สร้างแบบนี้ จะอยู่ได้กี่เดือน…รอติดตาม

กำแพงริมชายฝั่งที่เห็นนี้ อยู่แถวบางพังกา ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา ไม่แน่ใจว่าพื้นที่ด้านในเป็นที่สาธารณะหรือที่ดินเอกชน จากภาพที่เห็นเป็นกำแพงค่อนข้างประชิดฝั่งไม่ได้ล้ำลงมาที่ชายหาดมากนัก แต่พบว่าขั้นบันไดที่เป็นทางเดินลงชายหาดนั้นยื่นล้ำลงไปเล็กน้อย และสร้างไว้ไม่แข็งแรงนัก หากน้ำทะเลและคลื่นขึ้นมาถึงตีนบันได้ ทรายบริเวณฐานอาจหายไปและดึงให้บันไดทรุดตัวลง นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าในช่วงมรสุมคลื่นอาจวิ่งเข้ามากระแทกและ overtop จนบันไดที่มีด้านใต้กลวงนี้พังทลายลง มารอลุ้นกันว่าโครงสร้างลักษณะนี้ จะอยู่ไปได้กี่เดือน [ภาพเมื่อ: 30 มิ.ย.2563]

Beachlover

July 3, 2020

สันทราย 6,000 ปี…ที่นี่กำลังจะมีท่าเรือ

ในสภาวะโรคระบาด มนุษย์จะโหยหาอะไรไปมากกว่า น้ำสะอาด อาหารที่ปลอดภัยมีประโยชน์ สุขอนามัยที่ดี สิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการมีชีวิตรอด เชื้อโรคไม่แยกชนชั้น รวยจน อำมาตย์หรือไพร่ ไม่ว่าจะอยู่ในระบบเศรษฐกิจการเมืองแบบไหน สภาพสังคมอย่างไร ประเทศพัฒนาแล้วหรือด้อยพัฒนา ล้วนแล้วแต่ได้รับความเสี่ยงนี้ร่วมกัน จากสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญร่วมกันอยู่นี้ บรรดาห้างร้าน โรงงาน โรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว บริษัท และหน่วยย่อยอีกมากมาย ที่รัฐมักโปรโมทพ่วงมาพร้อมกับโครงการพัฒนาใหญ่ๆโตๆว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ จะก่อให้เกิดการจ้างงาน นำเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ชุมชน จะมาช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจของเราให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ถึงช่วงเวลานี้ไม่มีหน่วยไหนเอาชนะโรคระบาดนี้ได้เลย แต่ cluster ที่ยังคงขับเคลื่อนให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้คืออาหาร เราควรหันกลับมามองต่อไปว่า หากโครงการพัฒนาของรัฐทำลาย ”ครัวโลก” ทำลายแหล่งผลิตอาหารที่ป้อนให้มนุษย์อย่างไม่เลือกชนชั้น ทำลายสิ่งแวดล้อมที่ดี อากาศ น้ำสะอาด เราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป หากต้องเผชิญวิกฤตอีกครั้ง…และอีกครั้ง ทะเล “ไข่แดง” ที่นี่ บ้านสวนกง อ.จะนะ จ.สงขลา รัฐกำลังจะเปลี่ยนชาวบ้านแถบนี้จาก”เจ้าของกิจการ” อย่างชาวประมง ชาวไร่ ชาวสวน ให้กลายเป็น”ลูกจ้าง”ในระบบเศรษฐกิจใหม่ที่รัฐ “อ้างว่า” จะส่งผลดีและยั่งยืนต่อคนในพื้นที่ รัฐกำลังจะเปลี่ยนทะเลที่เป็นครัวที่ส่งมอบอาหารทะเลสะอาดไปยังชุมชนเมือง ให้กลายเป็นแหล่งรองรับมลพิษจากพื้นที่อุตสาหกรรม  รัฐกำลังจะเปลี่ยนอากาศสะอาดที่เป็นแหล่งเพาะนกเขาเสียงใสส่งออกที่มีรายได้ดีกว่า […]

