะน้ำทะเลที่ถูกดันเข้าหาฝั่งจะไม่มีที่ไหลกลับ ทำให้ท่วมสูง […]

Beachlover

May 16, 2025

ตามหาร่องรอยแห่งความทรงจำ พายุปาปึกเมื่อ 6 ปีก่อน

พายุปาปึก คือ Storm Surge (พายุซัดฝั่ง) ที่เกิดจากการลดลงของความกดอากาศและแรงลมที่ผลักดันน้ำทะเลเข้าหาชายฝั่ง ถึงแม้ว่ากลไกจะไม่ซับซ้อน แต่ผลกระทบสามารถสร้างความเสียหายทั้งชีวิตรวมถึงความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้ในวงกว้าง Beach Lover ได้เคยลงพื้นที่ติดตามผลกระทบจากพายุปาปึกไปเมื่อต้นปี 2562 ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบคือบางส่วนของพื้นที่ชายฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา โดยพบว่าพายุซัดฝั่ง (Storm surge) (ปาปึก) ได้นำเอาโคลนและทรายเข้าทับถมในหลายพื้นที่ ในบางพื้นที่ได้รับผลกระทบเพียงลมแต่น้ำไม่ได้ไหลเข้าท่วมเหมือนในหลายพื้นที่ ผลการสำรวจสนามเบื้องต้นเมื่อ 6 ปีก่อน แสดงดังรูป 6 ปี ผ่านไป Beach Lover ได้ตามหาร่องรอยแห่งความทรงจำนี้กันอีกรอบบริเวณรอบๆอ่าวปากพนังใน อ.ปากพนัง และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายระดับน้ำท่วมในอดีตร่วมกับงานสำรวจระดับด้วยดาวเทียม เพื่อหาคำตอบว่า แต่ละพื้นที่ที่เคยได้ติดตามผลกระทบเมื่อครั้งอดีตนั้น มีระดับน้ำท่วมเท่าไหร่เมื่อเทียบกับระดับทะเลปานกลาง ผลการติดตามพบว่าระดับน้ำท่วมอยู่ในช่วง 1.2 ถึง 2.2 เมตร ซึ่งโดยส่วนมากเกิดจากการดันน้ำขึ้นมาจากคลองที่มีเขตติดต่อกับทะเล พบว่าหลายพื้นที่สภาพทั่วไปยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก พบเพียงการถมถนนให้สูงขึ้นเพียงเล็กน้อย สำหรับ จ.นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่เคยได้รับผลกระทบจากพายุซัดฝั่งไปแล้วมากกว่า 4 ครั้ง โดยตาของพายุได้เข้าปะทะตรงๆ บริเวณแหลมตะลุมพุกจำนวน 2 ครั้งคือ […]

Beachlover

May 1, 2025

ปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) ส่งผลยังไงต่อชายฝั่ง

ปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) เป็นช่วงของความแปรปรวนทางมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศในเขตร้อน (ENSO: El Niño-Southern Oscillation) ซึ่งมีลักษณะ “ตรงข้าม” กับเอลนิโญ (El Niño) โดยในช่วงลานีญา น้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่าปกติ ในขณะที่กระแสลมสินค้า (Trade winds) จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีการพัดพามวลน้ำอุ่นไปสู่ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกมากขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลในแถบตะวันตกของแปซิฟิก (รวมถึงแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) อาจสูงกว่าปกติ และอาจกระทบกับระบบสภาพอากาศทั่วโลก 1. การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและกระแสน้ำ 2. ผลกระทบต่อระบบชายฝั่งและทะเล ปรากฏการณ์ลานิญญ่ามีผลอย่างมากต่อสภาพอากาศ กระแสน้ำ และระดับน้ำทะเล ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อระบบทะเลและชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดพายุหมุนเขตร้อน การกัดเซาะชายฝั่ง การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ และการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมประมง การศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องและการจัดการพื้นที่ชายฝั่งอย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีลานิญญ่าได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

Beachlover

February 17, 2025

Text Mining กับงานด้านชายฝั่งทะเล

การทำเหมืองข้อความ (Text Mining) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการวิจัยวิศวกรรมชายฝั่งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการดึงข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข้อมูลแบบข้อความที่ไม่มีโครงสร้างจำนวนมหาศาล ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีอยู่มากมายในวงการวิศวกรรมชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นบทความวิจัย รายงานทางเทคนิค เอกสารประกอบการประชุม หรือแม้กระทั่งข่าวสารออนไลน์ การนำ Text Mining มาประยุกต์ใช้ ช่วยให้นักวิจัยและวิศวกรสามารถเข้าถึง แยกแยะ วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้ เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการชายฝั่ง และสนับสนุนการตัดสินใจเพื่อการจัดการชายฝั่งอย่างยั่งยืน ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Text Mining ในงานวิจัยวิศวกรรมชายฝั่งที่หลากหลาย: นอกจากนี้ Text Mining ยังสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบจำลองเชิงตัวเลข ภาพถ่ายดาวเทียม และเซ็นเซอร์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ อนุรักษ์ และพัฒนาชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดย Text Mining ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการวิจัยวิศวกรรมชายฝั่งในยุคข้อมูลข่าวสารเช่นนี้ ฺBeach Lover ขอพาลงในรายละเอียดของ Text Mining เพื่อประยุกต์ใช้ในงานวิจัยเรื่องความเสี่ยงของพายุซัดฝั่ง โดยเราสามารถใช้เทคนิคนี้เพื่อศึกษาในประเด็นหลักๆดังนี้ 1. การรวมข้อมูลและการสังเคราะห์ Text mining ช่วยให้ผู้วิจัยสามารถสกัดและรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่ไม่เป็นระเบียบได้ เช่น บทความทางวิทยาศาสตร์ รายงานของรัฐบาล และโซเชียลมีเดีย ความสามารถนี้มีความสำคัญโดยเฉพาะในด้านการประเมินความเสี่ยงจากพายุฝั่งซัดฝั่ง […]

