คดีประวัติศาสตร์ “หาดกัดเพราะรัฐสร้าง” คาบสมุทรตากใบ นราธิวาส

ริมชายฝั่งบริเวณนี้ถูกกัดเซาะไปแล้วกว่า 18 ไร่ หลังการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งตลอดแนวกว่า 20 กิโลเมตรบนคาบสมุทรตากใบ โดยกรมชลประทาน ชัยชนะจากการต่อสู้โดยลำพังของผู้หญิงคนนึงมาตลอดเกือบ 20 ปี ด้วยความเชื่ออย่างสุดใจว่า “ความจริงจะชนะทุกสิ่งแม้แต่ผู้ถืออำนาจรัฐ” จะถูกส่งต่อเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับนัก (อยาก) สู้ ทุกคน โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาลุ่มน้ำโกลก เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งประเทศไทยกับกระทรวงเกษตรแห่งมาเลเซียที่ตกลงความร่วมมือกันเมื่อ กุมภาพันธ์ 2522 โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้ส่งคณะที่ปรึกษาคือ บริษัท Snowy Mountain Engineering Corporation Limited (SMEC, https://www.smec.com/en_au) และ Mc Gowan International Pty Ltd. (MGI) มาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการในช่วงกันยายน 2526-กันยายน 2528 โดยองค์ประกอบของโครงการนั้นมีหลายส่วน มีระยะเวลาก่อสร้างตามแผนในปีงบประมาณ 2538-2548 แต่ส่วนที่สำคัญอันเป็นเหตุแห่งคดีนี้คือ การสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำโกลก (Jetty, https://beachlover.net/wp-content/uploads/2019/07/Jetty.pdf) และ รอดักทราย (Groin, https://beachlover.net/wp-content/uploads/2019/07/Groin.pdf) เรื่อยมาทางทิศเหนือตลอดแนวกว่า 20 กิโลเมตร บนคาบสมุทรตากใบ เหตุแห่งการสร้างรอดักทรายตลอดแนวกว่า […]

Beachlover

Beachlover

October 30, 2020

คำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด คดีตากใบ [กุมภาพันธ์ 2563]

Click ที่ Download จะนำไปสู่ PDF file คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีพิพาทน้ำกัดเซาะชายฝั่ง ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ระหว่างประชาชนกับกรมชลประทานและกรมเจ้าท่า

Beachlover

Beachlover

September 21, 2020

คดีคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์

โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งและโครงการก่อสร้างสวนสาธารณะ ชายหาดคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์  สภาพทั่วไปของพื้นที่ เป็นชายหาดที่ติดกับอ่าวมะนาวมีคลองวาฬเชื่อมต่อกับทะเลสองฝั่งคลองเป็นป่าชายเลน  บริเวณหาดคลองวาฬเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง มีความเงียบสงบ ความยาวของหาดประมาณ 4 กม. เป็นชายหาดทรายผสมเลน มีร้านอาหาร ที่พัก   ชุมชนชายฝั่ง  ข้อเท็จจริงของโครงการที่เกิดขึ้น  โครงการมีองค์ประกอบคือ (1)  เขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กป้องกันตลิ่งยาว 300  ม. บนชายหาด สร้างเมื่อ ก.ย.2547 (2)  สวนสาธารณะบนชายหาดคลองวาฬ ซึ่งประกอบด้วยลานเอนกประสงค์   ถนนคอนกรีตเสริม  เหล็ก ลานจอดรถ รางระบายน้ำ    ทางดินถมพร้อมเกรดปรับแต่ง   พร้อมปรับภูมิทัศน์ ดำเนินการพร้อมเขื่อนป้องกันตลิ่งเมื่อปี  2547 (3)  เขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งแบบหินทิ้งจำนวน 11 ตัว ความยาวตัวละ 50 ม. จำนวน 5 ตัว และยาวตัวละ 100 ม. จำนวน 6 ตัว ตลอดแนวชายฝั่งยาวประมาณ […]

