เร่งสำรวจชายฝั่งประจวบฯ หลังมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ประเมินความเสี่ยงการกัดเซาะชายฝั่ง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 15 มกราคม 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์ชายฝั่งทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้บางช่วงของแนวชายฝั่งเกิดการกัดเซาะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดถนนเลียบชายฝั่ง ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัย การคมนาคม และทรัพย์สินของประชาชน ในการสำรวจครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อสำรวจแนวตะกอนนอกชายฝั่ง ควบคู่กับการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความละเอียด ถูกต้อง และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ข้อมูลจากการสำรวจจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญ ในการประเมินความเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วยสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการและกำหนดแนวทางป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว การติดตามและประเมินสถานการณ์ชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนชายฝั่งของประเทศ

Beachlover

January 16, 2026

ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DSS) สำหรับการเฝ้าระวังและติดตามการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งทะเล

เมื่อเราไปเดินเล่นริมชายหาด เคยสังเกตไหมว่าในแต่ละปี แนวหาดที่เราเคยเดินอาจจะสั้นลง น้ำทะเลขยับเข้ามาใกล้ถนนมากขึ้น หรือบางจุดกลับมีทรายพอกพูนขึ้นมาผิดปกติ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีปัจจัยซับซ้อนทั้งจากธรรมชาติ เช่น ลมมรสุม พายุ คลื่น กระแสน้ำ และจากมนุษย์ เช่น การก่อสร้างที่รุกล้ำแนวชายหาด คำถามคือ  “เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพรุ่งนี้หาดจะเปลี่ยนไปแค่ไหน และเราควรรับมืออย่างไรให้ยั่งยืน?” นี่คือบทบาทของ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า DSS ซึ่งหมายถึง “GPS สำหรับการบริหารจัดการชายหาด”  เวลาเราขับรถไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย GPS จะรวบรวมข้อมูลทั้งแผนที่ การจราจร และระยะทาง เพื่อแนะนำทางที่ดีที่สุดให้กับเรา ระบบ DSS สำหรับชายฝั่ง ก็ทำหน้าที่คล้ายกัน มันคือระบบคอมพิวเตอร์ที่รวมเอาข้อมูลมหาศาล เกี่ยวกับทะเลมาวิเคราะห์ เพื่อบอกผู้ใช้ เช่น หน่วยงานรัฐ หรือชุมชน ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร และถ้าเราเลือกทำวิธี A หรือ วิธี B ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร เจาะลึก 3 กลไกหลัก เพื่อให้ระบบนี้ทำงานได้แม่นยำ ต้องมีส่วนประกอบที่ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ ดังนี้: 1. คลังข้อมูลอัจฉริยะ […]

Beachlover

January 14, 2026

พาชมรากโกงกางเทียมกันอีกรอบ ณ หาดสามร้อยยอด

Beach Lover เคยพาชม “แนวกันคลื่นแบบโปร่ง” หรือที่มีการเรียกขานกันว่า รากโกงกางเทียม  (C-Aoss) มาแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามอ่านได้จากไอคอน Search มุมขวาบน นอกจากนั้ยังสามารถติดตาม Clip พาเดินชมได้จาก Youtube (1) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) หาดนางทอง เขาหลัก พังงาและ (2) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) ณ หาดนางทอง จ พังงา และ (3) รากโกงกางเทียม เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดนางทอง (4) รากไม้โกงกางเทียม (ตำแหน่งหน้าครัวลุงระ) ณ หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง C-Aoss  ประกอบด้วย เสาหลักซึ่งทำจากไม้ผสมพลาสติก HDPE และ รากเทียมที่ออกแบบให้คล้ายรากโกงกาง โดยมีส่วนผสมยางพาราธรรมชาติ ตามเอกสารที่ค้นคว้าได้พบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คลื่นเสียพลังงานบางส่วน และลดการพัดพาตะกอนบริเวณด้านหลังแนว เพื่อเอื้อต่อการสะสมตะกอน/ฟื้นตัวของพื้นที่ชายฝั่ง โครงสร้างโกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดสามร้อยยอดนี้ วางแนวต่อกับกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของเดิมที่สร้างโดยสำนักโยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ เมื่อปี 2560 โดยจากการเดินเท้าสำรวจครั้งนี้ พบว่าสภาพของโครงสร้างทั้ง 6 แถว ยังอยู่ในสภาพดี ยังไม่มีบางส่วนของโครงสร้างหลุดออกจากที่ตั้งเหมือนอย่างในพื้นที่อื่นๆที่ […]

