กำแพงกันอะไร ? ช่วงปลอดมรสุม

ภาพเมื่อ: สิงหาคม 2563 แหลมตาชีหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าแหลมโพธิ์ ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สำคัญเมื่อกล่าวถึงชายหาดแห่งเมืองปัตตานี โดยสภาพทั่วไปแล้วแหลมตาชีจะงอกยาวขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากตะกอนทรายเลียบชายฝั่งที่เคลื่อนตัวจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ Beach Lover ได้ลงสำรวจชายหาดบริเวณแหลมตาชีช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบตะกอนทรายไหลมากองอยู่บริเวณชายทะเลแถบนี้จำนวนมาก พบว่ากำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งความยาวประมาณ 320 เมตร ที่เคยสร้างไว้เดิม (ไม่ทราบหน่วยงานเจ้าของงาน) เพื่อป้องกันชายฝั่งยามมรสุมนั้นหมดหน้าที่ลงเนื่องจากคลื่นไม่สามารถวิ่งเข้ามาปะทะกำแพงได้ อย่างไรก็ตาม คาดเดาได้ว่าในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ คลื่นและน้ำทะเลน่าจะเข้ามาปะทะถนนที่ตัดประชิดชายหาดมากๆแห่งนี้จนชำรุดเสียหาย เนื่องจากพบร่องรอยการซ่อมแซมถนน สำหรับชายฝั่งทะเลประเทศไทยระยะทางสามพันกว่ากิโลเมตรนั้น มีถนนจำนวนมากที่ตัดประชิดเลียบชายหาด จำนวนไม่น้อยวางตัวอยู่บนสันทรายธรรมชาติริมชายหาด ยามปลอดมรสุมถนนเส้นนั้นก็คงอยู่รอดปลอดภัย แต่ยามมรสุมเข้าเมื่อใด ก็มักจะเรียกร้องหาโครงสร้างมาป้องกันถนน เป็นเรื่องน่าคิดว่า เราจะอนุญาตให้ถนนตัดเลียบประชิดชายฝั่งแบบนี้ แล้วเรียกร้องหาโครงสร้างทางวิศวกรรมอีกชั้นหนึ่งมาป้องกันถนนจากอิทธิพลของคลื่นลมยามมรสุม ซึ่งนั่นหมายถึงงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อการก่อสร้างและบำรุงรักษา หรือเราควรสงวนพื้นที่บางส่วนริมชายฝั่งไว้ ให้คลื่นได้มีพื้นที่ “Exercise” ช่วงมรสุม โดยการถอยถนนออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย

Beachlover

August 20, 2020

ติดตามสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งปากแตระ และจะทิ้งพระ จ.สงขลา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน. ทช.ที่๕ (สงขลา) ติดตามสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งและการก่อสร้างโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ดังนี้ (๑) โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ ต.ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา ความยาวทั้งสิ้น ๒,๙๙๐ เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ความก้าวหน้าโครงการฯประมาณ ๑๐-๑๕ % จากการตรวจสอบพบว่าขั้นตอนการก่อสร้างมีการเปลี่ยนแปลงชายหาดตลอดแนวโครงการ และการก่อสร้างดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณจุดสิ้นสุดโครงการและบริเวณใกล้เคียง (๒) โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พร้อมปรับภูมิทัศน์ พื้นที่ ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ระยะที่ ๑ มีความยาว ๕๓๘ เมตร ความก้าวหน้าประมาณ ๕๐ – ๕๕ % ระยะที่ ๒ มีความยาว ๕๖๔ เมตร ความก้าวหน้าประมาณ ๖๐ – ๖๕ […]

