ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดม่วงงาม (ตอนที่ 4/5: ประเด็นชวนคิด 1)

การใช้มาตรการที่เกินจำเป็น จากข้อมูลการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งหาดม่วงงามทั้งภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลวิเคราะห์เชิงปริมาณ (https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-3-5/) ข้อมูลจากรายงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และภาพถ่ายจากการออกภาคสนาม (https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-1-5/) พบข้อมูลที่สอดคล้องตรงกันทั้งหมดว่าชายหาดม่วงงามนั้นไม่เกิดการกัดเซาะที่รุนแรงขนาดที่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งขนาดใหญ่ (https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-2-5/) การดำเนินโครงการนี้จึงขัดต่อหลักความจำเป็น รวมถึงมาตรการที่เลือกใช้นั้นพบว่าไม่ได้สมดุลกับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งรัฐต้องการแก้ไข หากศึกษาแนวโน้มการกัดเซาะของหาดม่วงงามจากข้อมูลอดีต มีความน่าจะเป็นต่ำที่ชายหาดจะเกิดการกัดเซาะลึกเข้ามาจนเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง แม้กระทั่งพายุใหญ่อย่างปาบึกที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2562 ก็ยังไม่ส่งผลให้หาดม่วงงามกัดเซาะอย่างมีนัยสำคัญ (https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-1-5/) ” รัฐไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มั่นคงถาวร เพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวอย่างไม่รุนแรง ไม่มีเหตุผลอย่างเพียงพอที่ต้องสร้างโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ทับลงบนชายหาดที่ยังสมบูรณ์ รัฐควรเลือกใช้แนวทางเลือกที่ได้สมดุลกับการกัดเซาะที่ต้องการป้องกัน”  สำหรับหาดม่วงงามที่เกิดการกัดเซาะเพียงเล็กน้อยและเกิดเพียงชั่วคราว ก็ควรเลือกใช้มาตรการที่สอดคล้องเหมาะสมกับผลกระทบ เป็นต้นว่าโครงสร้างชั่วคราว ที่สามารถป้องกันการกัดเซาะระดับไม่รุนแรงและเกิดขึ้นแบบชั่วครั้งชั่วคราวได้ดี ดังที่ท้องถิ่นได้ดำเนินการแล้ว ในอดีต เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วการกัดเซาะจะเกิดเพียงชั่วคราวตามฤดูกาล เว้นเสียแต่จะมีการแทรกแซงสมดุลของธรรมชาติชายฝั่งทะเลโดยกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การสร้างโครงสร้างล้ำลงไปกีดขวางการเคลื่อนที่ของของตะกอน โดยพบว่าบริเวณชายหาดที่ปราศจากโครงสร้างป้องกันจะเกิดการกัดเซาะน้อยกว่า บริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับโครงสร้าง อันเนื่องจากอิทธิพลของโครงสร้างชายฝั่งกีดขวางการเคลื่อนตัวของตะกอนทราย “แม้ว่าต่อไปในภายภาคหน้า ธรรมชาติเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเกิดการแทรกแซงสมดุลของชายฝั่งทะเลจนส่งผลให้ชายหาดเกิดการกัดเซาะเข้ามาจนถึงโครงสร้างพื้นฐานของรัฐหรือเอกชน เมื่อถึงยามจำเป็นจึงค่อยพิจารณาป้องกันแก้ไขเฉพาะรายพื้นที่ ด้วยมาตรการที่สมดุลกับความเสียหายที่เกิดขึ้น” จากรายการการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองพบว่ามาตรการที่เสนอให้ประชาชนได้ลงความเห็นล้วนแล้วแต่เป็นมาตรการถาวรและเกินจำเป็นใช้งบประมาณมากโดยทุกมาตรการไม่ต้องทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จึงตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการที่รัฐศึกษารวบรวมมาให้ประชาชนลงความเห็น และมาตรการที่ถูกเลือกให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่มาตรการที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ยังมีมาตรการอื่นๆที่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้ คือการป้องกันชายฝั่งแบบชั่วคราวในช่วงฤดูกาลมรสุมช่วงสั้นๆหรือช่วงใดช่วงหนึ่งโดยไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่สิ้นเปลืองงบประมาณเท่ากับโครงการที่รัฐกำลังดำเนินการ โครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเช่นนี้จึงขัดต่อหลักความจำเป็น โปรดติดตามตอนที่ 5/5: ประเด็นชวนคิด(ต่อ) ได้ ผ่าน […]

