กำแพงกันคลื่นของไทย…อยู่ตรงไหนบ้าง

Beach Lover ได้ทำการรวบรวมข้อมูลการมีอยู่ของกำแพงกันคลื่นในประเทศไทย เท่าที่พอจะสังเกตได้จากภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth ร่วมกับการสำรวจภาคสนาม ในเดือนธันวาคมปี 2562 พบว่ามีทั้งหมด 179 ตำแหน่ง ใน 23 จังหวัด หรือก็คือในทุกจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล โดยมีระยะทางตามแนวชายฝั่งรวม 164.67 กิโลเมตร หากนำกำแพงกันคลื่นที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทยมาเรียงต่อกัน จะมีความยาวมากกว่าความยาวชายฝั่งของจังหวัดสงขลา ที่มีความยาวประมาณ 158 กิโลเมตร หรือประมาณ 4 เท่าของชายฝั่งที่มีของจังหวัดสมุทรสาคร โดยจากข้อมูลพบว่าจังหวัดที่มีระยะทางรวมของกำแพงกันคลื่นมากที่สุดคือ จ.นครศรีธรรมราช คือมีความยาวรวม 30.7 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 13% ของความยาวชายฝั่งนครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกำแพงกันคลื่นนั้นเป็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ค่อนข้างตั้งประชิดชายหาด อาจมีต้นไม้ เมฆ หรือสิ่งอื่นบดบัง รวมถึงข้อจำกัดเรื่องความละเอียดของภาพถ่ายด้วย จึงอาจมีกำแพงในอีกหลายพื้นที่ที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้จาก Google earth และไม่ได้ถูกรวบรวมไว้ในข้อมูลชุดนี้

Beachlover

May 7, 2021

ขยะทะเล

ขยะทะเลคือของเสียที่ถูกทิ้งลงทะเล โดยส่วนมากมักเป็นวัสดุเบาที่สามารถพัดพาได้ง่ายจากแหล่งกำเนิด โดยลม คลื่น และกระแสน้ำ  ส่วนใหญ่จะย่อยสลายได้ยาก เช่น แห อวน โฟม พลาสติก ผ้า ซึ่งถูกพัดพาลงมาจากแม่น้ำสู่ทะเล ตลอดจนจากเรือประมงนอกชายฝั่ง และจากการทิ้งขยะโดยตรงลงบนชายหาดและทะเล จากฐานข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่า จังหวัดชายฝั่งทะเลทั้งหมด 23 จังหวัด มีปริมาณขยะ ประมาณ 10 ล้านตัน/ปี ในจำนวนนี้มีประมาณ 5 ล้านตันที่ได้รับการจัดการไม่ถูกวิธี และพบว่าประมาณ 10% ของขยะที่ตกค้างเนื่องจากการจัดการไม่ถูกวิธีจะไหลลงทะเล ซึ่งนั่นหมายถึงมีขยะไหลลงทะเลปีละประมาณ 50,000-60,000 ตัน/ปี ซึ่งถือเป็นอันดับที่ 6 ของโลก (http://www.dmcr.go.th) ผลกระทบที่เกิดจากการมีขยะทะเลที่ชายหาดและในทะเลนั้นมีทั้งต่อตัวทรัพยากรชายหาด สิ่งมีชีวิต และผู้ใช้ชายหาด คือเป็นแหล่งเสื่อมโทรม สะสมเชื้อโรค ทัศนียภาพไม่สวยงาม ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้ใช้ชายหาด นอกจากนั้น ขยะทะเลโดยเฉพาะพลาสติกยังเป็นสาเหตุการตายของสัตว์ทะเล เช่น พะยูน เต่า โลมา วาฬ ดังที่มักพบในข่าวสารต่างๆว่าสัตว์เหล่านี้มีขยะพลาสติกในท้องบ้าง ถูกขยะทะเลพันตามร่างกายบ้าง 