Beachlover

August 20, 2020

งานขุดลอกปากร่องน้ำบางสะพาน

[ภาพเมื่อ: 17 ส.ค. 2563] งานขุดลอกปากร่องน้ำริมทะเลถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมเจ้าท่าเพื่อการดูแลร่องน้ำเดินเรือทั่วประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน Beach lover ได้ลงสำรวจพื้นที่ปากคลองบางสะพาน ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ พบงานขุดลอกปากร่องน้ำภายในระยะเวลา 60 วัน รวมปริมาตรทราย 50,000 ลบ.ม. โดยไม่มีรายละเอียดของงบประมาณ รวมถึงวันที่เริ่มและสิ้นสุดการดำเนินงาน การที่ตะกอนทรายไหลมาปิดปากร่องน้ำจนเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมักเกิดขึ้นเฉพาะบางฤดูกาล แล้วปากแม่น้ำก็จะกลับมาเปิดเองตามกระบวนการทางธรรมชาติ ในอดีตกรมเจ้าท่าใช้วิธีการขุดลอกปากร่องน้ำแบบที่เห็นในภาพนี้กับทุกปากร่องน้ำที่เกิดปัญหา ระยะต่อมา กรมเจ้าท่าได้สร้างโครงสร้างป้องกันปากร่องน้ำที่เรียกว่า เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) บริเวณร่องน้ำชายทะเลหลายแห่ง เพื่อบรรเทาปัญหาทรายปิดปากร่อง กระนั้นก็ตาม ตัวโครงสร้าง Jetty นี้ ได้ส่งผลกระทบให้พื้นที่ถัดๆไปเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ศึกษาเพิ่มเติมได้จากโพสเก่าๆหมวดสถานการณ์ฯ และคดีชายหาดสะกอม) เป็นเรื่องน่าคิดต่อ ว่าคุ้มกันหรือไม่ หากกรมเจ้าท่ากลับมาใช้วิธีการขุดลอกแบบเดิมทดแทนการสร้าง Jetty ซึ่งก็จะไม่ส่งผลให้ชายหาดในพื้นที่ถัดไปเกิดการกัดเซาะจนเป็นเหตุให้ต้องสร้างโครงสร้างป้องกันชายหาดต่อไปเรื่อยๆ หรือเราควรสร้าง Jetty ปริเวณปากร่องน้ำชายทะเลทั่วประเทศเพื่อลดภาระการขุดลอกร่องน้ำของกรมเจ้าท่า โดยยอมแลกกับความพังพินาศของชายหาดข้างเคียง

Beachlover

August 18, 2020

พาชมหาดขั้นบันไดแห่งใหม่ของเมืองเพชร!

พาไปชมโครงการที่กำลังก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พื้นที่ชายหาดชะอำใต้ ระยะทาง 1.438 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณ 102.924 ล้านบาท เริ่มดำเนินการในปี 2562 ต่อเนื่องถึงปี 2564 ทั้งนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ตั้งงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชายหาดชะอำ ระยะที่ 3 ต่อจากเฟสนี้ที่กำลังจะแล้วเสร็จไปอีก 647 เมตร รวมงบประมาณทั้งสิ้น 48.5 ล้านบาท โดยผูกพันตั้งแต่ปี 2564-2566 นอกจากนี้ยังพบว่าร่างงบประมาณปี 2564 ของ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม (ขาวคาดแดง) ได้ตั้งงบประมาณเพื่อศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวชายหาดชะอำ ไว้ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 18 ล้านบาท โดยผูกพันตั้งแต่ปี 2564-2565 บนพื้นที่ชายหาดชะอำเช่นเดียวกัน ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กัดเซาะ-ชะอำ-เอาไงดี/ สิ่งที่ควรตั้งข้อสังเกตคือ โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเหมือนกันจากคนละหน่วยงาน บนพื้นที่เดียวกันนี้ ได้มีการปรึกษาหารือ หรือที่เรียกเป็นคำพูดที่สวยหรูเข้ากับยุคสมัยว่า “บูรณาการ” กันหรือไม่ ในขณะที่หน่วยงานหนึ่งกำลังก่อสร้างกำแพง จะมีผลต่องานศึกษาเพื่อสำรวจออกแบบการเติมทรายของอีกหน่วยงานหรือไม่

Beachlover

August 17, 2020

สำรวจชายฝั่ง หวั่นการก่อสร้างกระทบชายทะเลหัวไทร

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ร่วมกับสำนักงาน ทช.ที่๔ (สุราษฎร์ธานี) ลงพื้นที่สำรวจชายฝั่งทะเลบริเวณ ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) พบว่าพื้นที่มีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล บ้านปากระวะ ตอนที่ ๓ ความยาวประมาณ ๑,๓๘๐ เมตร โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมทั้งติดตามผลการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งทางทิศเหนือของโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล โดยสำรวจแนวชายฝั่งที่ถัดจากโครงสร้างดังกล่าว ด้วยการรังวัดภาพตัดขวางชายหาด (Beach Profile) เพื่อเก็บข้อมูลและเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงธรณีสัณฐานชายฝั่ง และคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นต่อแนวชายฝั่งในอนาคต ทั้งนี้ ทช. จะได้ติดตามและรวบรวมข้อมูลดังกล่าว เพื่อประกอบการจัดทำผลสัมฤทธิ์ของการเปลี่ยนแปลงสถานภาพชายฝั่งในพื้นที่โครงการฯ ต่อไป

Beachlover

August 15, 2020

สงบเมื่อไหร่ … ที่นี่คือเพชรเม็ดงามแห่งอ่าวไทย

[ภาพเมื่อ 10 ส.ค.2563] 1 ในจังหวัดชายทะเลที่ยังคงสภาพชายหาดที่สมบูรณ์สวยงาม ปรุงแต่งน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ คือที่นี่ ชายหาดจังหวัดปัตตานี หากเหตุการณ์ความไม่สงบได้สงบลงเมื่อไหร่ ปัตตานี คือเพชรเม็ดงามของหาดทรายฝั่งอ่าวไทย นี่คือภาพบางส่วนของชายหาดในจังหวัดปัตตานีจากงานสำรวจสนามช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2563

Beachlover

August 13, 2020

ถนนเลียบทะเลปานาเระ หายไปไหน?!?