Beachlover

October 25, 2024

เราวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยจาก storm surge กันอย่างไร

Storm Surge (พายุซัดฝั่ง) คือ ปรากฏการณ์ที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างผิดปกติ อันเนื่องมาจากแรงกดอากาศต่ำและลมกระโชกแรงจากพายุหมุนเขตร้อน เช่น พายุไซโคลน, เฮอริเคน, และไต้ฝุ่น ปรากฏการณ์นี้สามารถนำไปสู่น้ำท่วมชายฝั่งที่รุนแรง สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งที่มีประชากรหนาแน่น กลไกการเกิด Storm Surge (พายุซัดฝั่ง) เกิดจากการลดลงของความกดอากาศและแรงลมที่ผลักดันน้ำทะเลเข้าหาชายฝั่ง ถึงแม้ว่ากลไกจะไม่ซับซ้อน แต่ผลกระทบของคลื่นพายุซัดฝั่งสามารถสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง คร่าชีวิตผู้คนนับพันและสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลในเหตุการณ์เดียว ความเสี่ยงของ Storm Surge (พายุซัดฝั่ง) เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของไหล่ทวีป, ปฏิสัมพันธ์ของน้ำขึ้นน้ำลง, และความเร็วลมของพายุ ซึ่งส่งผลต่อขอบเขตและความรุนแรงของน้ำท่วมชายฝั่ง แบบจำลองทางอุทกพลศาสตร์แบบดั้งเดิมที่ใช้ในการทำนาย Storm Surge (พายุซัดฝั่ง) เช่น แบบจำลอง FVCOM และ ADCIRC มีความแม่นยำสูง แต่ต้องใช้การประมวลผลมากและใช้เวลานาน เพื่อแก้ไขข้อจำกัดเหล่านี้ มีการพัฒนาแบบจำลองใหม่ๆ เช่น HCA-FM และแบบจำลองสำรองต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณและความเสถียร ในขณะที่ยังคงความแม่นยำในการทำนายขอบเขตและความลึกของน้ำท่วม การวิเคราะห์ความเสี่ยงจาก Storm Surge (พายุซัดฝั่ง) เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้ เครื่องมือและเทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์: ตัวอย่างการนำไปใช้: ผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงจาก […]

Beachlover

August 17, 2024

พายุซัดฝั่ง (Storm surge) คืออะไร?

พายุซัดฝั่ง (Storm surge) คือปรากฏการณ์คลื่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อนในวันที่ท้องฟ้าปั่นป่วนไม่แจ่มใสสภาพอากาศเลวร้าย พื้นที่ชายฝั่งจะมีแรงกดอากาศยกระดับน้ำทะเลให้สูงกว่าปกติกลายเป็นโดมน้ำขนาดใหญ่ซัดจากทะเลเข้าหาชายฝั่งอย่างรวดเร็ว (https://www.nhc.noaa.gov/surge/) พายุซัดฝั่งเป็นคลื่นที่เกิดบริเวณพื้นผิวโลกมีความชื้นสูงและมีมวลอากาศอุ่น ทำให้อากาศลอยตัวสูงขึ้น ทำให้เกิดลมพัดเข้ามาหย่อมความกดอากาศต่ำ และเกิดการหมุนตัว เข้าหาจุดศูนย์กลางของหย่อมความกดอากาศต่ำ โดยในซีกโลกเหนือหรือบริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรจะมีการหมุนตัวในทิศทวนเข็มนาฬิกา แต่หากเกิดในซีกโลกใต้หรือบริเวณใต้เส้นศูนย์สูตรจะหมุนตามเข็มนาฬิกา พายุซัดฝั่งจะดันน้ำให้มีระดับสูงจนสร้างความเสียหายต่อชีวิตอาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง ดังรูปที่ 1 โดยระดับน้ำที่ยกตัวสูงขึ้นนี้เกิดจากแรงขับจากความกดอากาศ (Pressure driven storm surge) และลม (Wind driven storm surge) ทะเลโดยรอบจะมีลักษณะราบเรียบเท่ากันหมดในบริเวณพายุ แต่ตรงใจกลางพายุหรือที่เรียกว่าตาพายุจะมีระดับน้ำที่สูงกว่าปกติ ผลจากพายุซัดฝั่งจะทำให้ระดับน้ำชายฝั่งเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าปกติแต่เป็นเพียงช่วงเวลาไม่นานแล้วจะกลับสู่สภาพเดิม รูปที่ 2 แสดงระดับน้ำที่ขึ้นสูงสุดจนเข้าท่วมชุมชนในช่วงที่เกิดพายุปาบึกซัดฝั่งที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเดือนมกราคม 2562 โดยมีลักษณะของการเคลื่อนที่ของตาพายุ ดังรูปที่ 3

Beachlover

January 6, 2024