Beachlover

May 20, 2020

ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดม่วงงาม (ตอนที่ 3/5: ประวัติการกัดเซาะชายหาดม่วงงาม)

Beach Lover ได้นำเสนอสภาพทั่วไปและลักษณะโครงการป้องกันชายฝั่งที่กำลังก่อสร้างบนชายหาดม่วงงามไปแล้วสองตอน ติดตามย้อนหลังได้จาก Link ด้านล่าง ความเดิมตอนที่ 1/5:https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-1-5/ ความเดิมตอนที่ 2/5:https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-2-5/ จากประวัติการเปลี่ยนแปลงชายหาดม่วงงามตั้งแต่ปี ค.ศ.2013-2019 (พ.ศ.2556-2562) โดยแปลผลจากภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google Earth พร้อมปรับความถูกต้องเชิงพิกัดภูมิศาสตร์แล้ว โดยอ้างอิงแนวชายฝั่งจากแนวพืชขึ้นถาวรสูงสุด (Permanent vegetation line) ซึ่งเป็นตำแหน่งของแนวชายฝั่งตามนิยามที่ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งใช้อยู่ในปัจจุบัน (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2561) พบว่า สภาพทั่วไปของชายฝั่งที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงปี แสดงดังรูปที่ 9 จากภาพถ่ายดาวเทียมปรากฏชัดว่าชายหาดบริเวณนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ พื้นที่ชายหาดมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย พบว่าแนวระดับน้ำทะเลไม่กินลึกเข้ามาถึงแนวถนนเลยแม้แต่ช่วงเวลาเดียว อาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้างตามฤดูกาล โดยช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ประมาณ ตุลาคม ถึง กุมภาพันธ์) ของทุกปี ชายหาดภาคใต้ตอนล่างมักเกิดคลื่นใหญ่ลมแรงและอาจพบเห็นการกัดเซาะได้ในช่วงเวลานี้ หลังจากนั้นในช่วงปลอดมรสุมในเดือนมิถุนายนไปจนถึงกันยายน คลื่นแถบนี้จะมีขนาดเล็ก และอาจพบสันดอนทรายใต้น้ำในช่วงเวลานี้ (รูปที่ 9  A D F และ G) ซึ่งถือว่าเป็นปราการทางธรรมชาติที่ช่วยป้องกันคลื่นเข้าปะทะชายฝั่งทะเลโดยตรง เมื่อนำแนวชายฝั่งของแต่ละชุดข้อมูลมาซ้อนทับกันเพื่อวิเคราะห์อัตราการเปลี่ยนแปลง พบว่าชายหาดม่วงงามในหมู่ 7 ระยะทางตามแนวชายฝั่ง 630 […]

Beachlover

May 19, 2020

ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดม่วงงาม ตอนที่ 2/5: ลักษณะของโครงการ

ความเดิมจากตอนที่ 1 ติดตามได้จาก : https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-1-5/ ในปี พ.ศ. 2559 กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ริเร่ิมดำเนินโครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันชายฝั่งบริเวณชายหาดม่วงงาม ความยาวตลอดชายฝั่งในระยะแรก (เฟส 1) 630 เมตร ด้วยงบประมาณ 87.034 ล้านบาท บริเวณพื้นที่หมู่ 7 ต.ม่วงงาม มีขอบเขตโครงการตั้งแต่ทิศใต้ของขอบเขตสนามกีฬาเรื่อยลงทางทางใต้สิ้นสุดที่สามแยกบริเวณเทศบาลตำบลม่วงงาม แสดงขอบเขตพื้นที่โครงการดังรูปที่ 6 โดยมีรูปแบบของโครงสร้างป้องกันชายฝั่งดังรูปที่ 7 โดยที่รูปแบบของโครงสร้างป้องกันชายฝั่งเป็นกำแพงกันคลื่นคอนกรีตแบบขั้นบันได แสดงรูปตัดของโครงสร้างที่จะก่อสร้างตามแผนดังรูปที่ 8 โปรดติดตามตอนที่ 3/5: ประวัติการกัดเซาะชายหาดม่วงงามได้ ผ่าน www.beachlover.net

Beachlover

May 18, 2020

ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดม่วงงาม (ตอนที่ 1/5: สภาพทั่วไปของชายหาดม่วงงาม)