Beachlover

January 12, 2026

คลื่นซัด”หาดสามพระยา” กัดเซาะชายฝั่งพังยับ ต้นสนล้มระนาว

ที่มา: https://www.facebook.com/prachuappost (วันที่ 9 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่7-8 มกราคม ที่ผ่านมา นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หน.อช เขาสามร้อยยอด กล่าวว่า หาดสามพระยา และ หาดแหลมศาลา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เกิดมวลน้ำทะเลหนุนสูงประกอบกับคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ทะยานเข้าซัดชายหาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะแนวต้นสนขนาดใหญ่มีอายุมากกว่า30ปี ที่เป็นสัญลักษณ์ของหาด ถูกกระแสคลื่นสูงเกือบ3เมตรกัดเซาะจนรากถอนโคน ล้มระนาวเกือบ 20 ต้น ซึ่งทั้ง2หาดรวมแล้วเกือบ40ต้น กลายเป็นภาพที่น่าตกใจ ทั้งนี้จากสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้คลื่นที่มีความแรงโถมเข้าใส่ชายหาดอย่างต่อเนื่อง พลังของน้ำได้ขุดรากถอนโคนต้นสนขนาดใหญ่ที่ยืนต้นมานานนับสิบปีให้ล้มลงในพริบตา พื้นที่ที่เคยร่มรื่นสวยงามกลับกลายเป็นแนวดินที่พังทลายและซากต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด สร้างความตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่ฯและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ​เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ย่อย หาดสามพระยา (อช เขาสามร้อยยอด)ได้ประเมินสถานการณ์พร้อมงดให้บริการลานกางเต้นท์ เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย” โดยเบื้องต้นมีการติดธงแดง และ​ปิดกั้นพื้นที่เสี่ยง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ​ซึ่ง​ความรุนแรงของธรรมชาติที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในต้นปีนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายทัศนียภาพอันสวยงาม แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรง ​ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดอย่างใกล้ชิด