Beachlover

July 2, 2020

ใครรุกใครล้ำใคร @ หว้าโทน ประจวบคีรีขันธ์

ชายหาดแถบนี้ค่อนข้างสงบเงียบ เป็นรอยต่อระหว่างชายหาดคลองวาฬทางทิศเหนือ ยาวต่อเนื่องมาถึงชายหาดหว้ากอ มีลักษณะเป็นพื้นที่กรรมสิทธิ์ริมชายหาด ด้วยความที่ชายหาดยังสมบูรณ์มากๆ เป็นหาดทรายขาวยาวต่อเนื่อง พื้นที่บริเวณนี้มีการสร้างบ้านหลังใหญ่ๆให้เห็นประปราย แต่ยังไม่พบเห็นโรงแรมที่พักในแถบนี้ อาจเนื่องมาจากลักษณะของพื้นที่มีความลึกค่อนข้างน้อย จึงไม่เหมาะสมกับการปลูกสร้างโรงแรม จากภาพพบความเสียหายของโครงสร้างลานปูนและกำแพงกันที่ดินที่ (ดูเหมือนว่า) ยื่นล้ำลงไปในชายหาดมากจนเกินไป ซึ่งสังเกตได้จากแนวชายหาดทางทิศเหนือและใต้ของลานปูนที่พังเสียหายนี้ ไม่ได้อยู่ล้ำลงไปมากเหมือนแนวของลานปูนและกำแพง ตามจริงแล้วแนวที่ดินที่เอกชนครอบครองได้อย่างปลอดภัยควรอยู่หลังแนวขอบฝั่ง (แนวพืชพรรณสีเขียวๆในภาพแรก) โดยไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งยื่นล้ำลงไปบนชายหาด ปัญหาลักษณะคล้ายๆกันนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เหตุเพราะยามคลื่นลมสงบดี เรามักเห็นชายหาดกว้างมากจนอาจ “เผลอ” สร้างสิ่งล่วงล้ำชายหาดเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ากับมูลค่าที่ดินริมทะเลที่สูงลิ่ว โดยลืมคิดไปว่า ยามมรสุมที่คลื่นลมแรง พร้อมระดับน้ำที่ยกตัวสูงขึ้น ทะเลจะทวงคืนพื้นที่เดิมของเขา และเมื่อนั้นภาพความเสียหายลักษณะนี้ก็จะเกิดเป็นภาพวนซ้ำเรื่อยไป แล้วแบบนี้ เราจะโทษคลื่นลมได้หรือไม่ … น่าคิด (ภาพเมื่อ 12 มิ.ย.2563)

Beachlover

July 2, 2020

ใครรุกใครล้ำใครกันแน่ ?

เหตุเกิด ณ ชายหาดแห่งหนึ่งใกล้ๆกับตลาดบางพังกา ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา คาดว่าเป็นการนำดินและหินมาถมเพื่อขยายพื้นที่ด้านหน้าร้านอาหาร โดยไม่น่าจะทำเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เนื่องจากพื้นที่โดยรอบนั้นไม่มีสภาพถูกกัดเซาะ และแนวสันทรายชายหาดทั้งฝั่งทิศเหนือและทิศใต้ของพื้นที่นี้ ล้วนอยู่ในแนวเดียวกัน เว้นเพียงแต่กองหินกองดินที่ถมจนล้ำออกมาหน้าร้านอาหารนี้เท่านั้น [ภาพเมื่อ 30 มิ.ย.2563]

Beachlover

July 1, 2020

สดๆร้อนๆ ! เปิด (ร่าง) งบประมาณแผ่นดินปี 2564 เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งใน 3 กรม

สดๆร้อนๆ !!! (ร่าง) งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างและซ่อมแซมโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ประจำปีงบประมาณ 2564 ใน 3 กรม จาก 3 กระทรวง รวม 1,735,484,800 บาท มีหลายประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกต โดยเฉพาะงานป้องกันชายฝั่งในจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ สตูล ปัตตานี และนราธิวาส จำนวน 12 โครงการ พบว่าหลายพื้นที่ก่อสร้างไม่มีบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่ต้องป้องกัน โดยโครงการถูกบรรจุไว้ในแผนบูรณาการโครงการมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนในจังหวัดชายแดนใต้ (ขาวคาดแดงเล่มที่ 8 และ ขาวคาดแดงเล่มที่ 18-1) บางโครงการแม้สร้างอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่ถูกตั้งงบประมาณกระจายไปในหลายโครงการ เช่น โครงการป้องกันชายฝั่งปากแตระ ระโนด จ.สงขลา จำนวน 4 โครงการ ในพื้นที่หมู่ 3, 4 และ 5 ที่ตั้งงบประมาณไว้ใน โครงการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากร และโครงการป้องกันการสูญเสียดินแดน (ขาวคาดแดงเล่มที่ 8) ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ ทั้ง 80 โครงการในปี 2564 […]