Beachlover

Beachlover

July 8, 2019

คดีสะกอม จ.สงขลา

โครงการเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสะกอม จ.สงขลา  สภาพทั่วไปของพื้นที่ ชายหาดบริเวณปากร่องน้ำสะกอมเดิมมีลักษณะเป็นหาดสองชั้น คือมีสันทรายซึ่งเป็นปากทางเข้าร่องน้ำอยู่ด้านนอก เลี้ยวไปตามทิศทางการเคลื่อนตัวของตะกอนเลียบชายฝั่ง (ใต้ไปเหนือหรือขวาไปซ้ายในรูปที่ 1) และมีชายหาดด้านในอีกชั้นหนึ่ง ในบางช่วงเวลาปากน้ำจะปิดเนื่องมาจากตะกอนทรายตกทับถมบริเวณปากร่องน้ำ ต้องทำการขุดสันทรายให้เปิดเพื่อการเข้าออกของเรือ ส่วนบริเวณชายหาดนั้นในอดีตใช้เพื่อเป็นที่จอดเรือ ขนถ่ายผลผลิตทางการประมง หาหอยเสียบ ทำการประมงริมชายฝั่ง ตลอดจนการพักผ่อนหย่อนใจ ข้อเท็จจริงของโครงการที่เกิดขึ้น โครงการประกอบตัวเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ 2 ตัว และเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งแบบหินทิ้ง 4 ตัว มีตำแหน่งที่ตั้งดังรูปที่ 2 ใน ต.สะกอม อ.จะนะ สร้างเสร็จเมื่อปี 2541   ประเด็นเชิงกายภาพ เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) นั้นถือเป็นโครงสร้างชายฝั่งทะเลที่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ชายหาดข้างเคียงรุนแรงที่สุด ด้วยขนาดที่ใหญ่และยาวออกไปนอกชายฝั่งมาก จึงเป็นการรบกวนการเคลื่อนตัวของตะกอนชายฝั่งมากกว่าโครงสร้างแบบอื่นๆ  โดยปกติแล้วทางด้านท้ายน้ำ (ทิศตะวันตกของปากร่อง    หรือทางซ้ายของปากร่องน้ำสะกอม) จะมีการสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพราะเป็นที่ทราบแน่นอนอยู่แล้วว่าจะเกิดการกัดเซาะชายฝั่งจากอิทธิพลของเขื่อนกันทรายและคลื่อนปากร่องน้ำ โดยในกรณีนี้ได้เลือกสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งแบบหินทิ้งจำนวน 4 ตัว เมื่อสุดเขื่อนกันคลื่นตัวสุดท้าย  ชายหาดเกิดการเว้าแหว่งตามทิศทางของคลื่นเลี้ยวเบนไปจากการปะทะโครงสร้าง  ชายหาดจึงค่อยๆพังทลายลงอย่างต่อเนื่อง แสดงภาพจำลองดังรูปที่ 3 ผลกระทบที่เกิดขึ้นและสถานการณ์ของพื้นที่ หลังการก่อสร้างไม่นานชายหาดด้านทิศตะวันตกของปากน้ำสะกอม ตั้งแต่ปลายเขื่อนกันคลื่นตัวสุดท้ายถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง โดยในปีแรกกัดเซาะไปกว่า […]

Beachlover

Beachlover

July 6, 2019

คดีสมิหลา-ชลาทัศน์ จ.สงขลา

โครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดสมิหลา-ชลาทัศน์ เขตเทศบาลนครสงขลา สภาพทั่วไปของพื้นที่ ชายหาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลา เป็นชายหาดทรายยาวประมาณ 7.8 กิโลเมตร ตั้งแต่หัวนายแรงถึงแหลมสนอ่อน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสงขลาและละแวกใกล้เคียง พื้นที่นี้มีจุดเริ่มต้นการกัดเซาะชายฝั่งมาตั้งแต่ปลายปี   2545 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มีความพยายามใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมรูปแบบต่างๆเพื่อป้องกันชายฝั่งมาตลอด แต่ยิ่งส่งผลให้การกัดเซาะนั้นขยายตัวลุกลามไปทางพื้นที่ด้านทิศเหนือของชายหาด จากระยะกัดเซาะเพียงไม่กี่สิบเมตร ปัจจุบันมีโครงสร้างป้องกันแบบกำแพงหินทิ้งและกำแพงกระสอบทรายยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ข้อเท็จจริงของโครงการที่เกิดขึ้น โครงการป้องกันชายหาดฯได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงประมาณ มิถุนายน 2558 โดยใช้โครงสร้างป้องกันชายฝั่งเป็นแท่งคอนกรีตต่อกันเป็นแนวยาวรวม 48 เมตรต่อ 1 แถว รวม 17 แถว ตลอดความยาวชายหาด 1.1 กิโลเมตร พร้อมการถมทรายเสริมเพื่อเพิ่มความกว้างชายหาดไปอีก 30-50 เมตร ตลอดแนว  รวมใช้ทรายประมาณ 144,000 ลูกบาศก์เมตร งบประมาณรวม 17.5 ล้านบาท โดยแยกการดำเนินงานเป็น 2 เฟส ตามรูปที่ 1  มีกำหนดแล้วเสร็จปลายตุลาคม 2558 ประเด็นเชิงกายภาพ โครงสร้างป้องกันชายฝั่งในโครงการนี้เป็นรูปแบบที่ไม่ปรากฎว่ามีการใช้งานมาก่อนทั้งในไทยและต่างประเทศ วัสดุที่ใช้มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมสำหรับโครงสร้างที่ต้องทนรับแรงคลื่นและน้ำทะเล […]

