ป้องกันการกัดเซาะหาดชะอำ เอาแบบไหน ยังไงดี ?!?

หาดชะอำ แหล่งท่องเที่ยวเลื่องชื่อของ จ.เพชรบุรี ด้วยทำเลที่ห่างจากกรุงเทพฯไม่ไกลมาก และค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่มีให้เลือกหลากหลาย ตามความสบายของเงินในกระเป๋าของแต่ละคน มีที่พักตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหลายพันบาท อาหารการกินริมทางจนถึงภัตรคารริมทะเล รวมถึงการคมนาคมสาธารณะที่ค่อนข้างสะดวก จากร่างงบประมาณปี 2564 ของ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม (ขาวคาดแดง) พบว่า กรมเจ้าท่าได้ตั้งงบประมาณเพื่อศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวชายหาดชะอำ ไว้ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 18 ล้านบาท โดยผูกพันตั้งแต่ปี 2564-2565 ในปีงบประมาณเดียวกันนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ตั้งงบประมาณเพื่อฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชายหาดชะอำ ระยะที่ 3 ต่อไปอีก 647 เมตร รวมงบประมาณทั้งสิ้น 48.5 ล้านบาท โดยผูกพันตั้งแต่ปี 2564-2566 จากเอกสารร่างงบประมาณ ยังไม่พบรายละเอียดของพื้นที่ก่อสร้างกำแพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงพื้นที่ศึกษาเพื่อวางแผนสำรวจออกแบบการเติมทรายของกรมเจ้าท่า แต่ทั้งสองหน่วยงานได้ระบุตรงกันว่าเป็นพื้นที่ชายหาดชะอำ โดยชายหาดชะอำที่มีปัญหากัดเซาะชายฝั่งอยู่บ้างในขณะนี้คือแถบชะอำใต้ ริมถนนสาธารณะเลียบชายหาด ซึ่งกรมโยธาฯกำลังดำเนินการบางส่วนอยู่ในขณะนี้ โดยบางส่วนมีกำแพงกันคลื่นประชิดชายฝั่งอยู่แล้ว ทั้งหินทิ้ง และกำแพงกันคลื่นแบบแนวดิ่ง และในบางพื้นที่ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะอย่างรุนแรง สิ่งที่ควรตั้งข้อสังเกตคือ โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเหมือนกันจากคนละหน่วยงาน บนพื้นที่เดียวกันนี้ ได้มีการปรึกษาหารือ หรือที่เรียกเป็นคำพูดที่สวยหรูเข้ากับยุคสมัยว่า “บูรณาการ” กันหรือไม่ ในขณะที่หน่วยงานหนึ่งกำลังก่อสร้างกำแพง จะมีผลต่องานศึกษาเพื่อสำรวจออกแบบการเติมทรายของอีกหน่วยงานหรือไม่ […]

Beachlover

July 14, 2020

อ่าวดงตาลกำลังจะถูกขลิบตลอดแนว 3.5 กิโลเมตร !?!