Beachlover

May 6, 2021

การทำเหมืองทรายชายฝั่ง

หมายถึงการขุดและนำทรายไปเป็นวัสดุเพื่อการก่อสร้าง เป็นแหล่งแร่ เป็นวัตถุดิบในงานอุตสาหกรรม และอื่นๆ การนำทรายออกจากชายหาดรวมถึงนอกชายฝั่งทุกกรณี อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับชายหาด ทำให้พื้นที่ชายหาดลดลง เกิดหลุมขนาดใหญ่ รวมถึงอาจเหนี่ยวนำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งในอัตราเร่งเพิ่มมากขึ้นด้วย จากข้อมูลสำรวจพบการทำเหมืองทรายชายฝั่งทั้งหมด 73 ประเทศทั่วโลกใน 5 ทวีป (http://coastalcare.org) การขุดทรายบนชายหาด จะส่งผลถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่หน้าดินและริมชายหาด มีผลต่อห่วงโซ่อาหารของสัตว์ทะเล น้ำที่ขุ่นจากการขุดทรายริมชายหาดจะส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ริมฝั่งรวมถึงประมงชายฝั่งด้วย และหากมีการขุดทรายบนหาดท่องเที่ยวยิ่งจะกระทบต่อทัศนียภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจของชายหาดนั้น

Beachlover

May 4, 2021

เราสามารถสังเกตการเปลี่ยนของชายฝั่งได้อย่างง่ายๆจากการถ่ายภาพมุมเดิมในเวลาแตกต่างกัน

ตามปกติแล้ว เราสามารถศึกษาการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งทะเลได้หลากหลายวิธีการ เช่น แปลจากภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียม สำรวจระดับของชายหาดที่เปลี่ยนแปลงไปโดยใช้เทคนิคงานสำรวจทางวิศวกรรม สำรวจแนวชายฝั่งจากหมุดหลักฐานอ้างอิง แต่ก็มีกระบวนการที่ค่อนข้างยุ่งยากและต้องการทักษะบางประการในการวิเคราะห์และแปลผลข้อมูล ในยุคที่โทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ทุกคนมีกล้องถ่ายภาพอยู่กับตัวตลอดเวลา การถ่ายภาพมุมเดิมๆในเวลาที่แตกต่างกัน โดยมีจุดอ้างอิงเดิมปรากฏในภาพ จะทำให้เราสามารถวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ในเบื้องต้น ก่อนที่จะวิเคราะห์ในรายละเอียดโดยใช้เทคนิคที่ซับซ้อนต่อไป                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

Beachlover

April 20, 2021

ชายหาด มี “Character”

ชายหาดแต่ละแห่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทั้งเชิงกายภาพและการใช้ประโยชน์บนชายหาด เหล่านี้ส่งผลให้ชายหาดมี “Character” ที่แตกต่างกัน ไม่ต่างจากตัวละครในหนังและละคร ยิ่งมองร่วมกับปัจจัยภายนอกอย่างสภาพคลื่นลมที่ส่งอิทธิพลต่อชายหาดแต่ละแห่งด้วย Degree ที่แตกต่างกันด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ “Character” ของแต่ละหาดนั้นมีความแตกต่างกันมากขึ้นไปอีก หากเราเข้าใจ “Character” ของตัวละครที่โลดแล่นอยู่ในจอทีวี จะทำให้เราเข้าใจเนื้อหา เรื่องราวและการ Re-act ของตัวละครนั้นได้เป็นอย่างดี เฉกเช่นเดียวกันกับชายหาด หากเราได้เข้าใจ “Character” ของแต่ละหาดเป็นอย่างดีแล้ว เราจะสามารถเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลง ความเป็นพลวัตของชายหาด ตลอดจนวิธีการรักษาดูแลให้สอดคล้องเหมาะสมแบบที่ยังคงเก็บ “Character” เดิมไว้ ไม่เปลี่ยนแปลง