หาดม่วงงาม ตั้งอยู่ใน ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา มีสภาพทั่วไปเป็นหาดทรายขาว ยาวต่อเนื่องในแนวเหนือใต้ ทางทิศใต้ของทางหลวงชนบท สข3025 เป็นที่ตั้งของชุมชนริมหาดม่วงงาม ส่วนมากเป็นชุมชนประมง ใช้พื้นที่ชายหาดด้านหน้าชุมชนเป็นพื้นที่จอดเรือวางอุปกรณ์เพื่อประกอบอาชีพประมง ส่วนด้านทิศเหนือของทางหลวงชนบท สข3025 เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชน เป็นชายหาดท่องเที่ยวมีถนนเลียบชายหาดตลอดทั้งแนว  ไม่มีชุมชนตั้งประชิดชายหาดเหมือนทางตอนใต้ มีการปรับภูมิทัศน์โดยการทำลานคอนกรีตและปรับพื้นที่บางส่วนโดยการปูอิฐบล็อคเพื่อความสะดวกในการใช้พื้นที่ แสดงสภาพทั่วไปของชายหาดในหมู่ที่ 7 ระยะทาง 630 เมตร ดังรูปที่  1 จากรูปที่ 1 ที่ถ่ายโดย Google ในปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่ริเริ่มโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหาดม่วงงามโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองในเฟสที่ 1 ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะล้ำเข้ามาจนถึงโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐดังที่ถูกระบุไว้ในเอกสารสรุปความเป็นมาและความคืบหน้าของโครงการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง อย่างไรก็ตาม การกัดเซาะชายฝั่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับชายหาดทั่วโลกแต่จะมีสาเหตุและผล กระทบแตกต่างกันไปตามบริบทของพื้นที่ หาดม่วงงามประสบปัญหาการกัดเซาะเช่นเดียวกันกับชายฝั่งอื่นๆทั่วประเทศ นั่นคือการกัดเซาะในฤดูมรสุมส่งผลให้ชายหาดหดหายไป คลื่นกระเซ็นขึ้นมาบนถนนบ้างในบางฤดูกาล และยามหมดมรสุมชายหาดก็กลับมากว้างเหมือนเดิมตามสมดุลชายฝั่งที่แสดงดังรูปที่ 2 โดยรูปที่ 3  แสดงภาพบางส่วนในอดีตของชายหาดม่วงงามหลังผ่านพ้นพายุปาบึก ที่เข้าปะทะชายหาดภาคใต้ตอนล่างเมื่อต้นเดือนมกราคม 2562 ซึ่งส่งผลถึงชายหาด จ.สงขลาทั้งหมดเช่นกัน พบว่าแม้จะประสบกับคลื่นพายุขนาดใหญ่ แต่ชายหาดม่วงงามก็สามารถฟื้นกลับคืนสมดุลได้เองตามธรรมชาติ บางตำแหน่งของชายหาดม่วงงามพบการสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบชั่วคราวโดยหน่วยงานส่วนท้องถิ่นบ้างในช่วงมรสุมอย่างการปักไม้ชะลอคลื่น ซึ่งมิได้กีดขวางการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายหาดมากนักและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงเหมือนโครงสร้างถาวรแสดงดังรูปที่ 4 ทีม […]

Beachlover

May 17, 2020

เกิดอะไรขึ้นกับหาดมหาราช ช่วงโควิด19? [15 พ.ค.2563]

ทีม Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของชายหาดมหาราชมาอย่างเป็นระยะๆแล้วตั้งแต่เดือน พ.ย. 2562 จำนวน 6 เรื่อง ติดตามย้อนหลังได้จาก โพสเก่าๆของสถานการณ์ชายฝั่งทะเล https://beachlover.net/ความคืบหน้า-กำแพง-หาดมหา/ https://beachlover.net/ความคืบหน้า-มหาราช/ https://beachlover.net/google-earth-หาดมหาราช-สงขลา/ https://beachlover.net/ตอกเข็มแล้ว-หาดมหาราช/ https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-หาดมหาราช/ https://beachlover.net/ใกล้แล้ว-หาดมหาราช/ ณ ช่วงเวลาที่ชายหาดท่องเที่ยวหลายแห่งปิดไม่ให้เข้าใช้พื้นที่ แต่ชายหาดส่วนใหญ่ประชาชนยังสามารถเข้าถึงได้ปกติ แต่ ณ ช่วงเวลานี้ ชายหาดมหาราชที่ชาวสงขลาเคยเข้าถึงได้อย่างปกติ กำลังมีงานโครงสร้างขนาดใหญ่ก่อสร้างทับลงไปบนพื้นที่ชายหาด และดำเนินการต่อเนื่องเรื่อยมาหลายเดือนอย่างเร่งรีบ ภาพปัจจุบัน (ไม่ทราบแหล่งที่มาของภาพ) แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ชายหาดที่สมบูรณ์ไร้ร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง กำลังถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได แบบที่เคยเกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของชายหาดในประเทศไทย การระบาดของกำแพงกันคลื่นเกิดขึ้นแล้วอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่รัฐได้ถอดถอนรายชื่อกำแพงกันคลื่นออกจากโครงการที่ต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แม้ไร้ซึ่งความจำเป็น เราก็จะ “ขลิบ” ชายหาดมหาราช ด้วยกำแพงกันคลื่น ในมูลค่า 151.72 ล้านบาทต่อกิโลเมตร กันจริงใช่ไหม ?!?!?

