หาดชลาทัศน์ ยามนี้ … ยังสบายดีอยู่ไหม

หาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ชายหาดทรายขาวยาว 7.8 กิโลเมตร ใจกลางเมืองสงขลา มีความพยายามเพื่อป้องกันชายฝั่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 ทั้งกระสอบเล็กใหญ่ ยางรถยนต์ รอดักทราย กำแพงกันคลื่นแบบหิ้งทิ้ง กำแพงกันคลื่นแบบกระสอบทรายขนาดใหญ่ รวมถึงการเติมทรายชายหาดจำนวน 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งมีทั้งที่ประสบผลสำเร็จ มีทั้งที่ล้มเหลว มีทั้งที่นำเรื่องขึ้นสู่ชั้นศาลเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี [https://beachlover.net/คดีสมิหลาชลาทัศน์/] และมีทั้งรอคอยการดำเนินการต่อของผู้รับเหมา ติดตามได้จากโพสเก่าๆในสถานการณ์ชายฝั่งทะเล [https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/กระสอบทราย-ชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/ความคืบหน้างานเติมทราย/ และ https://beachlover.net/สภาพหาดสมิหลา-สิงหาคม/ และ https://beachlover.net/รูปตัดชายหาด-ชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/ไร้เรือดูดทราย-แหลมสน/ รวมถึง VDO Clip https://www.youtube.com/watch?v=WSG2DrtvW6c และ https://www.youtube.com/watch?v=rhLpm1_kB2g ] Beach Lover ได้ติดตามพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2563 พบชายหาดทางตอนใต้ที่ผ่านการเติมทรายชายหาดไปแล้วบางส่วนตัดเป็นหน้าผาชัน โดยมีระดับแตกต่างกันไปตามแต่ละบริเวณ โดยมีระยะตัดแนวดิ่งที่มากที่สุดถึง 1.8 เมตร ตามภาพ พบร่องรอยน้ำกัดเซาะทรายบริเวณนี้เป็นร่องลึกในหลายตำแหน่ง พบว่าทรายที่ทางกรมเจ้าท่าลำเลียงมาจากแหลมสนอ่อนเพื่อมาเติมให้กับชายหาดชลาทัศน์บริเวณนี้นั้น มีการแยกชั้นของวัสดุที่ปะปนมากับทรายอย่างชัดเจน โดยวัสดุที่หนักว่าอย่างดินเหนียวจะแยกชั้นกันกับทรายและจมอยู่ด้านล่าง นอกจากนั้นยังพบว่ามีปริมาณเปลือกหอยปะปนอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลให้หาดที่นำทรายคุณสมบัติแบบนี้มาเติมนั้นตัดเป็นหน้าผาชัน ส่วนทางทิศเหนือ พบท่อเหล็กที่เคยใช้ลำเลียงทรายมาจากแหลมสนอ่อนวางระเกะระกะอยู่ตลอดแนว และพบรถแบคโฮบนโป๊ะจอดอยู่ริมชายหาด ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วใน https://beachlover.net/อะไร-ยังไง-หาดชลาทัศน์/ โดยบริเวณใกล้กันนี้พบทรายคุณสมบัติค่อนข้างดี ไม่เกิดการตัดเป็นหน้าผาชันและไม่แยกตัวเป็นชั้นอย่างชายหาดทางทิศใต้ งานเติมทรายชายหาดชลาทัศน์ โดยกรมเจ้าท่า […]

Beachlover

September 1, 2020

ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแนวทางป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง

ที่มา: https://www.tcijthai.com/news/2020/8/current/10873 ที่ประชุมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบตั้ง กมธ.ศึกษาแนวทางป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ชี้ มติ ครม.เว้นทำ EIA สร้างปัญหาใหญ่ ส่งผลหน่วยงานรัฐเน้นแก้ด้วย ‘โครงสร้างแข็ง’ เผยค่าก่อสร้างตารางเมตรละแสน | ที่มาภาพประกอบ: กรมโยธาธิการและผังเมือง (อ้างในประชาไท) ในการประชุมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2563 มีการเสนอญัตติขอให้ตั้ง กมธ. วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางคลื่นทะเลซัดเซาะชายฝั่งอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งมี ส.ส.จากพรรคก้าวไกลร่วมอภิปราย ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ขอเน้นไปที่โครงการของรัฐที่มักเอาคำว่า ‘กัดเซาะชายฝั่ง’ เป็นตัวตั้ง แล้วเอาโครงการของกรมโยธาธิการและผังเมืองและกรมเจ้าท่า ไปสร้างโครงสร้างแข็งทำลายชายหาด ประเด็นนี้ได้ยกมาอภิปรายแล้วหลายครั้ง ซึ่งเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งเป็นเรื่องซับซ้อนและมีความอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม ได้มีกฎหมายออกมาเป็นการเฉพาะ การศึกษาเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องดีเพราะจะได้รู้ว่าหน่วยงานไหนยังละเลยกฎหมาย ก้าวล่วงหน่วยงานอื่นทั้งที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ และเอาภาษีไปผลาญชายฝั่งทะเล ชายหาด คือ ทรัพยากรระหว่างทะเลและแผ่นดินใหญ่ เป็นกลไกของธรรมชาติ แต่เมื่อโครงการของรัฐนำไปอ้างและทำสิ่งตรงข้าม สร้างโครงสร้างแข็งหรือถนนเลียบชายฝั่ง ก็เปรียบเสมือนสร้างกำแพงไม่ให้ทรายไหลเข้าออกได้ทำให้ชายหาดหายไป จึงขอให้รักษาชายหาดขาวสะอาดไว้ให้ลูกหลานเราได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทองแดง เบ็ญจะปักษ์ ส.ส.จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสมุทรสาครและใกล้เคียงในปากอ่าว […]

Beachlover

September 1, 2020

เปิด 5 รายชื่อบริษัทที่ได้งานป้องกันชายฝั่ง 2558-2562

Beach Lover ได้นำเสนอร่างงบประมาณรายจ่ายเพื่อการป้องกันชายฝั่งมาแล้วอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563-2564 สามารถติดตามได้จาก https://beachlover.net/budget-2563-beach-erosion/ และ https://beachlover.net/ร่างงบประมาณ-ชายฝั่ง-2564/ จะพบว่าหน่วยงานหลักทั้งสามหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการป้องกันชายฝั่งต้องจัดสรรงบประมาณ 1500-1800 ล้านบาทต่อปีเพื่อป้องกันชายฝั่ง หากตีเป็นตัวเลขกลมๆพบว่างบประมาณจำนวนนี้สามารถส่งเด็กเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบมหาวิทยาลัยได้ประมาณ 1000 คนในสถานศึกษาของรัฐ (ธนาคารแห่งประเทศไทย, 2561) Beach Lover ได้ตามต่อจากงบประมาณลึกลงไปในส่วนของบริษัทที่ชนะการประมูลงานป้องกันชายฝั่งของรัฐในช่วง 2558-2563 เท่าที่มีข้อมูลเปิดเผยจากฐานข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ แสดงดังกราฟด้านล่าง พบว่า เกือบ 1 ใน 4 ของงบประมาณป้องกันชายฝั่งตลอดระยะเวลา 6 ปีร่วม 4,000 กว่าล้านบาทนั้น บริษัทตากใบการโยธาชนะการประมูลและได้รับงานไปเป็นอันดับหนึ่งคิดเป็น 24.541% รองลงมาคือบริษัทเอสซีจี 1995 จำกัด คิดเป็น 23.617% สามารถติดตามผลงานบางส่วน ของบริษัทตากใบการโยธาที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันได้จาก https://beachlover.net/ความคืบหน้า-กำแพงบ่ออิฐ/ และ https://beachlover.net/ตรวจงาน-เขื่อน-หาดแก้ว/ และ https://beachlover.net/โครงสร้าง-หาดแก้ว/

Beachlover

August 29, 2020

พาชมโพรงใต้กำแพงกันคลื่น ณ หาดทุ่งประดู่

พาชมโพรงใต้กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได ณ หาดทุ่งประดู่ ประจวบฯ ระยะทางประมาณ 100 เมตร ผลงาน อบต เมื่อสามปีที่แล้ว มูลค่างาน 5 ล้านบาท และลงงบซ่อมบำรุงไปอีก 2 ล้านบาท รวมเป็น 7 ล้านบาท ชาวบ้านแจ้งว่าหินด้านในใต้โพรงกำแพงนั้นหลุดออกมาด้านนอก เป็นอุปสรรคต่อการนำเรือเข้าจอดแล้วการเล่นน้ำของเด็กๆริมชายหาด บริเวณใกล้เคียงกันพบกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงโดยกรมเจ้าท่า ที่ยังสร้างไม่เสร็จตามแผนเนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงาน รวมถึงกำแพงกันคลื่นที่ชาวบ้านลงทุนสร้างเพื่อป้องกันพื้นที่ของตัวเอง โดยทาง Beach Lover จะนำข้อมูลมาเผยแพร่ในโอกาสต่อไป