Beachlover

April 19, 2021

เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) ในประเทศไทย

เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) ถือเป็นโครงสร้างสำคัญริมทะเล ที่นำมาซึ่งโครงสร้างป้องกันชายฝั่งอีกหลากหลายรูปแบบ เนื่องจาก Jetty จะกีดขวางการเคลื่อนตัวของตะกอนจนส่งผลกระทบให้พื้นที่ถัดไปเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงจนต้องสร้างโครงสร้างป้องกันต่อๆกันไปอย่างไม่รู้จบในหลายๆพื้นที่ จากการสำรวจโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดของ google earth พบว่า ปากแม่น้ำในประเทศไทยมี jetty แล้วทั้งสิ้นรวม 64 ตำแหน่ง จวบจนถึงปัจจุบันหากเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทย แทบจะหาปากคลองที่ไม่มี jetty ได้ยาก จึงไม่น่าแปลกใจถ้าชายฝั่งทะเลฝั่งอ่าวไทยจะถูกกัดเซาะมากกว่าฝั่งอันดามัน จริงอยู่ที่ลักษณะเชิงกายภาพของชายฝั่งแถบทะเลอันดามันทำให้ชายหาดแถบนั้นเสถียร กัดเซาะไม่มาก แต่หากฝั่งอันดามันมี jetty ที่ปากแม่น้ำตลอดแนว รับรองว่าแม้ชายฝั่งที่ค่อนข้างเสถียรมีเกาะแก่งเป็นปราการธรรมชาติ ก็กัดเซาะไม่ต่างจากฝั่งอ่าวไทยเป็นแน่   Jetty ถือเป็นโครงสร้างทางทะเลที่มีนัยสำคัญต่อปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในประเทศไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ศึกษาเพิ่มเติมว่า jetty คืออะไรได้จาก https://beachlover.net/jetty/

Beachlover

January 12, 2021

พัฒนาการของแหลมสนอ่อน จ.สงขลา

พัฒนาการของแหลมสนอ่อน แหลมสนอ่อน เห็นส่วนเหนือสุดของหาดสมิหลาที่มีความยาวรวมทั้งสิ้น 7.8 กิโลเมตร อยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแหลมสมิหลา (รูป 1) ร่มรื่นไปด้วยทิวสนทะเลและไม้พุ่มหลากหลายชนิด บริเวณปลายแหลมเป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จากปลายแหลมสนอ่อนสามารถชมทัศนียภาพอันสวยงามของปากทะเลสาบสงขลา และมองเห็นเกาะหนูได้ใกล้และชัดที่สุด  แหลมสนอ่อนในอดีตมีความกว้างน้อยกว่าในปัจจุบันมากตามหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ.2510 (รูป 2-A) พัฒนาการของแหลมสนอ่อนเท่าที่มีข้อมูลปรากฏนั้นเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 ที่มีการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสงขลายาวประมาณ 700 เมตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันตะกอนชายฝั่งทะเลไปตกในร่องน้ำเดินเรือของทะเลสาบสงขลา ส่งผลให้ตะกอนทรายที่เคลื่อนมาจากทิศใต้ตกทับถมทางด้านใต้โครงสร้างนี้ แหลมสนอ่อนเริ่มขยายพื้นที่เนื่องจากการสะสมตัวของตะกอนทรายดังกล่าวกว้างมากขึ้นนับจากนั้น (รูป 2-B) ต่อมาได้มีการพัฒนาท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลาบริเวณหัวเขาแดงเมื่อปี พ.ศ. 2528-2532 และได้ต่อขยายความยาวของโครงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปลายแหลมสนอ่อนออกไปอีก 200 เมตร จึงเป็นการเพิ่มตะกอนให้กับพื้นที่แหลมสนอ่อนมากขึ้นอีก (รูป 2-C) จนมีความกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ (รูป 2-D) พบว่าพัฒนาการของแหลมสนอ่อนเท่าที่มีหลักฐานปรากฎตั้งแต่ปี 2510 ถึง 2554 นั้น มีพื้นที่งอกเพิ่มมากขึ้นจากการสะสมตัวของตะกอนชายฝั่งที่เคลื่อนมาจากทิศใต้ประมาณ 497.42 ไร่หรือคิดเป็น 795,872 ตารางเมตร (รูป 3)