Beachlover

January 9, 2026

กฎของบรูนกับการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล

ศาสตร์ด้านวิศวกรรมชายฝั่งและธรณีสัณฐานวิทยาชายฝั่ง มีแนวคิดและแบบจำลองเพียงไม่กี่ชิ้นที่สร้างผลกระทบและจุดประกายให้เกิดการถกเถียงทางวิชาการได้อย่างยาวนานและกว้างขวางเท่ากับ “กฎของบรูน” (Bruun Rule) ซึ่งได้รับการเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1962 โดยวิศวกรชายฝั่งชาวเดนมาร์ก-อเมริกัน นามว่า เพอร์ มอลเลอร์ บรูน (Per Moller Bruun) กฎของบรูนถือเป็นความพยายามครั้งแรกในการสร้างความสัมพันธ์เชิงปริมาณ (quantitative relationship) ที่เชื่อมโยงปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล (Sea-Level Rise – SLR) เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแนวชายฝั่ง นั่นคือ การถดถอย (recession) ของหาดทราย  ก่อนหน้าการมาถึงของแนวคิดนี้ ความเข้าใจส่วนใหญ่เกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่งยังคงมีลักษณะเป็นเชิงคุณภาพเป็นหลัก กฎของบรูนจึงเปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนที่สำคัญ โดยนำเสนอแบบจำลองทางเรขาคณิตที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง สำหรับการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หลักการพื้นฐานของกฎบรูนตั้งอยู่บนแนวคิดของสมดุลมวลตะกอนในสองมิติ (two-dimensional mass conversion) โดยพิจารณาเฉพาะรูปหน้าตัดของชายหาดในแนวตั้งฉากกับแนวชายฝั่ง แบบจำลองนี้มีสมมุติฐานว่าเมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น รูปหน้าตัดของชายหาดซึ่งอยู่ในสภาวะสมดุลจะปรับตัวโดยการเคลื่อนตัวขึ้นด้านบนและถอยร่นเข้าหาฝั่ง เพื่อรักษารูปร่างทางเรขาคณิตเดิมไว้สัมพันธ์กับระดับน้ำทะเลใหม่ กระบวนการนี้เกิดขึ้นจากการกัดเซาะทรายจากส่วนบนของชายหาด (เช่น สันชายหาดหรือเนินทราย) และนำไปทับถมในส่วนล่างของรูปหน้าตัดที่อยู่ใต้น้ำ   ความเรียบง่ายของแบบจำลองนี้เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่สำคัญที่สุด จุดแข็งคือทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวางทั่วโลก แม้ในพื้นที่ที่ข้อมูลทางสมุทรศาสตร์มีจำกัด ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในงานด้านวิศวกรรม  ด้วยเหตุนี้ กฎของบรูนจึงยังคงเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ถูกนำมาใช้ในการประเมินผลกระทบเบื้องต้นของการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจวบจนปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ความเรียบง่ายดังกล่าวต้องแลกมาด้วยข้อสมมติฐานที่เข้มงวดหลายประการ ซึ่งมักไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของชายหาดส่วนใหญ่ในธรรมชาติ ข้อสมมติฐานเหล่านี้ได้กลายเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์และเป็นศูนย์กลางของข้อถกเถียงทางวิชาการที่เข้มข้นมานานหลายทศวรรษ นักวิชาการจำนวนมากได้ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของแบบจำลองในการพิจารณาเฉพาะกระบวนการสองมิติ และการละเลยปัจจัยสำคัญอื่นๆ เช่น การขนส่งตะกอนขนานแนวชายฝั่ง หรืออิทธิพลของธรณีวิทยาในพื้นที่ แม้จะมีคำวิจารณ์และการพัฒนาแบบจำลองทางเลือกที่ซับซ้อนและอิงตามหลักการทางฟิสิกส์มากขึ้น แต่กฎของบรูนก็ยังคงสถานะที่เป็นเอกลักษณ์ในแวดวงวิชาการ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะยังไม่มีแบบจำลองทางเลือกอื่นที่เรียบง่ายและใช้งานได้จริงในระดับเดียวกันมาแทนที่ได้ […]

Beachlover

January 7, 2026

สถานีวิจัยฯ สุดหาดประพาส ถูกกัดเซาะ?

Beach Lover ได้นำเสนอสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดประพาสไปแล้วในโพสก่อนหน้านี้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/praphat-ranong-dec2025/ เมื่อเดินสำรวจไปทางทิศเหนือเรื่อยๆสุดหาดประพาส จะเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเชื่อมต่อกับปากคลองกำพวนทางด้านเหนือสุด พบว่าชายหาดของสถานีวิจัยฯ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเป็นบล็อคคอนกรีต เพื่อป้องกันริมถนนของสถานีวิจัยเองตลอดแนวประมาณ 320 เมตร จากปากทางเข้าสถานีฯไปทางทิศหนือ เนื่องจากระดับถนนสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มาก จึงพบทรายจำนวนมากอยู่บนถนน คาดว่าเกิดจากคลื่นซัดขึ้นมาด้านบนและพาทรายมาด้วย จากโพสก่อนหน้า ที่ Beach Lover ได้พาสำรวจหาดประพาสไปแล้วนั้นพบว่า หาดทางทิศใต้ของสถานีวิจัยฯ ที่ไม่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใดๆ ถูกกัดเซาะจนถนนเสียหายเกือบตลอดทั้งแนว เมื่อเทียบกับถนนเส้นเดียวกันที่วิ่งเข้าสู่สถานีวิจัยฯทางทิศเหนือของหาด ที่ยังคงสภาพใช้การได้อยู่นั้น จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดระนองประชุมพิจารณาโมเดลการวางแนวกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้นำรูปแบบมาเสนอ (https://share.google/4vY2OrGhsNmpRDGwH) รอติดตามอย่างใจเย็น…..

