หาดบางสัก ก็มีกำแพง?!?

[ภาพเมื่อ 19 กันยายน 2563] หาดบางสัก ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า อีกหาดเลื่องชื่อแห่งพังงา เป็นส่วนหนึ่งของเวิ้งหาดทรายขาวที่ยาวต่อเนื่องประมาณ 11 กิโลเมตร ตั้งแต่แหลมหัวกรังใหญ่ หรือแถวๆแหลมปะการัง จนถึง บ้านทับตะวัน หาดแห่งนี้มีความกว้างชายหาดค่อนข้างมาก และยังไม่มีการรุกล้ำพื้นที่ใช้ประโยชน์บนชายหาดมากนัก เกือบตลอดทั้งแนวเป็นที่ตั้งของโรงแรมและร้านอาหารติดชายหาด พบว่าส่วนใหญ่ยังคงสภาพเป็นป่าชายหาด และพื้นที่โล่งที่รอการพัฒนา ตัวหาดบางสักที่เป็นหาดสาธารณะจริงๆตั้งอยู่ประมาณกลางอ่าว ระยะทางตามแนวชายหาดประมาณกิโลเมตรกว่าๆ Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจชายหาดบางสักพบกำแพงกันคลื่นแบบกระสอบทราย และแบบหินทิ้ง อยู่บริเวณตอนเหนือของชายหาด จากการสังเกตพื้นที่ข้างเคียงโดยรอบแล้วพบว่าชายหาดยังคงสมบูรณ์ มีสันหาดที่สูงและค่อนข้างมั่นคง มีป่าชายหาดสภาพดี และไม่พบร่องรอยการกัดเซาะจนต้องสร้างกำแพง พบว่าด้านบนของกำแพงคือพื้นที่ด้านหน้าร้านอาหาร มีโต๊ะม้าหินวางเป็นกลุ่ม คาดว่ากำแพงกันคลื่นที่สร้างขึ้นนี้ คงใช้เพื่อให้เกิดความมั่นคงในการใช้ประโยชน์พื้นที่ส่วนนี้เพื่อรองรับผู้มาเยือน คำถามที่สำคัญคือ กำแพงที่สร้างขึ้นนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสิ่งใดกันแน่ หากมีการกัดเซาะเกิดขึ้นจริง เหตุใดจึงสร้างกำแพงเฉพาะบริเวณนี้ จากการสังเกตสภาพโดยรอบในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ไม่มีหลักฐานชัดเจนพอที่จะเชื่อได้ว่ามีการกัดเซาะบริเวณนี้อย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้สร้างกำแพง แม้ในช่วงคลื่นใหญ่ลมแรงก็ตาม คำถามต่อมาคือ หากชายหาดบางสักเกิดการกัดเซาะจริง เหตุใดจึงเลือกใช้กำแพงแบบหินทิ้งที่ไม่เหมาะกับการป้องกันชายหาดที่ลาดชันมากขนาดนี้ เพราะหินที่ใช้นั้นมีขนาดเล็ก สามารถหลุดออกจากที่ตั้งได้โดยง่ายแม้แรงคลื่นที่ปะทะจะไม่มากก็ตาม นอกจากนั้นด้วยมุมที่ชันและระดับของสันหาดที่สูง หินขนาดเล็กเช่นนี้ยังสามารถกลิ้งหล่นลงได้เองตามแรงโน้มถ่วงของโลกอีกด้วย ถือว่าเป็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่มิอาจบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Beachlover

September 20, 2020

หาดสนกระซิบกัดเซาะจนต้องสร้างกำแพงกันคลื่น

หาดสนกระซิบเป็นชายหาดทรายขาวยาวต่อเนื่องประมาณ 620 เมตร อยู่ติดต่อกับเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เป็นหาดสาธารณะ มีต้นสนบริเวณชายหาด ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ เนื่องจากเป็นชายหาดสั้นๆและไม่มีป้ายบอกทางที่ชัดเจนนัก หาดที่นี่จึงค่อนข้างเงียบสงบ มีร้านค้าร้านอาหารบางตา Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจในช่วงเดือนกันยายน พบว่าชายหาดค่อนข้างสมบูรณ์ ไร้ร่องรอยการกัดเซาะระดับรุนแรง มีเพียงต้นสนริมทะเลที่ถูกคลื่นซัดเอาทรายกลบรากออกไป จนบางต้นรากลอย นับได้ประมาณ 3-4 ต้นเท่านั้นทางฝั่งตะวันออกของชายหาด ซึ่งมักเกิดขึ้นได้กับทุกชายหาดในช่วงฤดูมรสุม โดยภาพรวมชายหาดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีการนำหินมาถมด้านหน้าลานปูนที่สร้างล้ำลงไปบนชายหาด โดยสร้างไว้เพื่อตั้งรูปปั้นและป้ายชื่อชายหาด ด้วยสภาพชายหาดแบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่ากำลังจะเกิดโครงการป้องกันชายหาดด้วยกำแพงกันคลื่น (ไม่ทราบรูปแบบและระบุระยะทาง) ด้วยงบประมาณ ปี 2564 ต่อเนื่องถึงปี 2566 จำนวน 60 ล้านบาท (รวมเอาโครงการหาดหนองแฟบเข้าไปผนวกด้วยในงบตัวเดียวกัน) โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง จะสร้างอะไร อย่างไร ได้ผลแบบใด เป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงกันได้ แต่หากไร้ซึ่ง “ความจำเป็น” ที่เป็น “เหตุ” แล้วนั้น ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ย่อมไร้ซึ่ง “ความชอบธรรม” ในการดำเนินโครงการทั้งสิ้น

