ข้อห่วงกังวลจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ชิงโค สงขลา [26ก.พ.2563]

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/Beach-for-life สถาบันทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ครั้งที่ 1 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปีภายใต้แผนงานการเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ(งบพัฒนา) โดยมีวัตถุประสงค์  1) เพื่อศึกษาวิจัยวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการแก้ไขและป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ทั้งในห้องปฏิบัติการและทำการทดลองเชิงปฏิบัติในสถานที่  2) เพื่อพัฒนาโครงการบูรณะชายฝั่งจังหวัดสงขลา (Songkhla Model) เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธิตและนำไปขยายผล  3) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศ(GIS) เพื่อการบูรณะชายฝั่งทะเล จังหวัดสงขลา  4) เพื่อให้ได้แผนปฏิบัติการบูรณะชายฝั่งทะเลของจังหวัดสงขลา 5) เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดอื่นๆ ด้วย  โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีลักษณะการดำเนินการ โดยการวางโดมทะเล ในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยทำการวางโดมทะเลห่างจากฝั่ง 500 เมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลต่ำสุด โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ วางห่างกันเป็นระยะทาง 100 เมตร ซึ่งแต่ละกลุ่มประกอบด้วยโดมจำนวน 19 กลุ่มย่อย ห่างกันตั้งแต่ 20-50 เมตร เพื่อลดพลังงานของคลื่นที่เข้ามาปะทะร้อยละ 52 โดยรูปแบบการจัดวางแต่ละกลุ่มแตกต่างกันขึ้นกับทิศทางของคลื่นที่วิ่งเข้ามาปะทะ การประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในโครงการนี้  Beach for life มีข้อสังเกตและข้อห่วงกังวลหลายประการต่อการดำเนินโครงการนี้  1. Beach for life มีความเห็นว่า โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นั้น มีลักษณะ/รูปแบบโครงการเป็นการดำเนินการวางโดมทะเลใต้นำ เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งโดมทะเลดังกล่าวนั้นมีหน้าที่เพื่อสลายพลังงานคลื่นที่เข้ามาปะทะ จึงถือได้ว่าโดมทะเลนั้น เป็นโครงสร้างเขื่อนกันคลื่น หรือ Breakwater ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดให้โครงสร้างเขื่อนกันคลื่นทุกขนาด […]

Beachlover

March 4, 2020

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งวางแผน ปักไม้ไผ่ รวม 15.85 กิโลเมตร ปี 2563 [17ก.พ.2563]

ปีนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งวางแผนปักไม้ไผ่ ความยาวรวม 15.85 กิโลเมตร งบประมาณรวม 63.4 ล้านบาท สำหรับ 4 พื้นที่ในจังหวัดเพชรบุรี จันทบุรี และสมุทรปราการ โดยใช้ไม้ไผ่ความยาวไม่ต่ำกว่า 5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยว่า 3 นิ้ว โดยปักตามแบบที่กำหนดนี้ ตกกิโลเมตรละ 4 ล้านบาท เท่าที่เห็นเชิงประจักษ์ยังพบหลายพื้นที่ที่ไม่ก่อให้เกิดการตกทับถมของตะกอนเลนตามที่กรมฯตั้งไว้ตามวัตถุประสงค์  คำถามสำคัญคือ ได้มีการติดตามตรวจสอบประสิทธิภาพประสิทธิผลของการดำเนินงานที่ผ่านมาหรือไม่อย่างไร เหตุใดจึงมั่นใจได้ว่า ทั้ง 4 โครงการที่กำลังเกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2563 นี้จะบรรลุวัตถุประสงค์

Beachlover

February 17, 2020

ขยายผลสำรวจการกัดเซาะชายฝั่ง ทะเลชุมพรส่วนใหญ่สมดุล [13ก.พ.2563]