[ภาพเมื่อ 6 ก.ค.2563] ร่างงบประมาณแผ่นดินปี 2564 มีการตั้งงบก่อสร้างกำแพงกันคลื่นพร้อมปรับภูมิทัศน์บริเวณชายหาดอ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ต่อเนื่องจากที่มีอยู่เดิมระยะที่สองเพิ่มอีก 909 เมตร งบประมาณรวม 136.350 ล้านบาท โดยผูกพันไปถึงปีงบประมาณ 2566  Beach Lover พาชมชายหาดส่วนที่เป็นรอยต่อของโครงการกำแพงกันคลื่นระยะที่สองที่กำลังก่อสร้าง และระยะที่หนึ่งที่มีการก่อสร้างเสร็จไปบ้างแล้วของชายหาดดงตาล ส่วนหนึ่งของอาณาจักรฐานทัพเรือสัตหีบ พบว่าปลายสุดของกำแพงที่กำลังก่อสร้างอยู่นั้นส่งผลกระทบให้ชายฝั่งส่วนถัดมาที่ไม่มีโครงสร้างป้องกันเกิดการกัดเซาะตามมา จากภาพด้านล่างภาพแรกคือตำแหน่งของปลายกำแพงที่กำลังก่อสร้าง และภาพที่สองคือตำแหน่งของชายหาดส่วนถัดมาที่ถูกกัดเซาะ คาดเดาได้ว่าเมื่อกำแพงส่วนนี้แล้วเสร็จ ก็จะทำให้ชายหาดด้านหน้าหดหายไปหลงเหลือแต่ตัวกำแพงกันคลื่น เหมือนกับบริเวณชายหาดด้านหน้าของโครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงและแบบแนวดิ่งที่สร้างเสร็จแล้วบนชายหาดเดียวกันทางทิศตะวันตกทั้งสองรูปแบบ ส่วนถัดไปจากกำแพงกันคลื่นที่กำลังก่อสร้างอยู่นี้ ยังคงมีสภาพเป็นชายหาดธรรมชาติ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมาเล่นน้ำ ปูเสื่อทานอาหาร มีการใช้ประโยชน์เป็นที่จอดเรือและอุปกรณ์สำหรับเล่นกีฬาทางน้ำหลากหลายประเภท เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายหาดที่ค่อนข้างปลอดภัยจากคลื่นลมเพราะมีเกาะและเขื่อนกันคลื่นท่าเทียบเรือของฐานทัพเรือเป็นปราการอยู่นอกชายฝั่ง พบว่าชายหาดธรรมชาติผืนสุดท้ายของอ่าวดงตาลนี้เริ่มแคบลง มีตันไม้ล้มบ้าง รากโผล่บ้าง คาดว่าพื้นที่ชายหาดบริเวณนี้น่าจะเป็นพื้นที่ที่มีการตั้งงบก่อสร้างกำแพงกันคลื่นพร้อมปรับภูมิทัศน์ ต่อเนื่องจากที่มีอยู่เดิมระยะที่สองเพิ่มอีก 909 เมตร งบประมาณรวม 136.350 ล้านบาท ซึ่งหากว่าเป็นแบบนั้นจริง อ่าวดงตาลระยะทางกว่า 3.5 กิโลเมตรนี้จะถูกขลิบด้วยกำแพงกันคลื่นตลอดทั้งแนว เมื่อนั้น “อ่าวดงตาล” ชายหาดเลื่องชื่อสำหรับกีฬาทางน้ำคงเหลือเพียงตำนาน

Beachlover

July 7, 2020

หาดม่วงงามหลังศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว…ยังสบายดี

วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ศาลปกครองจังหวัดสงขลาได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหลังชาวบ้านม่วงงาม จ.สงขลา ได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมหาดม่วงงาม ที่ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2563 รายละเอียดของคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจำนวน 25 หน้า สามารถติดตามได้จาก Website นี้ ในหมวดหมู่ “คดีชายหาด” Beach Lover ได้นำเสนอข้อเท็จจริง สถานภาพการกัดเซาะของชายหาดม่วงงาม รวมถึงลักษณะของโครงการตลอดจนข้อสังเกตในบางประเด็นไปแล้วจำนวน 5 โพส สามารถติดตามย้อนหลังได้ใน Website นี้ หมวดหมู่ “สถานการณ์ชายฝั่งทะเล” นอกจากนี้ ฺBeachlover ยังได้เผยแพร่คลิปการเดินสำรวจริมถนนในวันที่ 8 มิ.ย.2563 ของหมู่ที่ 7 ที่ถูกอ้างว่าเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงจนจำเป็นต้องมีโครงการกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดยาวเกือบ 700 เมตรในเฟสที่ 1 ผ่านทาง https://www.youtube.com/watch?v=eBsizPSlqh0&t=371s ซึ่งจากคลิปที่ยาวเกือบ 9 นาที ยังไม่พบร่องรอยถนนที่โดนกัดเซาะอย่างรุนแรงตามคำกล่าวอ้าง ศาลปกครองสงขลารับฟ้องคดีนี้ไปเมื่อกลางเดือนมิถุนายน และสั่งคุ้มครองชั่วคราวในอีก 2 สัปดาห์ถัดมา กระบวนการสอบสวนคดียังไม่เกิดขึ้น ข้อพิพาทนี้จะจบลงอย่างไรยังไม่แน่ใจ ใครแพ้ใครชนะ […]