Beachlover

July 1, 2020

กำแพงกันคลื่น 4 โครงการ ณ หาดปากแตระ อ.ระโนด [29 มิ.ย.2563]

ชายหาดบริเวณนี้ มีชุมชนตั้งอยู่ค่อนข้างประชิดชายฝั่งทะเล ยังไม่มีโอกาสที่จะวิเคราะห์ว่าชายหาดกัดเซาะ “ชั่วคราวหรือชั่วโคตร” แต่พื้นที่หมู่ 3,4 และ 5 ของปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา นี้เป็นพื้นที่ที่มีงานก่อสร้างโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งพร้อมปรับภูมิทัศน์จำนวน 4 โครงการ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561-2565 รวมความยาวตามแนวชายฝั่ง 2.7085 กิโลเมตร งบประมาณรวมทั้งสิ้น 386.08 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วกำแพงกันคลื่นแบบที่กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังก่อสร้างอยู่ และจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2565 นี้ มีราคากิโลเมตรละ 142.54 ล้านบาท !!! ปีถัดๆไปอาจได้เห็นงบประมาณแผ่นดินที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ถัดๆไปทางทิศเหนือของปากแตระ เหตุเพราะเมื่อสิ้นสุดปลายกำแพงกันคลื่น ชายหาดส่วนถัดไปอาจประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอันเนื่องมาจากกำแพงกันคลื่นทั้ง 4 โครงการนี้เพิ่มมากขึ้น และเนื่องจากการสร้างกำแพงกันคลื่นประชิดชายฝั่งลักษณะนี้ดำเนินการได้ง่าย เพราะไม่ต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ส่งผลให้เราอาจเห็นการระบาดของกำแพงกันคลื่นตลอดทั้งแนวชายฝั่ง ไม่เฉพาะที่นี่ … แต่อาจเป็นชายหาดที่ไหนสักแห่งที่เราคุ้นเคยก็เป็นได้ คำถามตัวโตๆ … จะไปต่อหรือพอแค่นี้

Beachlover

July 1, 2020

กำแพงกันคลื่นปากน้ำปราณ ยังสบายดีอยู่ไหม [26 มิ.ย.2563]

ทิศใต้ของปากน้ำปราณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่ตั้งของกำแพงกันคลื่นหลายรูปแบบยาวเกือบตลอดทั้งแนวชายหาด ในเดือน มิ.ย.2563 ทีมงาน Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่ทางทิศใต้ของ Jetty ปากน้ำปราณ พบความเสียหายของกำแพงกันคลื่นหลายจุด ซึ่งเกิดจากแรงของคลื่นเมื่อวิ่งเข้าปะทะกำแพงจะดึงทรายที่อยู่ด้านหน้ากำแพงออกไปพร้อมกับการสะท้อนกลับของคลื่น ส่งผลให้ฐานกำแพงทรุดและดึงให้โครงของกำแพงเอียง นอกจากนั้นคลื่นที่่วิ่งเข้าปะทะกำแพงยังยกตัวสูงขึ้นและกระเซ็นข้ามมาด้านหลัง ส่งผลให้พื้นที่ด้านหลังกำแพงที่ปูด้วยอิฐตัวหนอนนั้นพังเสียหาย โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทำการซ่อมแซมโดยนำถุงทรายขนาดเล็กและขนาดใหญ่มาวางบนโครงสร้างกำแพงที่เสียหายไปเพื่อป้องกันคลื่น แต่ก็ยังพบเห็นความระเกะระกะอยู่ตลอดทั้งแนว ส่งผลให้สภาพของพื้นที่นี้ไม่ปลอดภัยต่อการใช้ประโยชน์ โครงการฟื้นฟูบูรณะกำแพงกันคลื่นบริเวณนี้พร้อมปรับภูมิทัศน์ความยาว 930 เมตร ถูกบรรจุไว้แล้วในร่างแผนงบประมาณประจำปี 2564 และผูกพันถึงปี 2566 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง มูลค่างานรวม 147.963 ล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงบประมาณ, 2563)

Beachlover

June 27, 2020

อ่าวบ่อทองหลาง “Hidden Gem” แห่งประจวบฯ [26 มิ.ย.2563]