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ตรวจสอบสถานภาพชายฝั่งและประชาสัมพันธ์การประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการจัดทำกฎกระทรวง เพื่อกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง (๑) ระบบหาด LMG๒/๓ (เขาเบิด-เขาถ้ำธง) (๒) ระบบกลุ่มหาด LMG๒/๔ (ทุ่งทราย) (๓) ระบบหาด LMG๒/๕ (ทุ่งยาง) (๔) ระบบหาดLMG๒/๖ (ทุ่งตาเมือง) และ (๕) ระบบหาด LMG๓/๑๓ (บ้านเกาะเตียบ) แก่ประชาชน และหน่วยงานในพื้นที่ ผลการสำรวจพบพื้นที่เป็นหาดทราย มีสถานภาพชายฝั่งสมดุล ศักยภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีการท่องเที่ยว และเป็นพื้นที่ชุมชนเมือง

Beachlover

February 13, 2020

ความคืบหน้า กำแพงป้องกันชายฝั่งชายหาดมหาราช [25ม.ค.2563]

Beach lover ได้นำเสนอการดำเนินโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นชายหาดมหาราช จ.สงขลา โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง มาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2562 จำนวน 4 เรื่อง ติดตามย้อนหลังได้จาก http://Google earth หาดมหาราช จ.สงขลา ไร้การกัดเซาะ [15 ม.ค.2563] และ http://ตอกเข็มแล้ว!! หาดมหาราช จ.สงขลา [11ม.ค.2563] และ http://ลงมือแล้ว! กำแพงกันคลื่นชายหาดมหาราช สงขลา [15 ธ.ค.2562] และ http://ใกล้แล้ว! การมาถึงของโครงสร้างบางอย่าง ณ หาดมหาราช [5 พ.ย.2562] ความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 25 ม.ค.2563 มีการตอกเข็มเพิ่มขึ้นเกือบตลอดทั้งแนวก่อสร้าง หล่อคอนกรีตแล้วในบางตำแหน่ง และมีการนำเสาเข็มมาวางเป็นจุดๆกระจายตลอดแนวก่อสร้าง โครงการนี้มีระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา 2 ปี 1 เดือน ตลอดแนว 1.1 กิโลเมตร จากการสังเกตหน้างานพบว่าผู้รับเหมาค่อนข้างเร่งงานพอสมควร แม้ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาก็หยุดงานเพียงไม่กี่วันก็กลับมาตอกเสาเข็มต่อ (จากปากคำของผู้มีบ้านอยู่ริมชายหาด) จากการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่พบว่า […]

Beachlover

January 26, 2020

กำแพงกันคลื่นใน 3 พื้นที่ ที่ต้องตั้งงบประมาณ “ต่อไปเรื่อยๆ” [17ม.ค.2563]