Beachlover

January 3, 2020

การขุดสันทรายชายหาดปากน้ำเทพา

การขุดสันทรายชายหาดปากน้ำเทพา ช่วงกลางเดือนมกราคม 2561 ได้มีการดำเนินการขุดสันทรายชายหาดปากน้ำเทพาฝั่งตะวันออกโดยกรมเจ้าท่า ตามข่าว(https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_711257)ให้เหตุผลว่าเป็นไปเพื่อการระบายน้ำและตะกอนออกจากปากร่องน้ำเทพา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการขุดลอกร่องน้ำเทพาเพื่อประโยชน์ในการสัญจรผ่านปากร่องน้ำ แม่น้ำเทพา (ภาพที่ 1) ได้ไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทยที่อ.เทพาจ.สงขลาโดยที่ปากแม่น้ำได้มีการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) 1 คู่ทั้งทิศตะวันออกและตะวันตกโดยกรมเจ้าท่าซึ่งมีภารกิจหลักในการดูแลปากแม่น้ำในประเทศไทยเพื่อการคมนาคมให้เหตุผลในการก่อสร้างว่าเพื่อประโยชน์ต่อการสัญจรผ่านปากแม่น้ำลดการตกตะกอนบริเวณปากร่องเพื่อประหยัดงบประมาณในการขุดลอกร่องน้ำหลังการก่อสร้างไม่นานชายหาดด้านทิศตะวันตกได้เกิดการกัดเซาะอย่างรวดเร็วจนต้องดำเนินการป้องกันโดยการสร้างเขื่อนกันคลื่นจำนวน 4 ตัวเนื่องจากผลกระทบของ Jetty ปากร่องน้ำเทพาซึ่งกีดขวางการเคลื่อนตัวของตะกอนชายฝั่งและได้ส่งผลให้ชายหาดด้านทิศตะวันออกได้เกิดทับถมของตะกอนทรายเป็นบริเวณกว้าง  แม้จะมีโครงสร้างเพื่อป้องกันการตกตะกอนที่ปากร่องน้ำแล้ว แต่กรมเจ้าท่ายังต้องดำเนินการบำรุงรักษาปากร่องน้ำโดยการขุดลอกตะกอนอยู่เป็นครั้งคราว ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ได้ดำเนินการขุดลอกตะกอนที่ปากร่องน้ำเทพาตามที่ปรากฎจากสื่อสังคมออนไลน์ดังภาพที่ 2 และได้ทำการลำเลียงตะกอนที่ขุดลอกซึ่งประกอบไปด้วย น้ำ ตะกอนดินปนทรายค่อนข้างละเอียดคล้ายโคลน โดยขุดสันทรายด้านทิศตะวันออกของปากร่องน้ำให้เป็นช่องเปิดเพื่อการระบายน้ำและตะกอนดังกล่าวออกสู่ทะเล จากภาพพบว่าได้ทำการขุดสันทรายชายหาดด้านทิศตะวันออกจนเป็นร่องกว้างขนานไปกับชายหาดยาวประมาณ 100 เมตร ซึ่งเดิมเป็นสันทรายที่สมบูรณ์สวยงามและมีตะกอนทรายทับถมอยู่เป็นบริเวณกว้างอันเนื่องมาจากผลกระทบของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากแม่น้ำตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นแสดงดังภาพที่ 3  โดยจากภาพที่ปรากฎในสื่อต่างๆแม้ยังไม่ชัดเจนนักว่าเริ่มขุดจากบริเวณไหนอย่างไร และปล่อยน้ำและตะกอนบริเวณใดของหาด แต่สามารถตั้งข้อสังเกตและประเด็นความห่วงกังวลต่อการดำเนินการได้ดังนี้ เหตุผลใดจึงต้องระบายน้ำและตะกอนลงทางด้านตะวันออกของปากร่อง – เนื่องจากทิศทางการเคลื่อนตัวของตะกอนเลียบชายฝั่งบริเวณนี้คือจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก หากมีการระบายตะกอนทางทิศตะวันออก คลื่นและกระแสน้ำก็จะพัดพาตะกอนให้กลับไปปิดทับถมปากร่องน้ำเหมือนเช่นเดิมซึ่งก็จะส่งผลให้การดำเนินการนี้ขาดประสิทธิภาพ ผู้ดำเนินการควรนำตะกอนที่ขุดลอกไปเสริมสมดุลตะกอนให้กับปากร่องน้ำทางทิศตะวันตกจะสมเหตุสมผลมากกว่า เพราะเป็นบริเวณที่เกิดการกัดเซาะเพราะขาดตะกอนตามที่ได้อธิบายมาแล้วข้างต้น เหตุผลของการใช้วิธีการขุดสันทรายเพื่อการระบายน้ำ – หากมีการอธิบายให้เหตุผลในข้อ 1 สมเหตุสมผลตามหลักวิชาการแล้ว เหตุใดจึงเลือกใช้การขุดสันทรายทั้งที่อาจใช้วิธีการอื่นเช่นการวางท่อระบายน้ำ  เพราะการลำเลียงน้ำและตะกอนนี้เป็นเพียงการดำเนินงานเพียงชั่วคราว แต่หากใช้วิธีการขุดสันทรายอันสมบูรณ์แล้วทำการกลบร่องที่ขุดใหม่ ก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าสภาพของสันทรายหลังจากนั้นจะกลับมาสมบูรณ์เหมือนอย่างเดิมหรือไม่  การประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนทราบ – ตามภาพข่าวยังไม่ชัดเจนถึงการมีอยู่ของป้ายประชาสัมพันธ์โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ ทั้งนี้หากกรมเจ้าท่ามีเหตุผลอย่างเพียงพอและเป็นไปตามหลักวิชาการแล้วนั้นก็สมควรเผยแพร่และทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการดังกล่าวให้ชัดเจนนอกจากนี้ควรคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศโดยรวมที่อาจจะเสียหายจนไม่อาจฟื้นคืนกลับได้เหมือนเดิมไว้เป็นหนึ่งในข้อควรพิจารณาด้วย