Beachlover

Beachlover

July 5, 2019

คดีอ่าวน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

โครงการเขื่อนกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลพื้นที่ชายฝั่งอ่าวน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาพทั่วไปของพื้นที่ ชายหาดบริเวณอ่าวน้อยมีลักษณะเป็นหาดกระเปาะ (pocket beach) ขนาดเล็กยาวประมาณ 1.1 กิโลเมตร วางแนวเหนือใต้อยู่ระหว่างเขาคั่นกระไดและเขาตาม่องล่าย ซึ่งมีหน้าที่เป็นปราการป้องกันคลื่นลมตามธรรมชาติได้ส่วนหนึ่ง ชายหาดค่อนข้างมีความสมดุลในตัวเอง หากจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพจะเป็นไปเพียงช่วงเวลาสั้นๆในฤดูมรสุมเท่านั้น หลังจากนั้นจะกลับเข้าสู่สมดุลเดิมตราบเท่าที่ไม่มีการแทรกแซงจากปัจจัยภายนอก สภาพของชายหาดแสดงดังรูปที่ 1 ด้านทิศใต้เป็นชุมชนและมีสะพานปลา  ชาวบ้านใช้ชายหาดเพื่อการจอดเรือและเป็นท่าขึ้นลงสัตว์น้ำ มีกำแพงกันคลื่นสูง 1 เมตรของเดิมอยู่ โซนกลางของหาดเป็นพื้นที่เอกชนทั้งที่ยังรกร้างและมีการปลูกสร้างบ้านเรือนและรีสอร์ทแล้ว และส่วนเหนือสุดเป็นที่เอกชนแต่ยังรกร้างและปลายสุดเป็นวัดอ่าวน้อยซึ่งอยู่ติดกับหัวเขาคั่นกระได ข้อเท็จจริงของโครงการที่เกิดขึ้น กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดยาวตลอดแนว 1.1 กิโลเมตรโดยแบ่งออกเป็น 3 เฟส มีลักษณะแสดงดังรูปที่ 2 โดยมีการปรับภูมิทัศน์ด้านหลังกำแพงเพื่อทำสันกำแพงและพื้นที่เอนกประสงค์รองรับการท่องเที่ยว ประเด็นเชิงกายภาพ จากรายงานการศึกษาของเจ้าของงานเองพบว่าแม้ไม่มีโครงการนี้ในอีก 25 ปี ชายหาดทางตอนใต้ที่เป็นชุมชนนั้นจะไม่มีการกัดเซาะใดๆ ส่วนทางทิศเหนือติดกับวัดอ่าวน้อยนั้นจะมีการกัดเซาะเพียง 0.8 ม./ปี เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากจัดเป็นชายหาดที่ยังคงมีเสถียรภาพ ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวพบว่าโครงการนี้แทบไม่มีความจำเป็นในการก่อสร้างเลย เมื่อพิจารณารูปแบบโครงสร้างที่นำมาใช้ นับว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับความกว้างของชายหาดอ่าวน้อย เนื่องจากว่าโครงสร้างกำแพงนี้ จะวางทับไปบนชายหาดโดยกินพื้นที่ความกว้างชายหาดเกือบทั้งหมด จากแบบรายละเอียดโครงสร้างกำแพงพบว่ามีการถมทะเลบางส่วนเนื่องจากโครงสร้างยื่นล้ำลงไปในทะเล และเมื่อระดับน้ำลงต่ำสุดก็ยังพบว่ามีบางส่วนของโครงสร้างอยู่ใต้น้ำ นั่นหมายความว่ายามน้ำขึ้นโครงสร้างบางส่วนจะจมอยู่ใต้น้ำและจะไม่สามารถเดินบนชายหาด หรือแม้แต่กระทั่งมองเห็นชายหาดได้ โดยจะสามารถเดินและมองเห็นหาดทรายเฉพาะยามน้ำลงเท่านั้น ทั้งที่ก่อนจะมีการก่อสร้างชายหาดอาจหดสั้นลงบ้างในบางฤดูกาล แต่ในทุกฤดูกาล ยังมีหาดทรายให้เห็นและเดินเล่นได้ […]

Beachlover

Beachlover

July 5, 2019