Beachlover

December 31, 2025

พบร่องรอยการกัดเซาะ หาดทุ่งวัวแล่น

จากโพสก่อนหน้านี้ (https://beachlover.net/thungwualaen-coconut-signature-dec2025/) ที่ Beach Lover ได้เกริ่นไว้ว่า เมื่อเดินเท้าสำรวจชายหาดกว่า 3 กิโลเมตร พบว่า ทิศเหนือของชายหาดมีร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง โดยพบความพยายามในการป้องกันชายฝั่งโดยใช้กระสอบทรายขนาดเล็กตามภาพ บางตำแหน่งที่เราพบร่องรอยการกัดเซาะนั้น เป็นการกัดเซาะลานปูนริมทะเล ที่ไม่แน่ใจว่าตั้งใจทำไว้เพื่อจอดรถ หรือว่าเพื่อวัตถุประสงค์ใด โดยพบว่ามีการนำกระสอบทรายขนาดเล็กมาอุดร่องรอยนี้เพื่อบรรเทาปัญหา เท่าที่ Beach Lover พอคาดคะเนด้วยสายตาพบว่า ตลอดระยะทาง 2.78 กิโลเมตร ของหาดทุ่งวัวแล่นนั้น พบร่องรอยการกัดเซาะตามภาพที่นำเสนอมานี้ระยะทางรวมประมาณ 70-80 เมตร ส่วนอื่นๆของชายหาดพบว่ายังมีความสมบูรณ์ และสวยงามอยู่มาก

Beachlover

December 30, 2025

รากสนโผล่ ที่อ่าวมะนาว

อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นชายหาดทรายในบริบทของอ่าวโค้งกึ่งปิด ซึ่งมีแนวแหลมและภูมิประเทศด้านข้างช่วยกำหนดรูปทรงของอ่าว ทำให้การกระจายพลังงานคลื่นและทิศทางกระแสบริเวณใกล้ฝั่งมีความเฉพาะตัวมากกว่าชายฝั่งที่เปิดโล่ง แนวชายหาดมีลักษณะโค้งรับทะเลต่อเนื่อง ส่งผลให้บางช่วงของอ่าวได้รับคลื่นมากกว่าช่วงใกล้หัวอ่าวที่ถูกบังคลื่นไปบางส่วน ลักษณะทางสัณฐานเช่นนี้ทำให้ตะกอนทรายจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มหมุนเวียนอยู่ภายในอ่าวภายใต้อิทธิพลของคลื่นตามฤดูกาล แทนที่จะถูกพัดพาออกไปไกลแบบชายฝั่งเปิด อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดช่วงคลื่นแรง เช่น ในฤดูมรสุมหรือเหตุการณ์พายุ ชายหาดทรายยังสามารถถูกกัดเซาะ ได้ชั่วคราว ทำให้หน้าตัดชายหาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อ่าวมะนาวเป็นหาดทรายที่โดยภาพรวมมีลักษณะทรายละเอียดถึงปานกลางปะปนเศษเปลือกหอยตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นชนิดตะกอนที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงคลื่นได้ไว กล่าวคือ เมื่อสภาวะคลื่นแรงขึ้น ทรายบริเวณหน้าหาดอาจถูกดึงออกไปสะสมในเขตน้ำตื้นด้านนอก เกิดสัณฐานอย่างสันทรายใต้น้ำหรือการเปลี่ยนความชันของหน้าหาด และเมื่อเข้าสู่ช่วงคลื่นสงบ ทรายบางส่วนจึงค่อย ๆ เคลื่อนกลับเข้าหาดเกิดการฟื้นตัวตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม หากระบบตะกอนเกิดภาวะขาดดุล หรือทรายออกมากกว่าเข้าอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวจะไม่เต็มที่และระดับผิวหาดมีแนวโน้มต่ำลงสะสม ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการกัดเซาะในเชิงปริมาตร แม้แนวชายฝั่งอาจไม่ได้ถูกกัดเซาะอย่างเด่นชัดในระยะสั้นก็ตาม Beach Lover สำรวจอ่าวมะนาวในช่วงปลายปี ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะอย่างรุนแรง พบเพียงรากของต้นสนที่ลอย หรือ ทรายที่ปกคลุมรากสนถูกพัดพาออกไป เผยให้เห็นรากสนอย่างชัดเจน โดยได้เขียนเรื่องราวนี้ไว้แล้วใน “รากสนโผล่=กัดเซาะ” ตามอ่านได้จาก LINK