Beachlover

January 3, 2020

สำรวจความเห็นผู้ใช้ประโยชน์ชายหาดพัทยาหลังการเติมทราย

หลังการเติมทรายชายหาดพัทยาด้วยงบประมาณ 420 ล้านบาท โดยกรมเจ้าท่า ที่แล้วเสร็จไปเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นับจนถึงทุกวันนี้ยังคงมีปัญหาที่ต้องแก้ไขต่อหลายประเด็นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบระบายน้ำริมชายหาดที่ขาดประสิทธิภาพ ยามฝนตกหนักน้ำจากเมืองจะไหลบ่าล้นข้ามถนนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทรายที่ถมลงบนชายหาดกว่าสามแสนคิว โดยเมืองพัทยากำลังดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนด้วยการออกแบบระบบระบายน้ำที่ส่งน้ำลงทะเลโดยตรง ที่คาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ในส่วนของผู้ใช้ชายหาดที่มีมากหน้าหลายตาทั้งผู้ประกอบการร่มเตียง ธุรกิจเรือท่องเที่ยว หาบเร่แผงลอย นักท่องเที่ยว เขาเหล่านั้นคิดเห็นอย่างไรกับการเติมทรายชายหาดพัทยาในครั้งนี้ นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ความคิดเห็นในช่วงเดือนตุลาคม 2562 ลองไปฟังมุมมองเหล่านั้นกัน ลุงทอง คนขับเรือ หลังเติมทรายชายหาดกว้างขึ้น แต่ไม่ส่งผลต่อการลากเรือ ปริมาณทรายที่เติมไม่ควรเติมน้อยกว่านี้ เมื่อเกิดน้ำท่วมน้ำจะไหลพาทรายลงทะเลทำให้ปริมาณลดลงเป็นช่วง ๆ  นักท่องเที่ยวมีจำนวนเท่าเดิม พี่จิม ขายสัปปะรด เทียบกับแต่ก่อนเติมทรายชายหาด คนน้อยลงมากเนื่องจากเศรษกิจของประเทศไทย ทำให้ค้าขายได้ยากขึ้น แต่สภาพชายหาดมีความกว้างและสวยงามมากขึ้น พี่วิเชียร Lifeguard หลังเติมทราย ชายหาดดูสวยขึ้น บางช่วงเกิดการกัดเซาะเยอะ นักท่องเที่ยวเท่าเดิม ช่วงฝนตกทรายจะไหลลงทะเล เมื่อฝนหยุดตกจะมีรถไถทรายกลับคืน ป้าจื้ด ร้านขายน้ำ เช่าเตียง เติมทรายกำลังดี มีที่ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่น นักท่องเที่ยวเดินเล่น คนขายของลดลง เพราะเทศกิจ ลุงพล ขายน้ำ หลังเติมทรายนักท่องเที่ยวมากขึ้น หาดสวยงามมากขึ้น สบายตา แต่นักท่องเที่ยวไปหาดจอมเทียนมากกว่า พี่เล็ก คนขับเรือสปีดโบ้ทท่องเที่ยว หลังเติมทรายหาดดูกว้างขึ้น สวย […]

Beachlover

January 2, 2020
1 … 25 26 27 … 29