Beachlover

September 16, 2020

ชายหาดหดหาย ชาวประมงไร้ที่จอดเรือ

เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2563 นายกฯและคณะได้ลงพื้นที่ จ.ระยอง และได้เดินทางมารับฟังปัญหาของชาวประมงพื้นบ้านหาดบ้านเพ อ.แกลง รายละเอียดติดตามได้จาก https://tna.mcot.net/politics-516590 โดยชาวประมงได้ร้องเรียนว่าชายหาดแถบนี้สั้นลงเรื่อยๆจนจอดเรือไม่ได้โดยเฉพาะช่วงเวลาน้ำขึ้น Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายฝั่งในพื้นที่เดียวกัน เมื่อต้นเดือนกันยายน 2563 พบว่าพื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของหาดสนสวน มีลักษณะเป็นหาดทรายยาววางแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ตั้งแต่ปากน้ำแกลงเรื่อยไปจนถึงสามแยกที่เชื่อมไปยังถนนสุขุมวิท ระยะทางตลอดแนวชายฝั่งประมาณ 5 กิโลเมตร ชุมชนประมงบริเวณนี้ใช้พื้นที่ชายหาดเป็นที่จอดเรือประมงขนาดเล็ก วางอุปกรณ์ประมง แล้วใช้พื้นที่ริมถนนเลียบทะเลติดกับที่จอดเรือเป็นพื้นที่วางแผงขายผลผลิตที่ได้จากการประมง เรียกได้ว่า เมื่อเอาขึ้นฝั่งก็นำมาขายกันแบบสดๆได้ทันที จากภาพพบว่า คราบน้ำขึ้นสูงสุดของวันอยู่ในระยะประมาณตำแหน่งท้ายเรือพอดี เป็นไปได้ว่าในช่วงน้ำเกิดที่พิสัยของระดับน้ำขึ้นลงสูงกว่าปกติ น้ำจะขึ้นไปสูงกว่านี้จนเรือลอย และคลื่นที่วิ่งเข้าฝั่งอาจทำให้เรือที่ลอยอยู่นั้นกระแทกกันเองและกระแทกกับขอบคอนกรีตด้านริมถนนจนเกิดความเสียหายได้ นอกจากนี้ Beach Lover ยังพบว่าทางทิศตะวันตกประชิดชุมชนประมงมีลานคอนกรีตเอนกประสงค์ยื่นลงไปบนชายหาดตามภาพ สำหรับชายหาดสวนสน พบว่าการเคลื่อนที่ของตะกอนเลียบชายฝั่งมีทิศทางจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก ดังนั้นหากมีโครงสร้างบางอย่างยื่นออกมาล้ำเขตอิทธิพลของคลื่น จะเป็นการรบกวนสมดุลของกระบวนการชายฝั่งทะเลนี้ นี่อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เร่งให้ชายหาดบริเวณชุมชนประมงหาดหายไปอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้น ทางทิศตะวันตกถัดไปทางท่าเรือบ้านเพ พบว่ามีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งหลากหลาย ทั้งกำแพงกันคลื่นแนวดิ่ง เขื่อนกันคลื่นท่าเทียบเรือ ซึ่งสร้างเสร็จไปนานแล้ว และกำลังก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดยาว 520 เมตร ที่กำลังจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2563 นี้ น่าวิเคราะห์กันต่อว่า ชายหาดหน้าชุมชนประมงนี้หดหายตามคำบอกเล่าของชาวบ้านไปเท่าไหร่แล้วเมื่อเทียบกับอดีต ด้วยสาเหตุใด และอะไรเป็นตัวเร่งปรากฏการณ์นี้กันแน่

Beachlover

September 13, 2020

บ่อคณฑี โดมิโน่ตัวแรก ล้มทั้งกระดาน!