กําแพงกันคลื่น มีลักษณะเป็นกําแพงวางตัวตามแนวประชิดและขนานชายฝั่ง เพื่อรับแรงปะทะจากคลื่น ทําให้พื้นที่ด้านหลัง กําแพงกันคลื่นไม่ถูกกัดเซาะ มักใช้ในการป้องกันชายฝั่งที่มีพื้นที่แคบๆ นิยมใช้ในการป้องกันพื้นที่ของเอกชนเนื่องจากมีค่าใช้จ่าย ไม่สูงมากนัก อาจมีได้หลากหลายรูปแบบเช่น กําแพงกันคลื่นแบบหินทิ้ง แบบเข็มพืด แบบ Tetrapod แบบเกเบียน เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเชิงพื้นที่และงบประมาณ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ เกิดการสะท้อนกลับของคลื่นที่เข้ามากระทบโดยจะมีความ รุนแรงมากหน้ากําแพง ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อการใช้ประโยชน์ ด้านหน้ากําแพงได้ เมื่อคลื่นเข้าปะทะกําแพงจะเกิดการตะกุยตะกอนทรายจากชายหาดด้านหน้ากําแพงกันคลื่น แล้วกระแสน้ําในทิศทางออกจากฝั่งซึ่งเกิดจากคลื่นจะพาตะกอนทรายเหล่านั้นออกไปนอกชายฝั่ง ทําให้เกิดการกัดเซาะบริเวณหน้ากําแพงกันคลื่น ทําให้การเข้าถึงชายหาดถูกปรับเปลี่ยนสภาพไป อาจเกิดความไม่สะดวกขึ้น ทําให้เกิดการกัดเซาะที่ฐานและด้านท้ายน้ําของกําแพง (Downdrift) โดยมีลักษณะเป็น Local effect หากเป็นกําแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งมักก่อให้เกิดอันตรายเมื่อลม พายุขนาดใหญ่หอบเอาหินเข้ามาที่ชายฝั่งด้านใน เป็นอันตรายต่อ พื้นท่ีใกล้เคียงได้ ส่งผลเสียต่อทัศนียภาพริมทะเล ที่สำคัญ หากจุดสิ้นสุดของปลายกำแพงไม่ใช่หัวหาด หัวแหลม โครงสร้างป้องกันชายฝั่ง หรือโครงสร้างปากแม่น้ำ จะเกิดการกัดเซาะต่อเนื่องทางด้านท้ายน้ำ จนอาจจะต้องสร้างกำแพง “ต่อไปเรื่อยๆ” ใช้งบประมาณ “ต่อไปเรื่อยๆ” เพื่อแก้ไขปัญหานี้ “ต่อไปเรื่อยๆ” ตามรูป คำถามตัวโตๆคือ ประเทศไทยร่ำรวยพอที่จะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆ “ต่อไปเรื่อยๆ” หรือไม่

Beachlover

January 17, 2020

กรมโยธาฯสร้างเขื่อนป้องกันกัดเซาะฝั่ง ศูนย์การพัฒนาฯอ่าวคุ้งกระเบน หนุนการท่องเที่ยว [15ม.ค.2563]

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH/ จังหวัดจันทบุรี เมืองรองที่การท่องเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เข้าไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับพื้นที่บริเวณริมชายฝั่งทะเล ผู้ค้าตลอดแนวถนนบริเวณศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ออกมาให้บริการนักท่องเที่ยว นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนคนในพื้นที่ ที่มีมาเกือบทุกวัน แต่จะคึกคักมากสุดก็วันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะไม่ต้องประสบปัญหาพื้นที่ชายฝั่งถูกน้ำทะเลกัดเซาะอีกต่อไป หลังกรมโยธาธิการและผังเมือง ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลประเภทบันไดคอนกรีต ความยาว 1,265 เมตร แบ่งเป็น 3 ระยะ โดยเริ่มก่อสร้างปี 2559 ถึง 2563 ลงพื้นที่สำรวจออกแบบ รับฟังความคิดเห็นสาธารณะกับผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นหรือ IEE ที่ตกผลึกความเห็นทั้งจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา ศาสนสถาน นักวิชาการอิสระกลุ่มประมงพื้นบ้าน และประชาชนในพื้นที่ รอยยิ้มของประชาชนและนักท่องเที่ยว สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจต่อความปลอดภัยของพื้นที่ หลังจากถูกปรับโครงสร้างให้มีความมั่นคงมากขึ้น ชม Clip ได้จาก Link ของรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ช่อง 3 : https://news.bectero.com/news/166680?fbclid=IwAR2Gk_tO2eWhJzesq6gVpuALvW2_5OVdJZHo_zUzscCCUqmJzKCYvfFdhaU

Beachlover

January 15, 2020

Google earth หาดมหาราช จ.สงขลา ไร้การกัดเซาะ [15 ม.ค.2563]