Beachlover

December 28, 2025

รากสนโผล่ = กัดเซาะ ?

Beach Lover เคยเขียนเรื่อง “สนทะเลดีหรือไม่กับชายหาด” ไปแล้วในอดีต ติดตามได้จาก Link ที่ชื่อเรื่อง ครั้งนี้ขอชวนคุยเรื่อง รากต้นสนที่มักโผล่หรือหลายคนมักเรียกว่า รากลอย ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามักพบเห็นตามชายหาดโดยเฉพาะหลังสถานการณ์คลื่นลมแรง รากสนทะเลที่โผล่พ้นผิวทราย เป็นภาพที่พบได้บ่อยขึ้นตามชายฝั่งหลายพื้นที่ และมักถูกตีความทันทีว่า “ชายหาดกำลังกัดเซาะ” อย่างไรก็ตาม ในเชิงวิศวกรรมชายฝั่ง รากที่โผล่เป็น “ตัวชี้วัดเชิงกายภาพ” ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงระดับทรายและสมดุลตะกอนของชายหาดในช่วงเวลาหนึ่ง การทำความเข้าใจกลไกที่อยู่เบื้องหลังจึงสำคัญ ทั้งเพื่อสื่อสารต่อสาธารณะอย่างถูกต้อง และเพื่อประเมินความเสี่ยงที่ต้นสนจะรอดหรือโค่นตายในอนาคต โดยธรรมชาติ รากของสนทะเลจะถูกฝังอยู่ในทรายและเนินทรายด้านหลังหาด การที่รากจำนวนมากถูกเปิดให้เห็น แปลว่าระดับทรายบริเวณนั้นลดลง เมื่อเทียบกับสภาพเดิม ซึ่งสามารถเกิดได้จาก 2 กลไกหลัก และทั้งสองกลไกนี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการกัดเซาะชายฝั่งโดยตรง เมื่อชายหาดถูกกัดเซาะถอยร่น คลื่นช่วงมรสุมหรือคลื่นพายุกัดหน้าหาด ทำให้ทรายหน้าต้นไม้หายไปเร็ว รากที่เคยถูกฝังจึงโผล่ หรือต่อให้แนวชายฝั่งไม่ได้ถูกกัดเซาะมาก ถ้าระบบตะกอนขาดดุล (ทรายออกมากกว่าทรายเข้า) หรือถูกพัดพาออกนอกหน้าหาด ชายหาดจะเตี้ยลงเรื่อย ๆ จนรากของสนถูกเปิดออกตามภาพ แผงรากใหญ่โผล่ยาวตามผิวหาดบอกได้ว่าทรายรอบโคนต้นลดลงมานานพอสมควร ไม่ใช่แค่หลุมเล็กจากคนเดินหรือการไหลบ่าของน้ำบนผิวดินอย่างเดียว รากสนโผล่ ไม่ได้เป็นสัญญาณยืนยันเสมอไปว่าชายฝั่งถูกกัดเซาะ แต่เป็นหลักฐานที่ค่อนข้างชัดว่า บริเวณนั้นเกิดการลดระดับทรายหรือสูญเสียตะกอน ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการกัดเซาะเชิงปริมาตร และเป็นสัญญาณที่ควรติดตามต่อเนื่อง แนวต้นสนช่วยลดความเร็วลมบางส่วน ทำให้เกิดการดักทรายลมและสนับสนุนการก่อตัวของเนินทรายด้านหลังหาด ขณะเดียวกัน ระบบรากช่วยยึดเกาะทราย ลดการพังทลายจากลมและน้ำฝนในพื้นที่หลังหาด ส่งผลให้แนวสนเป็นแหล่งสำรองทรายของระบบชายหาดในภาพรวม […]