Beachlover

May 15, 2020

หาดแม่รำพึง ช่วงโควิด 19 [3 พ.ค.2563]

ช่วงนี้ชายหาดเกือบทุกแห่งในประเทศไทย ไม่เปิดให้ท่องเที่ยว โดยเฉพาะการจับกลุ่มนั่งทานอาหาร เล่นน้ำ อาจอนุโลมได้เพียงการเดินวิ่งออกกำลังกายเพียงลำพัง ห้ามไปเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาดที่มีชื่อเสียงอย่างป่าตอง พัทยา บางแสน นี่แทบจะมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าตรวจตรากันตลอดทั้งวัน Beach lover ได้มีโอกาสลงพื้นที่ ชายหาดแม่รำพึง จ.ระยอง ในวันที่ 3 พ.ค. ซึ่งเป็นวันแรกที่รัฐบาลได้ผ่อนปรน คลายล็อคกิจกรรม และกฎระเบียบบางอย่าง จึงได้บันทึกภาพบางส่วนมาร่วมแบ่งปันความทรงจำที่หาได้ยากยิ่ง กับชายหาดที่ไร้ผู้คนเช่นนี้ ช่วงนี้จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาทองของทรัพยากรที่จะได้ฟื้นฟูตัวเองให้พร้อมรองรับเหล่ามนุษย์หลังเปิดบ้านเปิดเมือง ถึงวันนั้น ชายหาดจะกลับมามีชีวิตชีวา เป็นพื้นที่แห่งความสุขของทุกคนอีกครั้ง

Beachlover

May 6, 2020

การมาถึงของโครงสร้างบางอย่าง ณ หาดราไว จ.สตูล [17 เม.ย. 2563]

หาดราไว (Rawai Beach) แหล่งท่องเที่ยวใน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล เป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่มีการตกสะสมตัวของตะกอนทรายจากตอนเหนือบริเวณปากคลองวังวนที่บ้านราไวเหนือ และยาวต่อเนื่องลงไปทางตอนใต้จนถึงปากคลองยานซื่อด้านตรงข้ามกับบ้านตันหยงละไน้ รวมเป็นหาดทรายที่มีความยาวประมาณ 3.5 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เป็นหาดทรายที่เกิดจากกระแสน้ำเลียบชายฝั่งพัดพาเอาตะกอนทรายมาสะสมตัวงอกขนานไปกับแนวชายฝั่ง โดยมีแนวป่าชายเลนอยู่ระหว่างสันดอนทรายกับชายฝั่งทะเลที่เป็นพื้นที่เชิงเขา ผืนทรายมีลักษณะสีเทาคล้ำด้วยเศษซากอินทรีย์ บางบริเวณพบการสลับกันระหว่างชั้นเศษซากอินทรีย์กับชั้นทรายบาง ๆ เรียงซ้อนขนานไปกับแนวชายฝั่ง (http://www.satun-geopark.com) ทีม Beach Lover ได้ลงพื้นที่นี้เมื่อปี 2560 พบว่าชายหาดแห่งนี้มีความลาดชันหน้าหาดเพียง 2.60 องศา (ความลาดชันชายหาดเฉลี่ยของหาดทรายประเทศไทยคือ 7 องศา)และมีขนาดเฉลี่ยของตะกอนทรายปนโคลนที่ค่อนข้างละเอียดคือ 0.12 มิลลิเมตรเท่านั้น (ขนาดเฉลี่ยของหาดทรายประเทศไทยคือ 0.25 มิลลิเมตร) จากการสังเกตสภาพโดยรวมพบว่า มีถนนเลียบชายฝั่งตลอดแนว แต่มิได้ประชิดชายฝั่งมากนัก มีจุดแวะพักสำหรับนักท่องเที่ยว ลานจอดรถ และสนามเด็กเล่น มีกำแพงกันคลื่นขนานไปกับแนวชายหาดตั้งแต่จุดแวะพักนักท่องเที่ยวขึ้นไปทางทิศเหนือจรดปากคลอง สร้างโดยองค์การบริหารส่วนตำบลขอนคลาน ไม่มีชุมชนอาศัยอยู่บริเวณนั้น มีเพียงบ้านกระจายทางฝั่งตะวันออกของถนนอย่างประปราย ช่วงน้ำลงชายหาดกว้างมากกว่า 50 เมตร และน้ำทะเลสามารถขึ้นถึงริมฝั่งได้ในช่วงน้ำขึ้นของบางฤดูกาล จนเดือนเมษายน 2563 เครือข่ายของ Beach for life […]