ในโพสก่อนหน้านี้ได้ไล่เรียงเรื่องราวของชายหาดมหาราช โดยใช้ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามในเดือน พ.ย.2562 ถึง ม.ค.2563 แม้จะได้ข้อมูลที่เห็นภาพเชิงประจักษ์ แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องความยาวนานของข้อมูล [ศึกษาโพสที่เกี่ยวข้องจาก https://beachlover.net/ตอกเข็มแล้ว-หาดมหาราช/] วิธีการที่ง่ายและประหยัดที่สุดในยุคนี้ที่จะสามารถศึกษาประวัติการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งได้ในระยะยาวคือการศึกษาจากภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายใช้งานสะดวกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากศึกษาจาก Google earth ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2013 (หรือ พ.ศ.2556) จนถึงปี 2019 (หรือ พ.ศ.2562) ณ พื้นที่ชายหาดมหาราช พบการเปลี่ยนแปลงดังภาพ ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมลักษณะนี้ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องของแนวชายฝั่งที่เป็นแนวน้ำตัดกับทราย ที่จะแปรเปลี่ยนไปตามระดับน้ำขึ้นลง หากเราต้องการกำจัดอิทธิพลเรื่องระดับน้ำแตกต่างกันที่ว่านี้ออกไป นิยามของแนวชายฝั่งอีกตัวหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ แนวพืชขึ้นถาวร (Permanent vegetation line) [ศึกษาเพิ่มเติมจาก https://beachlover.net/shoreline-detection/] เมื่อเรามองภาพรวมของหาดมหาราชทั้งสี่ภาพด้านบนจะพบว่า แนวพืชขึ้นถาวร (แนวขอบของหญ้า ผักบุ้งทะเล หรือต้นสน) นั้นไม่มีร่องรอยการเปลี่ยนแปลงที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าบริเวณนี้เผชิญปัญหากัดเซาะชายฝั่งจนต้องสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง นอกจากนั้นยังพบว่ากำแพงกันดินที่ท้องถิ่นเคยสร้างไว้เดิมเพื่อปรับภูมิทัศน์ยังถูกปกคลุมมิดด้วยหญ้าและผักบุ้งทะเล นั่นย่อมชี้ให้เห็นว่าชายหาดมีเสถียรภาพต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน จริงอยู่ว่า ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google earth นั้นยังมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาที่ถ่ายภาพ เช่น ไม่มีรอบการวนกลับมาถ่ายซ้ำคงที่ มีความถี่ต่ำมากในการวนมาถ่ายตำแหน่งเดิม จึงอาจไม่มีภาพของชายหาดในช่วงเวลาที่หาดเปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัด […]

Beachlover

January 15, 2020

ข้อสังเกตบางประการ: โครงการป้องกันการกัดเซาะหาดทรายแก้ว จ.สงขลา [14 ม.ค.2563]

จากเอกสาร “รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณตำบลชิงโค ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จ.สงขลา (บริเวณหาดทรายแก้ว)” ที่ได้จัดทำไว้เมื่อพฤษภาคม 2558 โดยบริษัท เอส ที เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด โดยมีเจ้าของงานคือกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พบรายละเอียดของโครงการดังนี้ (หน้า 2-57 ถึง 2-58) การก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดทรายแก้ว ได้ออกแบบให้เป็น เขื่อนกันคลื่นนอกฝั่งสันต่ำ จำนวน 6 ตัว ทำหน้าที่สลายพลังงานคลื่น และมีหัวหาด (Head land) ทั้งทางด้านเหนือ (NHL) และด้านใต้ (SHL) ของโครงการเป็นตัวควบคุมความสมดุลของแนวชายฝั่ง โดยหัวหาดเหนือห่างจาก Spending beach breakwater ประมาณ 100 เมตร และหัวหาดด้านใต้ห่างออกจากฝั่งประมาณ 300 เมตร นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบให้มีช่องระบายน้ำอยู่ชิดกับหัวหาด และมีกำแพงกันดินแบบหินทิ้ง (RR1 และ RR2) ทั้ง 2 ข้างของช่องทางระบายน้ำ เพื่อกันทรายไม่ให้ถูกพัดเข้าไปทับถมในทางระบายน้ำดังรูป สำหรับการเสริมทราย จะดำเนินการรื้อรอดักทรายบริเวณเดิมออก […]

Beachlover

January 14, 2020
1 44 45