Beachlover

December 27, 2025

ถึงถนนแล้ว!!! @หาดประพาส ระนอง

หาดประพาสเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติแหลมสน ด้านทิศใต้เป็นภูเขาหินซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน ส่วนด้านทิศเหนือเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชื่อมต่อกับปากคลองกำพวน ส่วนด้านในเป็นป่าชายเลนที่ค่อนข้างสมบูรณ์  บริบทแบบ “ชายหาด–ปากคลอง–ป่าชายเลน” นี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งแหล่งตะกอนและการเปลี่ยนรูปของปากร่องน้ำ/สันทราย หาดประพาสจึงถือเป็นระบบผสมระหว่าง ชายหาดเปิด (open coast) กับ ปากคลอง (inlet) ทำให้รูปชายหาดเปลี่ยนได้ทั้งจากคลื่นและจากพลวัตของปากคลอง ชายหาดมีความยาวประมาณ 2.7 กม. วางตัวแนว เหนือ–ใต้ เป็นหาดทรายละเอียด โดยด้านเหนือเชื่อมกับคลองกำพวน ซึ่งบริเวณปากคลองมีแนวสันทรายขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านในคลองเป็นป่าชายเลนและชุมชนประมง ด้านทิศใต้มีแนวกองหิน/หัวแหลมขนาดเล็ก ทำหน้าที่ช่วยบังคลื่นบางส่วนในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางโซนของชายหาด อาจมีเสถียรภาพมากกว่าอีกโซน ทั้งที่เป็นชายหาดเดียวกัน Beach Lover ได้เดินเท้าสำรวจหาดประพาสในช่วงปลอดมรสุมในเดือนธันวาคม พบว่าขอบถนนเลียบหาดถูกกัดเซาะจนเกิดหน้าตัดดินและแผ่นแอสฟัลต์ทรุดแตกเป็นช่วง ๆ ชายฝั่งอันดามันแถบนี้ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นหลัก ในช่วงเวลายาวระดับหลายเดือนตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ค. จนถึงช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยระดับน้ำทะเลและคลื่นในช่วงเวลานี้จะส่งผลต่อการกัดเซาะเป็นสำคัญ หากมีพายุร่วมด้วยยิ่งทำให้หาดกัดเซาะมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อหน้าหาดแคบลง  ระยะกันชนระหว่างคลื่นกับขอบถนนจึงลดลง เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นชั่วคราวในช่วงมรสุม คลื่นจะวิ่งขึ้นถึงตีนคันทางบ่อยขึ้น เกิดการกัดเซาะฐาน (undercutting) ทำให้ดินคันทางถูกเซาะเป็นโพรง/รอยเว้า จนเกิดการพังของแผ่นแอสฟัลต์แตกทรุดลงเป็นช่วง ๆ ตามที่เห็นในภาพ นี่คือเหตุผลที่บางครั้งเราเห็นความเสียหายดูเหมือนเกิดขึ้นเร็ว ทั้งที่จริงอาจสะสมมานาน และถูกเร่งให้พังในไม่กี่วันของเหตุการณ์คลื่นแรง มีข่าวรายงานว่าจังหวัดระนองได้ประชุมพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ รวมถึงหาดประพาส ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และมีการพิจารณาโมเดลการวางกำแพงกันคลื่นเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว (https://ranongcities.com/2561/news/detail/8520) รอติดตาม…อย่างใจเย็น

Beachlover

December 26, 2025
1 … 5 6 7 … 46