ท่อระบายน้ำลงทะเล ส่งผลอย่างไรต่อชายหาด

ท่อระบายน้ำลงทะเลเป็นภาพคุ้นตาตามชายหาดท่องเที่ยวหลายแห่ง เพราะพื้นที่หลังชายหาดมักมีถนน บ้านเรือน ร้านค้า และรีสอร์ต ซึ่งล้วนทำให้น้ำฝนไหลบ่าผิวดินมากขึ้น เมื่อฝนตกหนักน้ำต้องถูกระบายออกอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นจะเกิดน้ำท่วมขังในชุมชน น้ำย้อนท่อขึ้นถนน หรือไหลเข้าพื้นที่ต่ำอย่างบ่อพักและลานกิจกรรม ระบบท่อที่ปล่อยลงทะเลจึงเป็นคำตอบโดยใช้แรงโน้มถ่วงช่วยพาน้ำออกไปยังจุดที่รับน้ำได้มากที่สุดนั่นคือทะเล โดยเฉพาะในพื้นที่ราบต่ำใกล้ชายฝั่งที่การระบายไปทางอื่นทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม เมื่อน้ำจากเมืองถูกระบายมายังชายหาดโดยตรง ชายหาดจะได้รับผลกระทบทั้งด้านกายภาพและด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในมิติด้านกายภาพ น้ำที่พุ่งออกจากท่อ โดยเฉพาะช่วงฝนหนัก จะมีลักษณะเป็นการไหลรวมตัวและพุ่งเป็นลำ ทำให้เกิดการกัดเซาะเฉพาะที่บริเวณปากท่อและหน้าหาด เกิดร่องน้ำตัดผ่านสันทรายหรือเกิดแอ่งน้ำขังบนหาดอย่างที่มักเห็นหลังฝนหยุดตก ร่องน้ำเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงร่องเล็กๆ แต่เป็นจุดที่ทำให้หน้าหาดต่ำลงกว่าบริเวณข้างเคียง เมื่อหาดต่ำลง คลื่นสามารถรุกขึ้นสูงได้ง่ายขึ้นในบางช่วงน้ำขึ้น ทำให้การเปลี่ยนแปลงหน้าหาดบริเวณปากท่อมีความเปลี่ยนแปลงมาก และบางกรณีอาจพัฒนาเป็นจุดกัดเซาะซ้ำๆ หากกระบวนการเปิด/ปิดร่องน้ำเกิดบ่อยและไม่มีมาตรการลดพลังงานการไหลหรือป้องกันที่ฐานเพื่อกันการกัดเซาะที่เหมาะสม ผลกระทบอีกด้านที่สำคัญคือคุณภาพน้ำและภาพลักษณ์ชายหาด น้ำที่ออกจากท่อแม้จะเรียกว่าน้ำฝน แต่ในความจริงมักพาสิ่งที่ไหลมากับเมืองมาด้วย เช่น ตะกอนละเอียด คราบน้ำมันจากถนน สารอินทรีย์ ขยะชิ้นเล็ก และบางครั้งอาจมีการปนเปื้อนจากน้ำทิ้งครัวเรือนหากมีการเชื่อมต่อระบบผิดประเภท เมื่อเกิดแอ่งน้ำขังบนทราย น้ำจะถ่ายเทกับอากาศได้น้อย เสื่อมคุณภาพได้เร็ว เกิดกลิ่น สีคล้ำ หรือมีตะไคร่ และเพิ่มความเสี่ยงด้านจุลินทรีย์บริเวณที่คนเดินเล่นหรือเด็กลงเล่นน้ำตื้นๆ นอกจากนี้ร่องน้ำและแอ่งน้ำขังยังทำให้ชายหาดไม่เรียบ เกิดหลุมลึกที่มองยากในบางช่วง เพิ่มความเสี่ยงการสะดุดล้ม และลดความน่าเที่ยวของชายหาดในภาพรวม ประเด็นที่หลายคนมักมองข้ามคือ ระบบท่อระบายน้ำแบบนี้ใช้ความต่างระดับระหว่างฝั่งด้านบนกับทะเลเป็นหลัก กล่าวง่ายๆ คือระบบจะระบายน้ำได้ดีเมื่อระดับน้ำในท่อสูงกว่าระดับน้ำทะเล แต่ถ้าเมื่อไหร่ระดับน้ำทะเลหนุนสูงกว่ากว่าระดับท่อ ระบบจะเริ่มทำงานแย่ลงทันที เพราะปลายทางมีแรงดันสูงกว่าต้นทาง […]

Beachlover

January 2, 2026

หาดพังรับฝนหนัก (อีกแล้ว)!