Beachlover

April 20, 2020

ชายหาดหน้าโรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท หายไปไหน ?!?! [17เม.ย.2563]

โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของทางเข้าทะเลสาบสงขลาและท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา ในอดีตเคยมีหาดทรายกว้างด้านหน้าโรงแรม บางฤดูกาลก็เกิดชายหาดสองชั้น คือด้านในเป็นแอ่งน้ำและมีสันทรายด้านนอกอีกชั้นหนึ่ง ดังที่สังเกตได้จากภาพถ่ายปี 2007 (2550) พัฒนาการของชายหาดบริเวณนี้สามารถติดตามได้อย่างง่ายๆผ่านภาพถ่ายดาวเทียมจาก GoogleEarth ทีม Beach lover ได้รวบรวมมาแสดงไว้ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปี 2560 ดังนี้ พบว่าชายหาดด้านหน้าโรงแรมหาดแก้วรีสอร์ทนั้นเริ่มเกิดการกัดเซาะอย่างเด่นชัดทางทิศใต้ในพื้นที่ชายหาดส่วนที่ติดกับที่ดินส่วนถัดไป ที่เริ่มสร้างโครงสร้างกำแพงกันคลื่น ในปี 2559-2560 จากนั้น ชายหาดธรรมชาติด้านหน้าโรงแรมที่เคยกว้าง ที่ซึ่งเคยจัดกีฬาชายหาด เคยจัดกิจกรรมต่างๆ ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พบว่าหลังการกัดเซาะ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เข้ามาดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างกำแพงกันคลื่นต่อเนื่องจากกำแพงของที่ดินด้านทิศใต้ของโรงแรมที่เป็นหนึ่งในต้นเหตุของการกัดเซาะบริเวณนี้ ยาวตลอดทั้งชายหาดไปถึงแถบชิงโค (ติดตามได้จากโพสเก่าๆ) โดยเห็นได้ชัดจากภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อปลาย ปี 2562 ล่าสุดทีมเครือข่ายของ Beach lover ได้ลงสำรวจพื้นที่บริเวณหน้าโรงแรมหาดแก้วรีสอร์ทอีกครั้งในวันที่ 17 เม.ย.2563 พบสภาพชายหาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หาดทรายธรรมชาติที่กว้างและยาวต่อเนื่องไปทางทิศเหนือ ถูกแทนที่ด้วยกำแพงกันคลื่นคอนกรีตขนาดใหญ่ ยาวต่อเนื่องไปทางทิศเหนือเช่นกัน หากรัฐยังคงมีทัศนะในการแก้ไขปัญหาแบบเดิม อย่างเคยรับปฏิบัติสืบต่อกันมา ชายหาดธรรมชาติจะถูกแทนที่ด้วยคอนกรีต และเราจะเห็นเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้งและอีกครั้ง ภาพนี้จะถูกฉายซ้ำอีกจนกว่า “เขา” จะขลิบขอบประเทศไทยตลอดแนวสามพันว่ากิโลเมตร จนหมดสิ้น … เมื่อนั้นหาดทรายธรรมชาติคงจะกลายเป็นเพียงตำนานในหนังสือภาพที่เราต้องเปิดให้ลูกหลานดู