Beachlover

August 28, 2020

อะไร! ยังไง? @ หาดชลาทัศน์

หาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ชายหาดทรายขาวยาว 7.8 กิโลเมตร ใจกลางเมืองสงขลา มีความพยายามเพื่อป้องกันชายฝั่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 ทั้งกระสอบเล็กใหญ่ ยางรถยนต์ รอดักทราย กำแพงกันคลื่นแบบหิ้งทิ้ง กำแพงกันคลื่นแบบกระสอบทรายขนาดใหญ่ รวมถึงการเติมทรายชายหาดจำนวน 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งมีทั้งที่ประสบผลสำเร็จ มีทั้งที่ล้มเหลว มีทั้งที่นำเรื่องขึ้นสู่ชั้นศาลเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี [https://beachlover.net/คดีสมิหลาชลาทัศน์/] และมีทั้งรอคอยการดำเนินการต่อของผู้รับเหมา ติดตามได้จากโพสเก่าๆในสถานการณ์ชายฝั่งทะเล [https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/กระสอบทราย-ชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/ความคืบหน้างานเติมทราย/ และ https://beachlover.net/รูปตัดชายหาด-ชลาทัศน์/ และ https://beachlover.net/ไร้เรือดูดทราย-แหลมสน/ รวมถึง VDO Clip https://www.youtube.com/watch?v=WSG2DrtvW6c และ https://www.youtube.com/watch?v=rhLpm1_kB2g ] Beach Lover ได้ติดตามสถานการณ์การกัดเซาะและการดำเนินงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบบนชายหาดชลาทัศน์มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบภาพรถแบคโฮบนโป๊ะจอดอยู่ริมชายหาด และซากของท่อเหล็กที่ต่อลงไปในทะเลและมีบางส่วนวางเป็นท่อนๆอยู่บนชายหาด ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เป็นการดำเนินงานของหน่วยงานใด และเพื่อวัตถุประสงค์ใด หากมีข้อมูลเพิ่มเติม Beach Lover จะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

Beachlover

August 25, 2020

ความคืบหน้างานสร้างกำแพงกันคลื่นหาดบ่ออิฐ-เกาะแต้ว

ชายฝั่งทะเลแถบบ้านบ่ออิฐ เกาะแต้ว เรื่อยมาทางทิศเหนือถึงเขารูปช้าง เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำนาทับ แต่เดิมมีเพียงโครงสร้างเขื่อนกันคลื่นด้านทิศเหนือของปากน้ำเพื่อป้องกันการกัดเซาะเพียง 4 ตัว แต่เนื่องจากผลกระทบของโครงสร้างนั้นนำมาซึ่งผลกระทบชิ่งแบบเป็นโดมิโน่ของชายหาดส่วนถัดไป อีกทั้งหน่วยงานรับผิดชอบเลือกที่จะสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งต่อไปเรื่อยๆ จึงเกิดโครงสร้างทั้งเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง รอดักทราย กำแพงกันคลื่นประชิดฝั่ง ต่อเนื่องยาวไปทางทิศเหนือจวบจนถึงปัจจุบัน มีเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งรวมทั้งสิ้น 18  ตัว รอดักทราย 3 ตัว และกำแพงกันคลื่นตลอดทั้งแนวยาวประมาณ 8.5 กิโลเมตร ริมถนนหมายเลข สข3004 และแน่นอนว่า ชายหาดด้านถัดไปของตำแหน่งสิ้นสุดโครงสร้างตัวสุดท้าย ซึ่งสำหรับบริเวณนี้คือปลายกำแพงกันคลื่น ย่อมเกิดการกัดเซาะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรมเจ้าท่า ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นบริเวณนี้พร้อมโครงสร้างประกอบอื่นๆเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะทาง 3,450 เมตร งบประมาณ 219,935,000 บาท จะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2564 โดยทาง Beach Lover ได้เคยนำเสนอไปเมื่อกลางปี 2562 ในช่วงที่โครงการเพิ่งริเริ่มก่อสร้าง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/กำแพง-เขารูปช้าง/ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นนี้อย่างต่อเนื่อง พบการเปลี่ยนแปลงของชายหาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึง สิงหาคม 2563 ตามรูป […]