ที่มา: https://www.facebook.com/PattayaWatchdog หาดพังเหมือนทุกครั้ง ชายหาดพัทยา เมื่อเช้านี้ (12 ก.ย.2565) เมืองพัทยา ไม่เคยแก้ไขปัญหา น้ำฝนปนน้ำเสียกัดเซาะทรายชายหาด วางท่อระบายน้ำไป 100 ล้านบาท เกิดประโยชน์หรือไม่ นี่จะปรับปรุงภูมิทัศน์ อีก 160 ล้านบาท เริ่มตัดต้นไม้อีกแล้ว ยั่งยืนหรือย่อยยับ?

Beachlover

September 12, 2022

กรมเจ้าท่าเร่งแก้ปัญหาทรายชายหาดพัทยาไหลลงทะเล

ที่มาข่าว: https://www.thaipost.net/main/detail/115151 31 ส.ค.2564 นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.)ด้านปฏิบัติการ พร้อมด้วยนายพิสุทธิ์ อมรยุทธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 นายเอกราช คันธโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ลงตรวจพื้นที่ชายหาดพัทยา และร่วมหารือกับนายพัฒนา บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา, รองปลัดเมืองพัทยา และผู้อำนวยการกองช่างเมืองพัทยาเกี่ยวกับปัญหาพื้นที่ชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นชายหาดทราย แหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมถนนเลียบชายหาดพัทยาแล้วไหลระบายลงสู่ชายหาด ชะล้างทรายชายหาดได้รับความเสียหายซ้ำซากในช่วงฤดูฝน สำหรับชายหาดพัทยา กรมเจ้าท่าได้จ้างสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาออกแบบก่อสร้างเสริมทรายชายหาดตามแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเมืองพัทยา ในรูปแบบการเสริมทราย(BEACHNOURISHMENT) โดยการนำทรายจากแหล่งอื่นมาถมชายหาดที่หายไปเพื่อเสริมส่วนที่ถูกกัดเซาะให้กลับมามีสภาพเดิม ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายหาดทราย เพื่อใช้ประโยชน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสันทนาการที่สำคัญของจังหวัดชลบุรีและของประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวชายหาดพัทยาปีละ 9 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับจังหวัดชลบุรี ทั้งนี้โดยกรมเจ้าท่าได้ก่อสร้างด้วยการเสริมทรายชายหาดพัทยากว้าง 35 เมตร ความยาวประมาณ 2,800 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ชายหาดพัทยาเหนือตั้งแต่โรงแรมดุสิตถึงชายหาดพัทยาใต้ รวมระยะทาง 2.8 กิโลเมตร ใช้งบประมาณค่าก่อสร้าง 429 ล้านบาท จนแล้วเสร็จส่งมอบให้เมืองพัทยาเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 […]