อ่าวบ่อทองหลาง ตั้งอยู่ใน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถือว่าไกลจากแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอื่นๆที่เป็นที่นิยมของประจวบฯพอสมควร นักท่องเที่ยวจึงค่อนข้างเบาบาง อ่าวบ่อทองหลาง  เป็นอ่าวขนาดเล็ก มีชายหาดโค้งเกือบจะเป็นรูปวงกลมสวยแปลกตา มีชายหาดขาว เวลาน้ำลดจะเห็นแนวหาดทรายเหมาะแก่การเล่นน้ำ เล่นทรายเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำพักผ่อนที่นี่ เพราะระดับน้ำตื้นและมีเกาะหินอยู่ตรงกลางอ่าว และเนื่องจากเป็นอ่าวที่มีหัวหาด (แนวโขดหิน) ทั้งสองฝั่ง ทำให้คลื่นค่อนข้างสงบ มี Dive center ให้บริการสอนดำน้ำลึกอยู่ในพื้นที่นี้ด้วย ด้วยความที่เป็นหาดในอ่าวกระเปาะ “Pocket beach” ประกอบกับมีโขดหินตั้งอยู่ตรงกลางอ่าว สภาพของอ่าวบ่อทองหลางจึงแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทีม Beach lover พบเห็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบชั่วคราวบ้างริมถนน ซึ่งคลื่นอาจวิ่งเข้ามาถึงได้บ้างในช่วงน้ำเกิดระหว่างฤดูมรสุม

Beachlover

June 27, 2020

ชายหาดกัดเซาะแบบไหน “ชั่วคราว”หรือ”ชั่วโคตร”[4 มิ.ย.2563]

“ชายหาดถูกกัดเซาะหรือไม่” เป็นประเด็นถกเถียงหลัก ของความขัดแย้งในโครงการป้องกันชายฝั่งหาดม่วงงาม และคำตอบจากคำถามนี้ จะนำไปสู่การเลือก “ใช้” หรือ “ไม่ใช้” มาตรการเพื่อป้องกันชายฝั่ง Beach lover อยากชวนไปดูภาพการเปลี่ยนแปลงชายหาดในสองลักษณะของ จ.สงขลา เพื่อชวนคิดต่อ ภาพแรกเป็นการกัดเซาะด้านหน้าโรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท (รายละเอียดติดตามได้จาก https://beachlover.net/หาดหน้าโรงแรมหาดแก้ว/ ) และ ภาพที่สอง คือการเปลี่ยนแปลงชายหาดม่วงงาม (รายละเอียดติดตามได้จาก https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-3-5/ ) ภาพแรกแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยตั้งแต่ปี 2556-2558 ของชายหาดหน้าโรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท แต่ในปี 2560 เริ่มสังเกตเห็นการกัดเซาะอย่างชัดเจนอันเนื่องมาจากผลกระทบของกำแพงกันคลื่นทางทิศใต้ (ด้านขวาของภาพ) ลักษณะเช่นนี้จะเป็นการกัดเซาะแบบถาวร หรือการกัดเซาะที่อาจเรียกง่ายๆว่า “การกัดเซาะแบบชั่วโคตร” โดยที่ชายหาดจะไม่สามารถกลับคืนสมดุลเดิมได้อีกต่อไป จนท้ายสุดก็ไม่สามารถสู้กับการกัดเซาะได้จนต้องสร้างกำแพงกันคลื่นขนาดใหญ่เพื่อป้องกันพื้นที่ตามที่ปรากฏให้เห็นในภาพปี 2562 ภาพที่สอง แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชายหาดม่วงงามเพียงเล็กน้อยตั้งแต่ปี 2556-2562 และไม่ปรากฏให้เห็นการกัดเซาะเข้ามาถึงด้านในถนนอย่างชัดเจนเลย ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าไม่มีภาพที่ถูกบันทึกไว้ในช่วงที่หาดถูกกัดเซาะ แต่จากการวิเคราะห์โดยในภาพถ่ายดาวเทียมตามที่แสดงรายละเอียดไว้ใน https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-3-5/ นั้น พบว่าชายหาดม่วงงามหมู่ที่ 7 เกิดการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลเท่านั้น มีการกัดเซาะทับถมสลับกันไปในปริมาณเพียงเล็กน้อย สุทธิแล้วตั้งแต่ปี 2556-2562 พบการทับถมของชายหาดประมาณ 1.9 เมตร ต่อปี […]

Beachlover

June 4, 2020

ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดม่วงงาม (ตอนที่ 5/5: ประเด็นชวนคิด -ต่อ)