[ภาพเมื่อ 9 ส.ค.2563] ใครผ่านไปผ่านมาแถบปานาเระ จ.ปัตตานี จะพบถนนเลียบทะเลที่ขาดลงในระยะประมาณ 1.3 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกของปากร่องน้ำปานาเระ ที่มีโครงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) และเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง 4 ตัว (ปัจจุบันหลงเหลือเพียง 1 ตัว) ทางทิศตะวันตกของปากร่องน้ำ ตามจริงแล้วหากถนนไม่ขาดลง เราสามารถใช้เส้นทางนี้วิ่งจากปากน้ำปานาเระไปถึงแหลมตาชีได้เลย Beach Lover ได้เคยลงพื้นที่สำรวจบริเวณนี้แล้วเมื่อสองปีก่อน จนถึงวันนี้พบว่ายังไม่มีการซ่อมแซม หรือสร้างถนนเส้นนี้ใหม่แต่อย่างใด หากสังเกตการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งบริเวณนี้จากภาพถ่ายดาวเทียม Google earth พบว่า ตำแหน่งที่ถนนเส้นนี้ประชิดชายหาดมากที่สุด ก็ยังห่างจากแนวระดับน้ำประมาณ 70 เมตร (สังเกตจากภาพ ก.พ.2005) โดยเริ่มพบการกัดเซาะของถนนนี้อย่างชัดเจนจากภาพถ่ายเดือน ม.ค.ปี 2011 ซึ่งอาจเกิดการกัดเซาะก่อนหน้านั้นแต่ไม่ปรากฏหลักฐานจากภาพถ่ายเพราะไม่มีภาพถ่ายในช่วงระหว่าง 2005-2011 คาดว่าการกัดเซาะถนนเส้นนี้เกิดจากผลกระทบของโครงสร้าง Jetty และเขื่อนกันคลื่นทางทิศตะวันตกของปากร่องน้ำ ที่ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะในพื้นที่ถัดๆไปทางทิศตะวันตก ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2011 (ภาพ ส.ค.2011) พบการไหลของทรายจากฝั่งตะวันออกมาปิดปากร่องน้ำปานาเระแม้จะมีโครงสร้างป้องกันอย่าง Jetty แล้วก็ตาม และไหลล้นข้ามร่องน้ำมาตามธรรมชาติจวบจนถึงปัจจุบัน เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือเข้าออก แม้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะขุดลอกอย่างไร ก็ไม่เท่าทันกับสถานการณ์ทรายที่ล้นมาปิดปากร่องน้ำ […]

Beachlover

August 12, 2020

ใครรุก ใครล้ำ @ เทพา จ.สงขลา

หากใครได้เห็นภาพด้านล่างนี้อาจจะรู้สึกว่ารีสอร์ทริมหาดเทพานี้กำลังรุกล้ำพื้นที่ชายหาด แต่ความเป็นจริงก็คือ ชายฝั่งเทพา จ.สงขลา เกิดการกัดเซาะมาอย่างต่อเนื่องหลังจากการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำเทพา พร้อมเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งอีก 5 ตัว ส่งผลกระทบหนักกับชายหาดด้านทิศเหนือของปากน้ำ เมื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งบริเวณนี้จาก Google Earth ใน 5 ช่วงเวลา พบว่าเริ่มเห็นการดำเนินการในพื้นที่ด้านหน้าทะเลของรีสอร์ทโดยการถมดิน ไม่แน่ใจว่าเป็นไปเพื่อป้องกันพื้นที่ตนเองช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ในปลายปี 2015 หรือเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้ประโยชน์ด้านหน้าชายหาด สังเกตจากวงกลมสีแดงในแต่ละภาพ แสดงตำแหน่งของรีสอร์ท จากภาพมุมสูงที่ถ่ายในช่วง ก.ค.2563 พบกำแพงแสดงขอบเขตพื้นที่สิ้นสุดในแนวเดียวกันกับขอบฝั่งของพื้นที่ผืนถัดไปจากรีสอร์ท ซึ่งอาจจะหมายถึงตำแหน่งของขอบเขตที่ดินด้านหน้าทะเลซึ่งไม่ได้ยื่นล้ำลงไปในทะเลมากเท่ากับพื้นที่ดินถมด้านหน้ารีสอร์ท ” ใครรุกใครล้ำใครกันแน่” เรื่องราวนี้สามารถพิสูจน์กันได้ด้วยหมุดหลักเขตที่ดิน หมุดควบคุมทางน้ำของกรมเจ้าท่า ซึ่งตามปกติแล้ว มักหาไม่ค่อยเจอในพื้นที่แบบนี้ …..