Beachlover

July 4, 2020

สดๆร้อนๆ ! เปิด (ร่าง) งบประมาณแผ่นดินปี 2564 เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งใน 3 กรม

สดๆร้อนๆ !!! (ร่าง) งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างและซ่อมแซมโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ประจำปีงบประมาณ 2564 ใน 3 กรม จาก 3 กระทรวง รวม 1,735,484,800 บาท มีหลายประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกต โดยเฉพาะงานป้องกันชายฝั่งในจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ สตูล ปัตตานี และนราธิวาส จำนวน 12 โครงการ พบว่าหลายพื้นที่ก่อสร้างไม่มีบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่ต้องป้องกัน โดยโครงการถูกบรรจุไว้ในแผนบูรณาการโครงการมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนในจังหวัดชายแดนใต้ (ขาวคาดแดงเล่มที่ 8 และ ขาวคาดแดงเล่มที่ 18-1) บางโครงการแม้สร้างอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่ถูกตั้งงบประมาณกระจายไปในหลายโครงการ เช่น โครงการป้องกันชายฝั่งปากแตระ ระโนด จ.สงขลา จำนวน 4 โครงการ ในพื้นที่หมู่ 3, 4 และ 5 ที่ตั้งงบประมาณไว้ใน โครงการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากร และโครงการป้องกันการสูญเสียดินแดน (ขาวคาดแดงเล่มที่ 8) ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ ทั้ง 80 โครงการในปี 2564 […]

Beachlover

July 1, 2020

กำแพงกันคลื่น 4 โครงการ ณ หาดปากแตระ อ.ระโนด [29 มิ.ย.2563]

ชายหาดบริเวณนี้ มีชุมชนตั้งอยู่ค่อนข้างประชิดชายฝั่งทะเล ยังไม่มีโอกาสที่จะวิเคราะห์ว่าชายหาดกัดเซาะ “ชั่วคราวหรือชั่วโคตร” แต่พื้นที่หมู่ 3,4 และ 5 ของปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา นี้เป็นพื้นที่ที่มีงานก่อสร้างโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งพร้อมปรับภูมิทัศน์จำนวน 4 โครงการ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561-2565 รวมความยาวตามแนวชายฝั่ง 2.7085 กิโลเมตร งบประมาณรวมทั้งสิ้น 386.08 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วกำแพงกันคลื่นแบบที่กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังก่อสร้างอยู่ และจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2565 นี้ มีราคากิโลเมตรละ 142.54 ล้านบาท !!! ปีถัดๆไปอาจได้เห็นงบประมาณแผ่นดินที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ถัดๆไปทางทิศเหนือของปากแตระ เหตุเพราะเมื่อสิ้นสุดปลายกำแพงกันคลื่น ชายหาดส่วนถัดไปอาจประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอันเนื่องมาจากกำแพงกันคลื่นทั้ง 4 โครงการนี้เพิ่มมากขึ้น และเนื่องจากการสร้างกำแพงกันคลื่นประชิดชายฝั่งลักษณะนี้ดำเนินการได้ง่าย เพราะไม่ต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ส่งผลให้เราอาจเห็นการระบาดของกำแพงกันคลื่นตลอดทั้งแนวชายฝั่ง ไม่เฉพาะที่นี่ … แต่อาจเป็นชายหาดที่ไหนสักแห่งที่เราคุ้นเคยก็เป็นได้ คำถามตัวโตๆ … จะไปต่อหรือพอแค่นี้