ความเสียหายที่เกิดจากการสร้าง ไม่ได้สัดส่วนกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการ จากรูปที่ 8 (https://beachlover.net/ข้อสังเกต-ม่วงงาม-2-5/) ยามน้ำลดลงถึงระดับน้ำลงเฉลี่ยช่วงน้ำเกิด (ระดับ -0.49 ม.รทก) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระดับน้ำมีพิสัยการขึ้นลงที่แตกต่างกันมากที่สุด เกิดในช่วงพระจันทร์เต็มดวงทั้งข้างขึ้นและข้างแรม พบว่าฐานของโครงสร้างกำแพงนี้จมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลตลอดเวลา (เสาเข็มต้นที่อยู่ฝั่งทะเลและแนวถุงทราย) เมื่อน้ำขึ้นจะมีบางส่วนของกำแพงที่อยู่ใต้น้ำเพิ่มเติม และเมื่อโครงสร้างอยู่ในแนวที่น้ำท่วมถึงคลื่นจะวิ่งเข้ามาถึง นั่นหมายถึงโครงสร้างนั้นกำลังรบกวนสมดุลของกระบวนการชายฝั่งทะเล แม้ตามแบบจะปรากฏชัดว่าจะมีการถมทรายกลับทับจนถึงบันไดขั้นที่สาม (จากด้านบน) แต่เมื่อคลื่นวิ่งเข้าปะทะทรายที่ถูกถมทับไปบนกำแพงขั้นบันได คลื่นจะค่อยๆชักเอาทรายด้านบนและด้านหน้าบันไดออกไป และเมื่อทรายด้านบนที่ถมทับถูกชักออกไปทั้งหมด คลื่นจะสามารถวิ่งเข้ามาปะทะกำแพงโดยตรงและจะส่งผลให้เกิดคลื่นสะท้อนด้านหน้ากำแพง ยิ่งเหนี่ยวนำให้ทรายด้านหน้ากำแพงถูกดึงออกนอกชายฝั่ง และชายหาดด้านหน้ากำแพงหดหายไปอย่างถาวร แสดงผลกระทบของโครงสร้างกำแพงกันคลื่นดังรูปที่ 11 นอกจากนั้นกำแพงจะยิ่งส่งผลให้ชายหาดส่วนถัดไปจากสุดปลายกำแพงเกิดการกัดเซาะได้เนื่องจากการเลี้ยวเบนของคลื่นและกระแสน้ำ แสดงดังรูปที่ 12 หากใช้มาตรการสร้างกำแพงกันคลื่น จำเป็นต้องสร้างตลอดทั้งแนว มิฉะนั้นพื้นที่ใกล้เคียงที่ปราศจากโครงสร้างป้องกันจะเกิดผลกระทบดังรูปที่ 13 ซึ่งจะยิ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น งานป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้โครงสร้างที่ผ่านมาในประเทศไทยนั้น โดยมากเป็นการดำเนินงานเฉพาะพื้นที่ ทั้งที่จริงแล้วชายฝั่งทะเลเป็นเขตติดต่อที่ยาวต่อเนื่องกัน การดำเนินการในพื้นที่ใดย่อมส่งผลกระทบต่ออีกพื้นที่หนึ่งบริเวณใกล้เคียง พบว่าปัญหาการกัดเซาะที่เกิดขึ้นตลอดแนวชายฝั่งทะเลประเทศไทยส่วนใหญ่ต้นเหตุแห่งปัญหามาจากโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง ซึ่งแท้จริงแล้วมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการกัดเซาะ แต่กลับกลายเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาเสียเอง (https://www.tcijthai.com/news/2019/8/scoop/9314) ประเทศที่มีดินแดนติดชายฝั่งหลายประเทศ โดยเรียนรู้จากบทเรียนเดิมที่เคยเกิดขึ้นว่า มาตรการใช้โครงสร้างป้องกันชายฝั่งนั้นมีข้อจำกัดทั้งเรื่องงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อการก่อสร้างและบำรุงรักษาที่นับวันจะมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลายเป็นว่ายิ่งสร้างโครงสร้างป้องกันยิ่งจะส่งผลให้ต้องสร้างต่อไปเรื่อยๆ เพราะชายหาดที่ไม่ถูกป้องกันจะถูกกัดเซาะเป็นโดมิโน่ (Domino effect) แนวโน้มของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในปัจจุบันจึงได้พยายามปรับเปลี่ยนวิธีการ จากการตรึงชายฝั่งให้อยู่กับที่โดยใช้โครงสร้างป้องกัน มาเป็นใช้มาตรการที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงน้อยที่สุด สำหรับประเทศไทยนั้น หลายหน่วยงานได้ดำเนินโครงการป้องกันชายฝั่งทะเลในหลายพื้นที่  […]

Beachlover

May 21, 2020
1 32 33 34 40