Beachlover

April 20, 2020

ผลกระทบจากซากเรือ ณ อ่าวบางละมุง จ.ชลบุรี

ชายหาดบริเวณนี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของท่าเทียบเรือและนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ทีม Beach lover ได้พบซากเรือเกยหาดบริเวณนี้อยู่หลายตำแหน่ง ผลกระทบที่เกิดขึ้นเชิงประจักษ์ก็คือ ชายหาดทางด้านทิศใต้ของซากเรือเกิดการงอกเพิ่ม ส่วนทางทิศเหนือของซากเรือเกิดการกัดเซาะ สาเหตุเกิดจากซากเรือที่วางแนวตั้งฉากกับชายหาดนั้น เปรียบเสมือนโครงสร้างชายฝั่งชนิดหนึ่งที่เรียกว่า รอดักทราย (Groin) ทำหน้าที่ดักการเคลื่อนที่ของตะกอนทรายที่มีทิศเคลื่อนที่จากทิศใต้ขึ้นมาทางทิศเหนือ จึงเป็นผลให้ตะกอนถูกดักอยู่ทางฝั่งหนึ่งของชายหาด และส่งผลให้อีกฝั่งหนึ่งขาดตะกอนจนเกิดการกัดเซาะ

Beachlover

April 18, 2020

หาดพัทยาช่วงประกาศ พรก ฉุกเฉิน [4 เม.ย.2563]

ภาพจาก: เทศกิจเมืองพัทยา https://www.facebook.com/pattayacity ในสถานการณ์ปกติหาดพัทยาจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่งส่วนมากเป็นชาวจีนและอินเดีย ช่วงเช้าของทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวต่อแถวรอคอยเรือมารับไปยังเกาะนอกชายฝั่ง ส่วนใหญ่จะเป็นเกาะล้าน และกลับมาในช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ทางเดินริมชายหาดแทบไม่มีที่ให้เดินได้อย่างสะดวกนักในบางช่วงเวลาเพราะนักท่องเที่ยวต่อแถวกันรอรถ รอเรือ รอทัวร์ ภาพที่เห็นจนชินตาก็คือจะมีเหล่าผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอย เข้ามารุมขายของอาหาร ผลไม้ ไอติม น้ำดื่ม ของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดแนวชายหาด 2.8 กิโลเมตร นี้ ทีม Beach lover ได้ลงสำรวจชายหาดพัทยาหลายครั้งทั้งกลางวันและกลางคืน (ติดตามได้จากโพสเก่าๆ) พบว่าชายหาดแห่งนี้ไม่เคยหลับไหล มีการเปิดพื้นที่ชายหาดให้เข้าใช้ประโยชน์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเปิดไฟแสงสว่างตลอดทั้งคืน แต่จากสถานการณ์พิเศษของ COVID-19 ที่คนทั้งโลกเผชิญร่วมกันอยู่นี้ ส่งผลให้ชายหาดพัทยายามนี้เงียบสงบ ไร้ผู้คน แน่นอนว่าวิกฤตนี้รุนแรงยิ่งนักสำหรับมนุษย์ผู้ใช้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นรอบๆชายหาด แต่สำหรับธรรมชาติแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาทองที่จะได้ฉวยโอกาสที่มีอยู่น้อยนิดนี้ฟื้นฟูสภาพให้กลับมาสมบูรณ์ พร้อมรองรับกิจกรรมของเหล่ามนุษย์อีกครั้งและอีกครั้ง น่าสนใจอย่างมากว่า หากปราศจากกิจกรรมของมนุษย์บนชายหาด การสัญจรทางน้ำไปตามเกาะ กิจกรรมทางน้ำในรูปแบบต่างๆ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะกลับเข้าสู่สมดุลเดิมที่เคยเป็นมาในอดีตหรือไม่ หรือจะลู่เข้าสู่สมดุลใหม่ ซึ่งถ้าหากเป็นอย่างหลังนั่นแปลว่า แม้กระทั่งเราสามารถขจัดการแทรกแซงกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยมนุษย์ออกไป ธรรมชาติก็มิอาจกลับมาเหมือนดังเช่นอดีตได้ ประเด็นที่ชวนคิดย้อนกลับก็คือ ก่อนเราจะดำเนินการใดๆที่เป็นการแทรกแซงสมดุลของธรรมชาติ ควรศึกษาถึงผลกระทบจะที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน เพราะผลที่ตามมานั้น อาจเกินความสามารถของเหล่ามนุษย์ที่จะเยียวยาให้ธรรมชาติกลับมามาสภาพเหมือนดังเดิมได้ […]

Beachlover

April 4, 2020
1 33 34 35 40