Beachlover

July 1, 2020

กำแพงกันคลื่นปากน้ำปราณ ยังสบายดีอยู่ไหม [26 มิ.ย.2563]

ทิศใต้ของปากน้ำปราณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่ตั้งของกำแพงกันคลื่นหลายรูปแบบยาวเกือบตลอดทั้งแนวชายหาด ในเดือน มิ.ย.2563 ทีมงาน Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่ทางทิศใต้ของ Jetty ปากน้ำปราณ พบความเสียหายของกำแพงกันคลื่นหลายจุด ซึ่งเกิดจากแรงของคลื่นเมื่อวิ่งเข้าปะทะกำแพงจะดึงทรายที่อยู่ด้านหน้ากำแพงออกไปพร้อมกับการสะท้อนกลับของคลื่น ส่งผลให้ฐานกำแพงทรุดและดึงให้โครงของกำแพงเอียง นอกจากนั้นคลื่นที่่วิ่งเข้าปะทะกำแพงยังยกตัวสูงขึ้นและกระเซ็นข้ามมาด้านหลัง ส่งผลให้พื้นที่ด้านหลังกำแพงที่ปูด้วยอิฐตัวหนอนนั้นพังเสียหาย โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทำการซ่อมแซมโดยนำถุงทรายขนาดเล็กและขนาดใหญ่มาวางบนโครงสร้างกำแพงที่เสียหายไปเพื่อป้องกันคลื่น แต่ก็ยังพบเห็นความระเกะระกะอยู่ตลอดทั้งแนว ส่งผลให้สภาพของพื้นที่นี้ไม่ปลอดภัยต่อการใช้ประโยชน์ โครงการฟื้นฟูบูรณะกำแพงกันคลื่นบริเวณนี้พร้อมปรับภูมิทัศน์ความยาว 930 เมตร ถูกบรรจุไว้แล้วในร่างแผนงบประมาณประจำปี 2564 และผูกพันถึงปี 2566 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง มูลค่างานรวม 147.963 ล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงบประมาณ, 2563)

Beachlover

June 27, 2020

ชายหาดกัดเซาะแบบไหน “ชั่วคราว”หรือ”ชั่วโคตร”[4 มิ.ย.2563]

“ชายหาดถูกกัดเซาะหรือไม่” เป็นประเด็นถกเถียงหลัก ของความขัดแย้งในโครงการป้องกันชายฝั่งหาดม่วงงาม และคำตอบจากคำถามนี้ จะนำไปสู่การเลือก “ใช้” หรือ “ไม่ใช้” มาตรการเพื่อป้องกันชายฝั่ง Beach lover อยากชวนไปดูภาพการเปลี่ยนแปลงชายหาดในสองลักษณะของ จ.สงขลา เพื่อชวนคิดต่อ ภาพแรกเป็นการกัดเซาะด้านหน้าโรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท (รายละเอียดติดตามได้จาก https://beachlover.net/หาดหน้าโรงแรมหาดแก้ว/ ) และ ภาพที่สอง คือการเปลี่ยนแปลงชายหาดม่วงงาม (รายละเอียดติดตามได้จาก https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-3-5/ ) ภาพแรกแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยตั้งแต่ปี 2556-2558 ของชายหาดหน้าโรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท แต่ในปี 2560 เริ่มสังเกตเห็นการกัดเซาะอย่างชัดเจนอันเนื่องมาจากผลกระทบของกำแพงกันคลื่นทางทิศใต้ (ด้านขวาของภาพ) ลักษณะเช่นนี้จะเป็นการกัดเซาะแบบถาวร หรือการกัดเซาะที่อาจเรียกง่ายๆว่า “การกัดเซาะแบบชั่วโคตร” โดยที่ชายหาดจะไม่สามารถกลับคืนสมดุลเดิมได้อีกต่อไป จนท้ายสุดก็ไม่สามารถสู้กับการกัดเซาะได้จนต้องสร้างกำแพงกันคลื่นขนาดใหญ่เพื่อป้องกันพื้นที่ตามที่ปรากฏให้เห็นในภาพปี 2562 ภาพที่สอง แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชายหาดม่วงงามเพียงเล็กน้อยตั้งแต่ปี 2556-2562 และไม่ปรากฏให้เห็นการกัดเซาะเข้ามาถึงด้านในถนนอย่างชัดเจนเลย ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าไม่มีภาพที่ถูกบันทึกไว้ในช่วงที่หาดถูกกัดเซาะ แต่จากการวิเคราะห์โดยในภาพถ่ายดาวเทียมตามที่แสดงรายละเอียดไว้ใน https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-3-5/ นั้น พบว่าชายหาดม่วงงามหมู่ที่ 7 เกิดการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลเท่านั้น มีการกัดเซาะทับถมสลับกันไปในปริมาณเพียงเล็กน้อย สุทธิแล้วตั้งแต่ปี 2556-2562 พบการทับถมของชายหาดประมาณ 1.9 เมตร ต่อปี […]