Beachlover

August 25, 2020

กำแพงกันอะไร ? ช่วงปลอดมรสุม

ภาพเมื่อ: สิงหาคม 2563 แหลมตาชีหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าแหลมโพธิ์ ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สำคัญเมื่อกล่าวถึงชายหาดแห่งเมืองปัตตานี โดยสภาพทั่วไปแล้วแหลมตาชีจะงอกยาวขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากตะกอนทรายเลียบชายฝั่งที่เคลื่อนตัวจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ Beach Lover ได้ลงสำรวจชายหาดบริเวณแหลมตาชีช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบตะกอนทรายไหลมากองอยู่บริเวณชายทะเลแถบนี้จำนวนมาก พบว่ากำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งความยาวประมาณ 320 เมตร ที่เคยสร้างไว้เดิม (ไม่ทราบหน่วยงานเจ้าของงาน) เพื่อป้องกันชายฝั่งยามมรสุมนั้นหมดหน้าที่ลงเนื่องจากคลื่นไม่สามารถวิ่งเข้ามาปะทะกำแพงได้ อย่างไรก็ตาม คาดเดาได้ว่าในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ คลื่นและน้ำทะเลน่าจะเข้ามาปะทะถนนที่ตัดประชิดชายหาดมากๆแห่งนี้จนชำรุดเสียหาย เนื่องจากพบร่องรอยการซ่อมแซมถนน สำหรับชายฝั่งทะเลประเทศไทยระยะทางสามพันกว่ากิโลเมตรนั้น มีถนนจำนวนมากที่ตัดประชิดเลียบชายหาด จำนวนไม่น้อยวางตัวอยู่บนสันทรายธรรมชาติริมชายหาด ยามปลอดมรสุมถนนเส้นนั้นก็คงอยู่รอดปลอดภัย แต่ยามมรสุมเข้าเมื่อใด ก็มักจะเรียกร้องหาโครงสร้างมาป้องกันถนน เป็นเรื่องน่าคิดว่า เราจะอนุญาตให้ถนนตัดเลียบประชิดชายฝั่งแบบนี้ แล้วเรียกร้องหาโครงสร้างทางวิศวกรรมอีกชั้นหนึ่งมาป้องกันถนนจากอิทธิพลของคลื่นลมยามมรสุม ซึ่งนั่นหมายถึงงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อการก่อสร้างและบำรุงรักษา หรือเราควรสงวนพื้นที่บางส่วนริมชายฝั่งไว้ ให้คลื่นได้มีพื้นที่ “Exercise” ช่วงมรสุม โดยการถอยถนนออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย

Beachlover

August 20, 2020

พาชมหาดขั้นบันไดแห่งใหม่ของเมืองเพชร!

พาไปชมโครงการที่กำลังก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พื้นที่ชายหาดชะอำใต้ ระยะทาง 1.438 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณ 102.924 ล้านบาท เริ่มดำเนินการในปี 2562 ต่อเนื่องถึงปี 2564 ทั้งนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ตั้งงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชายหาดชะอำ ระยะที่ 3 ต่อจากเฟสนี้ที่กำลังจะแล้วเสร็จไปอีก 647 เมตร รวมงบประมาณทั้งสิ้น 48.5 ล้านบาท โดยผูกพันตั้งแต่ปี 2564-2566 นอกจากนี้ยังพบว่าร่างงบประมาณปี 2564 ของ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม (ขาวคาดแดง) ได้ตั้งงบประมาณเพื่อศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวชายหาดชะอำ ไว้ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 18 ล้านบาท โดยผูกพันตั้งแต่ปี 2564-2565 บนพื้นที่ชายหาดชะอำเช่นเดียวกัน ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กัดเซาะ-ชะอำ-เอาไงดี/ สิ่งที่ควรตั้งข้อสังเกตคือ โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเหมือนกันจากคนละหน่วยงาน บนพื้นที่เดียวกันนี้ ได้มีการปรึกษาหารือ หรือที่เรียกเป็นคำพูดที่สวยหรูเข้ากับยุคสมัยว่า “บูรณาการ” กันหรือไม่ ในขณะที่หน่วยงานหนึ่งกำลังก่อสร้างกำแพง จะมีผลต่องานศึกษาเพื่อสำรวจออกแบบการเติมทรายของอีกหน่วยงานหรือไม่

Beachlover

August 17, 2020

ถนนเลียบทะเลปานาเระ หายไปไหน?!?

