ความเร็วกระแสน้ำที่ส่งผลต่อวิถีประมงพื้นบ้าน
วิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านที่ใช้เรือขนาดเล็กออกทะเลเพื่อทำมาหากินนั้น จะขึ้นอยู่กับธรรมชาติเป็นหลัก หากกระบวนการทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป เช่น น้ำตื้นขึ้น ลึกขึ้น กระแสน้ำไหลเร็วขึ้น หรือช้าลง อาจกระทบต่อแหล่งวางไข่ของสัตว์น้ำ แหล่งทำมาหากิน เส้นทางเดินเรือของชาวประมงได้ เพราะวิถีพื้นบ้านนั้นไม่สามารถออกทะเลไปได้ไกลจากฝั่งมากมายเหมือนเรือประมงพาณิชย์ ที่แม้หากธรรมชาติใกล้ๆฝั่งเปลี่ยนแปลงไปก็อาจไม่กระทบมากเนื่องจากมีแหล่งทำมาหากินอยู่บริเวณทะเลน้ำลึกห่างจากฝั่งไปค่อนข้างไกล Beach Lover ชวนศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของความเร็วกระแสน้ำที่อาจส่งผลต่อการตกตะกอน การเดินเรือ การอยู่รอดของปะการัง รวมถึงแหล่งวางไข่ของสัตว์ทะเลดังนี้ ความเร็วกระแสน้ำที่ทำให้ตะกอนทรายตกสะสม o โดยทั่วไป ตะกอนทรายขนาดกลาง (~0.25 มม.) จะเริ่มตกสะสมเมื่อความเร็วกระแสน้ำลดลงต่ำกว่า 0.2–0.3 เมตรต่อวินาที o ตะกอนขนาดเล็กกว่า เช่น ทรายละเอียดมาก หรือโคลน อาจตกสะสมที่ความเร็วต่ำกว่า0.1 เมตรต่อวินาที o หากความเร็วกระแสน้ำต่ำกว่า 0.05 เมตรต่อวินาที พื้นที่บริเวณนั้นมีแนวโน้มจะเกิดการสะสมของตะกอนอย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้ท้องทะเลตื้นเขิน ความเร็วกระแสน้ำที่ส่งผลกระทบต่อปะการัง o ปะการังต้องการกระแสน้ำเพื่อช่วยหมุนเวียนออกซิเจน นำพาสารอาหาร และพัดพาสิ่งตกค้างออกจากโครงสร้างปะการัง o หากกระแสน้ำมีความเร็วต่ำกว่า 0.05 เมตรต่อวินาที อาจเกิดการสะสมของตะกอนบนแนวปะการัง ทำให้ปะการังขาดแสงแดดและสารอาหาร ส่งผลให้เกิดภาวะปะการังฟอกขาวหรือการตายของปะการัง o แต่หากกระแสน้ำเร็วเกินไป (มากกว่า 1 เมตรต่อวินาที) อาจส่งผลกระทบทางกายภาพ เช่น ทำให้ปะการังแตกหัก […]