Beachlover

June 4, 2020

ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดม่วงงาม (ตอนที่ 5/5: ประเด็นชวนคิด -ต่อ)

ความเสียหายที่เกิดจากการสร้าง ไม่ได้สัดส่วนกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการ จากรูปที่ 8 (https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-2-5/) ยามน้ำลดลงถึงระดับน้ำลงเฉลี่ยช่วงน้ำเกิด (ระดับ -0.49 ม.รทก) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระดับน้ำมีพิสัยการขึ้นลงที่แตกต่างกันมากที่สุด เกิดในช่วงพระจันทร์เต็มดวงทั้งข้างขึ้นและข้างแรม พบว่าฐานของโครงสร้างกำแพงนี้จมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลตลอดเวลา (เสาเข็มต้นที่อยู่ฝั่งทะเลและแนวถุงทราย) เมื่อน้ำขึ้นจะมีบางส่วนของกำแพงที่อยู่ใต้น้ำเพิ่มเติม และเมื่อโครงสร้างอยู่ในแนวที่น้ำท่วมถึงคลื่นจะวิ่งเข้ามาถึง นั่นหมายถึงโครงสร้างนั้นกำลังรบกวนสมดุลของกระบวนการชายฝั่งทะเล แม้ตามแบบจะปรากฏชัดว่าจะมีการถมทรายกลับทับจนถึงบันไดขั้นที่สาม (จากด้านบน) แต่เมื่อคลื่นวิ่งเข้าปะทะทรายที่ถูกถมทับไปบนกำแพงขั้นบันได คลื่นจะค่อยๆชักเอาทรายด้านบนและด้านหน้าบันไดออกไป และเมื่อทรายด้านบนที่ถมทับถูกชักออกไปทั้งหมด คลื่นจะสามารถวิ่งเข้ามาปะทะกำแพงโดยตรงและจะส่งผลให้เกิดคลื่นสะท้อนด้านหน้ากำแพง ยิ่งเหนี่ยวนำให้ทรายด้านหน้ากำแพงถูกดึงออกนอกชายฝั่ง และชายหาดด้านหน้ากำแพงหดหายไปอย่างถาวร แสดงผลกระทบของโครงสร้างกำแพงกันคลื่นดังรูปที่ 11 นอกจากนั้นกำแพงจะยิ่งส่งผลให้ชายหาดส่วนถัดไปจากสุดปลายกำแพงเกิดการกัดเซาะได้เนื่องจากการเลี้ยวเบนของคลื่นและกระแสน้ำ แสดงดังรูปที่ 12 หากใช้มาตรการสร้างกำแพงกันคลื่น จำเป็นต้องสร้างตลอดทั้งแนว มิฉะนั้นพื้นที่ใกล้เคียงที่ปราศจากโครงสร้างป้องกันจะเกิดผลกระทบดังรูปที่ 13 ซึ่งจะยิ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น งานป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้โครงสร้างที่ผ่านมาในประเทศไทยนั้น โดยมากเป็นการดำเนินงานเฉพาะพื้นที่ ทั้งที่จริงแล้วชายฝั่งทะเลเป็นเขตติดต่อที่ยาวต่อเนื่องกัน การดำเนินการในพื้นที่ใดย่อมส่งผลกระทบต่ออีกพื้นที่หนึ่งบริเวณใกล้เคียง พบว่าปัญหาการกัดเซาะที่เกิดขึ้นตลอดแนวชายฝั่งทะเลประเทศไทยส่วนใหญ่ต้นเหตุแห่งปัญหามาจากโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง ซึ่งแท้จริงแล้วมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการกัดเซาะ แต่กลับกลายเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาเสียเอง (https://www.tcijthai.com/news/2019/8/scoop/9314) ประเทศที่มีดินแดนติดชายฝั่งหลายประเทศ โดยเรียนรู้จากบทเรียนเดิมที่เคยเกิดขึ้นว่า มาตรการใช้โครงสร้างป้องกันชายฝั่งนั้นมีข้อจำกัดทั้งเรื่องงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อการก่อสร้างและบำรุงรักษาที่นับวันจะมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลายเป็นว่ายิ่งสร้างโครงสร้างป้องกันยิ่งจะส่งผลให้ต้องสร้างต่อไปเรื่อยๆ เพราะชายหาดที่ไม่ถูกป้องกันจะถูกกัดเซาะเป็นโดมิโน่ (Domino effect) แนวโน้มของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในปัจจุบันจึงได้พยายามปรับเปลี่ยนวิธีการ จากการตรึงชายฝั่งให้อยู่กับที่โดยใช้โครงสร้างป้องกัน มาเป็นใช้มาตรการที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงน้อยที่สุด สำหรับประเทศไทยนั้น หลายหน่วยงานได้ดำเนินโครงการป้องกันชายฝั่งทะเลในหลายพื้นที่  […]