Beachlover

August 8, 2020

ชุมชนประมงตรงนี้จะรู้หรือไม่ว่า?

[ภาพเมื่อ: มิ.ย.2563] ชุมชนประมงบริเวณนี้ จะทราบหรือไม่ว่า หากการก่อสร้างกำแพงทางตอนใต้แล้วเสร็จ พื้นที่ที่ใช้จอดเรือกันอยู่ในเวลานี้อาจหดหายไป ถนนเส้นเล็กๆที่ใช้สัญจรกันริมทะเลอาจถูกกัดเซาะ จนท้องถิ่นเอาไม่อยู่และจำเป็นต้องเรียกร้องโครงการป้องกันแบบ “หาดเพื่อนบ้าน” ซึ่งต่อมาพื้นที่แห่งนี้ก็อาจถูกแทนที่ด้วยกำแพงขนาดใหญ่เหมือน “หาดเพื่อนบ้าน” เมื่อถึงเวลานั้นในช่วงมรสุม หากไม่คิดค้นนวัตกรรมในการนำเรือปีนกำแพงขึ้นมาจอดบนถนน ก็อาจจำเป็นต้องนำเรือไปจอดที่อื่นชั่วคราว หรือปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไป  เรื่องราวแบบนี้เป็นเหมือนฉากหนังที่วนซ้ำไปซ้ำมา จนชายหาดสามพันกว่ากิโลเมตร ถูกขลิบด้วยกำแพงกันคลื่นไปเกือบสองร้อยกิโลเมตรแล้ว  หากชุมชนชายฝั่งผู้มีส่วนได้เสียถูกให้ข้อมูลที่ถูกต้องอย่างรอบด้านแล้วยอมรับผลกระทบจากโครงการที่เกิดขึ้นบน “หาดบ้านเพื่อน” ทุกฝ่ายก็คงเคารพการตัดสินใจนั้น แต่หากชาวบ้านได้รับฟังข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน และไม่รอบด้านพอต่อการตัดสินใจ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นนั้นถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เราจะเห็นภาพแบบนี้วนซ้ำไปซ้ำมาอีกนานเท่าไหร่ คงขึ้นอยู่กับความจริงใจของรัฐในการรับฟังเสียงของประชาชน

Beachlover

August 6, 2020

เปิดภาพมุมสูงกำแพงกันคลื่นที่กำลังก่อสร้างใน 7 พื้นที่

[ภาพเมื่อ: ก.ค.2563] Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจกำแพงกันคลื่นตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ข้อมูลที่ได้นั้นเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนที่เผยให้เห็นถึงการระบาดของโครงสร้างป้องกันชายฝั่งประเภท “กำแพงกันคลื่น” (Seawall) ที่เริ่มพบการระบาดหนักหลังปี 2556 เนื่องจากถือเป็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ไม่ต้องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) (ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จาก https://beachlover.net/ประกาศ-eia-2555/ และ https://beachlover.net/ประกาศกระทรวงทรัพยากร-2/ ) ในร่างงบประมาณประจำปี 2564 นี้ รัฐ ได้ตั้งงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งไว้ใน 3 กรม จาก 3 กระทรวง รวม 1,735,484,800 บาท (ศึกษาเพิ่มเติมจาก https://beachlover.net/ร่างงบประมาณ-ชายฝั่ง-2564/) โดยทั้ง 80 โครงการในปี 2564 จาก 3 กรมนั้น เกือบทั้งหมดเป็นโครงสร้างกำแพงกันคลื่นที่ไม่จำเป็นต้องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากพื้นที่นั้นมี “ความจำเป็น” มากเพียงพอ และหา “ทางรอด” โดยใช้มาตรการอื่นๆไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้โครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบชั่วคราว การเติมทรายชายหาด หรือการใช้มาตรการอื่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ควรแสดงเหตุผลอย่างเพียงพอ พร้อมทั้งหาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาโครงการ หากดำเนินการอย่างครบถ้วน […]

Beachlover

August 5, 2020
1 … 100 101 102 … 125