Beachlover

September 2, 2021

เมืองพัทยายืนยันน้ำสีดำค้างท่อ

ที่มา: https://www.facebook.com/PattayaWatchdog ผอ สำนักช่างสุขาภิบาล เมืองพัทยา ยืนยัน น้ำสีดำ ค้างท่อ ที่เมืองพัทยาระบายทิ้งลงทะเล ช่วงฝนตกวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เมืองพัทยาแจงเพจดังกรณีข้อกังขาน้ำดำถูกปล่อยลงทะเลหาดพัทยา เหตุฝนตกหนักระบายไม่ทัน ชี้เป็นน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เผยอนาคตเตรียมแยกท่อระบายน้ำฝนกับระบบบำบัดทั่วเมืองตามความเจริญแบบก้าวกระโดด จากกรณีเพจดังพัทยาอย่าง “PattayaWatchdog” ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่กรมทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่ง เดินทางไปตรวจหาดวงศ์อมาตย์ ซ.นาเกลือ 18 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนัก เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 โดยพบว่ามีน้ำลักษณะสีดำขุ่นข้นพุ่งทะลักออกจากท่อระบายน้ำของเมืองพัทยาก่อนไหลลงสู่ทะเลเป็นจำนวนมากจนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลว่ากรณีดังกล่าวสร้างผลกระทบอย่างมากต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ทั้งนี้ข้อสรุปจากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้า ที่กรมทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่ง พบว่าน้ำสีดำสกปรก เป็นท่อจากระบายของเมืองพัทยา ซึ่งเป็นระบบท่อที่ใช้ร่วมกับระบบระบายน้ำเสีย เมื่อฝนหยุดเป็นเวลานานทำให้เกิดปัญหา “น้ำค้างท่อ” แต่เมื่อมีฝนตกลงมาอย่างหนักจึงทำให้น้ำเกิดการรวมตัวจนมีลักษณะเป็นสีเข้มเหมือนน้ำเน่าเสียและเอ่อไหลทะลักลงสู่ท้องทะเล กระทั่งสุดท้ายก็เจือจางลง อย่างไรก็ตามจากผลตรวจสอบบริเวณโดยรอบไม่พบว่าผู้ประกอบการหรือที่พักอาศัยใดทำการการปล่อยน้ำเสียลงทะเล แต่พบร่องรอยการกัดเซาะหาดทรายลงทะเลโดยน้ำจากท่อระบายเท่านั้น ส่วนกรณีข้อกังขาของสังคมถึงการแก้ไขปัญหาน้ำค้างท่อ ที่มีความสกปรก และมักเกิดปัญหาไหลลงทะเลในช่วงที่ฝนตกซึ่งพบว่ามีลักษณะขุ่นดำคล้ายน้ำเน่าเสีย จนทำให้ภาพลักษณ์เกิดความเสียหายว่าจะมีแนวทางการแก้ไขอย่างไรนั้น เรื่องดังกล่าว นายอนุวัตร ทองคำ ผู้อำนวยการสำนักการช่างสุขาภิบาล เมืองพัทยา ชี้แจงว่าตามการศึกษาของกรมโยธาธิการและผังเมือง ระบุว่าถ้าฝนตกลงมาในปริมาณปกติจะอยู่ที่ 40-50 มิลลิเมตร/ชม. […]

Beachlover

March 12, 2021

กำแพงและทางระบายน้ำลงหาดกะรน จ.ภูเก็ต [20ม.ค.2563]

หาดกะรนเป็นชายหาดที่ยาวที่สุดของเกาะภูเก็ต ทอดยาวประมาณ 3.3 กิโลเมตร ในแนวเหนือใต้ กล่าวกันว่าทรายที่หาดนี้ละเอียดนุ่มเท้าที่สุดบนเกาะภูเก็ต และแทบไม่มีเปลือกหอยปะปนเลย ทางทิศเหนือของชายหาดเป็นสวนสาธารณะ ที่จอดรถ ถนนสาธารณะ และโรงแรม พื้นที่ส่วนนี้เองที่ปรากฏให้เห็นถึงโครงสร้างกำแพง ยาวประมาณ 450 เมตร สูงประมาณ 1.2 เมตร ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นกำแพงกันดินหรือกำแพงกันคลื่น ชาวบ้านแถวนั้นเล่าให้ฟังว่า ช่วงมรสุมที่ระดับน้ำทะเลสูงกว่ายามปกติ คลื่นจะวิ่งจนถึงตัวกำแพงซึ่งอยู่ห่างจากระดับน้ำวันนี้ประมาณ 50 เมตร ปัจจุบันยังไม่พบร่องรอยของผลกระทบที่เกิดจากกำแพงนี้ สุดปลายกำแพงทางทิศเหนือ พบทางระบายน้ำออกสู่ทะเล ไม่แน่ใจว่าเป็นทางระบายน้ำจากลำรางสาธารณะหรือไหลมาจากแหล่งใด แต่มีสีและกลิ่นไม่ดีนัก ทางออกสู่ทะเลได้ตัดให้ชายหาดแยกออกจากกัน สามารถเดินข้ามได้เฉพาะริมทะเลเท่านั้น มีหลายชายหาดที่ทางระบายน้ำลงทะเลส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพ การใช้ประโยชน์บนชายหาด ตลอดจนมลพิษที่ถูกปล่อยลงสู่ทะเล เป็นเรื่องน่าคิดว่า เราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร หรือจะปล่อยให้ไหลลงทะเลตามยถากรรมแบบที่ผ่านมา

Beachlover

January 20, 2020