Beachlover

May 21, 2020

คนหาดม่วงงามยื่นศาลปกครองสั่งยุติ และรื้อถอนกำแพงกันคลื่น [14 พ.ค.2563]

ที่มา: https://prachatai.com/journal/2020/05/87657?ref=internal_relate และ ภาพจาก https://www.facebook.com/Beachforlife.BFL คนหาดม่วงงาม ยื่นศาลปกครองพิจารณา สั่งกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมเจ้าท่า ยุติโครงการ และรื้อถอน เขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล ชี้โครงการขาดการมีส่วนร่วม ไม่มีการทำ EIA ทั้งที่โครงอาจส่งผลกระทบต่อชายฝั่ง และการดำเนินโครงการไม่ได้ขออนุญาติก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ และขออนุญาตเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดิน 14 พ.ค. 2563 ประชาชนใน ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา ที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมชายหาดม่วงงาม ได้ยื่นศาลปกครองพิจารณาคดีกับ กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมเจ้าท่า โดยมีผู้ฟ้องคือ เปรมชนัน บำรุงวงค์ , พิสัน แก้วมณี , จรรยาพร บูรณะ , วีระพงศ์ เด็นมุหมัด , วิโรจน์ สนตอน ผู้ฟ้องที่ 1-5 ตามลำดับ โดยมีผู้สนับสนุนการฟ้องคดีรวมทั้งสิ้น 541 คน รายละเอียดในคำฟ้องระบุว่า สืบเนื่องจาก กรมโยธาธิการได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมชายฝั่งทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่ง หมู่ที่ […]

Beachlover

May 20, 2020

ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดม่วงงาม (ตอนที่ 4/5: ประเด็นชวนคิด 1)