[ภาพเมื่อ 9 ส.ค.2563] ใครผ่านไปผ่านมาแถบปานาเระ จ.ปัตตานี จะพบถนนเลียบทะเลที่ขาดลงในระยะประมาณ 1.3 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกของปากร่องน้ำปานาเระ ที่มีโครงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) และเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง 4 ตัว (ปัจจุบันหลงเหลือเพียง 1 ตัว) ทางทิศตะวันตกของปากร่องน้ำ ตามจริงแล้วหากถนนไม่ขาดลง เราสามารถใช้เส้นทางนี้วิ่งจากปากน้ำปานาเระไปถึงแหลมตาชีได้เลย Beach Lover ได้เคยลงพื้นที่สำรวจบริเวณนี้แล้วเมื่อสองปีก่อน จนถึงวันนี้พบว่ายังไม่มีการซ่อมแซม หรือสร้างถนนเส้นนี้ใหม่แต่อย่างใด หากสังเกตการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งบริเวณนี้จากภาพถ่ายดาวเทียม Google earth พบว่า ตำแหน่งที่ถนนเส้นนี้ประชิดชายหาดมากที่สุด ก็ยังห่างจากแนวระดับน้ำประมาณ 70 เมตร (สังเกตจากภาพ ก.พ.2005) โดยเริ่มพบการกัดเซาะของถนนนี้อย่างชัดเจนจากภาพถ่ายเดือน ม.ค.ปี 2011 ซึ่งอาจเกิดการกัดเซาะก่อนหน้านั้นแต่ไม่ปรากฏหลักฐานจากภาพถ่ายเพราะไม่มีภาพถ่ายในช่วงระหว่าง 2005-2011 คาดว่าการกัดเซาะถนนเส้นนี้เกิดจากผลกระทบของโครงสร้าง Jetty และเขื่อนกันคลื่นทางทิศตะวันตกของปากร่องน้ำ ที่ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะในพื้นที่ถัดๆไปทางทิศตะวันตก ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2011 (ภาพ ส.ค.2011) พบการไหลของทรายจากฝั่งตะวันออกมาปิดปากร่องน้ำปานาเระแม้จะมีโครงสร้างป้องกันอย่าง Jetty แล้วก็ตาม และไหลล้นข้ามร่องน้ำมาตามธรรมชาติจวบจนถึงปัจจุบัน เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือเข้าออก แม้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะขุดลอกอย่างไร ก็ไม่เท่าทันกับสถานการณ์ทรายที่ล้นมาปิดปากร่องน้ำ […]

Beachlover

August 12, 2020

ใครรุก ใครล้ำ @ เทพา จ.สงขลา

หากใครได้เห็นภาพด้านล่างนี้อาจจะรู้สึกว่ารีสอร์ทริมหาดเทพานี้กำลังรุกล้ำพื้นที่ชายหาด แต่ความเป็นจริงก็คือ ชายฝั่งเทพา จ.สงขลา เกิดการกัดเซาะมาอย่างต่อเนื่องหลังจากการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำเทพา พร้อมเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งอีก 5 ตัว ส่งผลกระทบหนักกับชายหาดด้านทิศเหนือของปากน้ำ เมื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งบริเวณนี้จาก Google Earth ใน 5 ช่วงเวลา พบว่าเริ่มเห็นการดำเนินการในพื้นที่ด้านหน้าทะเลของรีสอร์ทโดยการถมดิน ไม่แน่ใจว่าเป็นไปเพื่อป้องกันพื้นที่ตนเองช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ในปลายปี 2015 หรือเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้ประโยชน์ด้านหน้าชายหาด สังเกตจากวงกลมสีแดงในแต่ละภาพ แสดงตำแหน่งของรีสอร์ท จากภาพมุมสูงที่ถ่ายในช่วง ก.ค.2563 พบกำแพงแสดงขอบเขตพื้นที่สิ้นสุดในแนวเดียวกันกับขอบฝั่งของพื้นที่ผืนถัดไปจากรีสอร์ท ซึ่งอาจจะหมายถึงตำแหน่งของขอบเขตที่ดินด้านหน้าทะเลซึ่งไม่ได้ยื่นล้ำลงไปในทะเลมากเท่ากับพื้นที่ดินถมด้านหน้ารีสอร์ท ” ใครรุกใครล้ำใครกันแน่” เรื่องราวนี้สามารถพิสูจน์กันได้ด้วยหมุดหลักเขตที่ดิน หมุดควบคุมทางน้ำของกรมเจ้าท่า ซึ่งตามปกติแล้ว มักหาไม่ค่อยเจอในพื้นที่แบบนี้ …..

Beachlover

August 8, 2020
1 … 42 43 44 … 46