การใช้มาตรการที่เกินจำเป็น จากข้อมูลการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งหาดม่วงงามทั้งภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลวิเคราะห์เชิงปริมาณ (https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-3-5/) ข้อมูลจากรายงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และภาพถ่ายจากการออกภาคสนาม (https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-1-5/) พบข้อมูลที่สอดคล้องตรงกันทั้งหมดว่าชายหาดม่วงงามนั้นไม่เกิดการกัดเซาะที่รุนแรงขนาดที่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งขนาดใหญ่ (https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-2-5/) การดำเนินโครงการนี้จึงขัดต่อหลักความจำเป็น รวมถึงมาตรการที่เลือกใช้นั้นพบว่าไม่ได้สมดุลกับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งรัฐต้องการแก้ไข หากศึกษาแนวโน้มการกัดเซาะของหาดม่วงงามจากข้อมูลอดีต มีความน่าจะเป็นต่ำที่ชายหาดจะเกิดการกัดเซาะลึกเข้ามาจนเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง แม้กระทั่งพายุใหญ่อย่างปาบึกที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2562 ก็ยังไม่ส่งผลให้หาดม่วงงามกัดเซาะอย่างมีนัยสำคัญ (https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-1-5/) ” รัฐไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มั่นคงถาวร เพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวอย่างไม่รุนแรง ไม่มีเหตุผลอย่างเพียงพอที่ต้องสร้างโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ทับลงบนชายหาดที่ยังสมบูรณ์ รัฐควรเลือกใช้แนวทางเลือกที่ได้สมดุลกับการกัดเซาะที่ต้องการป้องกัน”  สำหรับหาดม่วงงามที่เกิดการกัดเซาะเพียงเล็กน้อยและเกิดเพียงชั่วคราว ก็ควรเลือกใช้มาตรการที่สอดคล้องเหมาะสมกับผลกระทบ เป็นต้นว่าโครงสร้างชั่วคราว ที่สามารถป้องกันการกัดเซาะระดับไม่รุนแรงและเกิดขึ้นแบบชั่วครั้งชั่วคราวได้ดี ดังที่ท้องถิ่นได้ดำเนินการแล้ว ในอดีต เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วการกัดเซาะจะเกิดเพียงชั่วคราวตามฤดูกาล เว้นเสียแต่จะมีการแทรกแซงสมดุลของธรรมชาติชายฝั่งทะเลโดยกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การสร้างโครงสร้างล้ำลงไปกีดขวางการเคลื่อนที่ของของตะกอน โดยพบว่าบริเวณชายหาดที่ปราศจากโครงสร้างป้องกันจะเกิดการกัดเซาะน้อยกว่า บริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับโครงสร้าง อันเนื่องจากอิทธิพลของโครงสร้างชายฝั่งกีดขวางการเคลื่อนตัวของตะกอนทราย “แม้ว่าต่อไปในภายภาคหน้า ธรรมชาติเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเกิดการแทรกแซงสมดุลของชายฝั่งทะเลจนส่งผลให้ชายหาดเกิดการกัดเซาะเข้ามาจนถึงโครงสร้างพื้นฐานของรัฐหรือเอกชน เมื่อถึงยามจำเป็นจึงค่อยพิจารณาป้องกันแก้ไขเฉพาะรายพื้นที่ ด้วยมาตรการที่สมดุลกับความเสียหายที่เกิดขึ้น” จากรายการการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองพบว่ามาตรการที่เสนอให้ประชาชนได้ลงความเห็นล้วนแล้วแต่เป็นมาตรการถาวรและเกินจำเป็นใช้งบประมาณมากโดยทุกมาตรการไม่ต้องทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จึงตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการที่รัฐศึกษารวบรวมมาให้ประชาชนลงความเห็น และมาตรการที่ถูกเลือกให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่มาตรการที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ยังมีมาตรการอื่นๆที่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้ คือการป้องกันชายฝั่งแบบชั่วคราวในช่วงฤดูกาลมรสุมช่วงสั้นๆหรือช่วงใดช่วงหนึ่งโดยไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่สิ้นเปลืองงบประมาณเท่ากับโครงการที่รัฐกำลังดำเนินการ โครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเช่นนี้จึงขัดต่อหลักความจำเป็น โปรดติดตามตอนที่ 5/5: ประเด็นชวนคิด(ต่อ) ได้ ผ่าน […]

Beachlover

May 20, 2020
1 19 20 21 22