เขื่อนกันทรายและคลื่นปากคลอง (Jetty) ระบายน้ำของกรมชลประทาน ณ บ้านบ่อคณฑี ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สร้างขึ้นเพื่อป้องกันทรายไม่ให้ไหลมาปิดปากร่องน้ำ สร้างเสร็จเมื่อปี 2527 ความยาว 75 เมตร โดยกรมชลประทาน เนื่องจากในช่วงเวลานั้น กรมใช้คลองสายนี้เป็นคลองระบายน้ำออกทะเล จากพื้นที่ชลประทานแถบนั้น Beach Lover ได้นำเสนอไปหลายครั้งแล้วถึงผลกระทบของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) ซึ่งจะกีดขวางการเคลื่อนที่ของตะกอนเลียบชายฝั่ง ซึ่งในพื้นที่ อ.ปากพนัง มีทิศเคลื่อนที่จากทิศใต้ไปทางทิศเหนือ โครงสร้างนี้จึงส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อชายหาดทางทิศเหนือของโครงสร้าง โดยพบว่าเกิดการกัดเซาะไปถึง 87.7 เมตร ระหว่างปี 2517-2538 ในปี 2527 ชาวบ้านได้ทําหนังสือเรียกร้องไปที่สำนักงานชลประทานที่ 11 อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชแจ้งให้ทราบถึงการกัดเซาะของแนวชายฝั่ง ซึ่งได้ส่งผลเสียหายต่อพื้นที่ของชาวบ้าน ทางเจ้าหน้าที่กรมชลประทานจึงได้เสนอแนะ ให้ทางส่วนราชการจังหวัดติดตามดูแลปัญหาการกัดเซาะของแนวชายฝั่ง หลังจากนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก่กรมชลประทาน และกรมเจ้าท่า ได้เข้ามาแก้ปัญหาในพื้นที่โดยการสร้างโครงสร้างรอดักทรายรูปตัวทีต่อยาวจากปากคลองระบายน้ำบ่อคณฑีไปจำนวน 19 ตัว และรูปตัวไออีก 4 ตัว รวมระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเสร็จในปี 2543 หลังจากนั้น ชายหาดของ อ.ปากพนัง […]

Beachlover

September 9, 2020

ใครรุกใครล้ำใครกันแน่ @ ตะโละกาโปร์

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ประชิดชายหาดไปแล้วในหลากหลายครั้ง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/ใครรุกใครล้ำ-หว้าโทน/ และ https://beachlover.net/ใครรุกใครล้ำใครกันแน่/ และ https://beachlover.net/ใครรุก-ใครล้ำ-เทพา/ และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่จะทยอยนำมาเล่าสู่กันฟัง ครั้งนี้ของฉายภาพให้เห็นอีก 1 พื้นที่ คือชายหาดตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นอีกหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดปัตตานี ลักษณะเป็นหาดทรายขาวสะอาดขนานกับชายฝั่งทะเล ในบางช่วงเวลาจะมีเรือกอและของชาวประมงจอดอยู่เป็นจำนวนมาก ริมหาดร่มรื่นด้วยทิวสนและต้นมะพร้าว Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจชายหาดตะโละกาโปร์ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบโครงสร้างที่ดูเหมือนจะรุกเข้าไปอยู่ในพื้นที่อิทธิพลของคลื่นลมยามมรสุม โดยพบความเสียหายของส่วนที่เป็นลานปูนซึ่งยื่นลงไปบนชายหาด รวมถึงสภาพโครงสร้างโดยรวมก็ชำรุดเสียหายและถูกทิ้งร้างไม่มีการใช้ประโยชน์มาสักระยะหนึ่งแล้ว ตามภาพ เมื่อสังเกตพื้นที่ข้างเคียงพบว่า แนวระดับน้ำขึ้นสูงสุด ณ วันที่สำรวจนั้น (1 วันก่อน Neap tide หรือน้ำตาย) ล้ำขึ้นมาจนถึงส่วนของลานปูนที่ชำรุดเสียหาย สังเกตได้ง่ายๆจากร่องรอยของคราบน้ำและซากของวัสดุเบาที่น้ำซัดขึ้นฝั่ง พบว่า แม้ในวันสำรวจจะเป็นช่วงที่พิสัยของน้ำขึ้นน้ำลงนั้นแคบ (Neap Tide หรือ น้ำตาย) ระดับน้ำสูงสุดในวันนั้นก็ล้ำเข้ามาถึงลานปูนของโครงสร้างประชิดฝั่งนี้ หากเป็นช่วงที่พิสัยการขึ้นลงของน้ำกว้าง (Spring tide หรือ น้ำเกิด) […]

Beachlover

September 8, 2020

หาดสร้อยสวรรค์ … ฤาจะเหลือแต่ชื่อ ?

หาดสร้อยสวรรค์ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายหลักสงขลา-ปัตตานี ตอนเหนือของปากน้ำเทพา ซึ่งมีโครงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำเทพา 1คู่ พร้อมด้วยเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งจำนวน 5ตัว และโครงสร้างป้องกันประชิดชายฝั่งอีกเกือบตลอดทั้งแนวจนมาสิ้นสุดสุด ณ ทิศใต้ของหาดสร้อยสวรรค์ ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบกำแพงเกเบี้ยน Beach Lover ได้นำเสนอบทความที่เกี่ยวข้องกับชายหาดบริเวณปากร่องน้ำเทพาและใกล้เคียงซึ่งครอบคลุมถึงหาดสร้อยสวรรค์ด้วย สามารถติดตามได้จาก https://beachlover.net/ชายหาด-เทพา/ Beach Lover ได้ลงสำรวจสภาพชายหาดสร้อยสวรรค์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 พบสภาพต้นไม้ริมชายหาดล้ม โครงสร้างป้องกันชายฝั่งเดิมพังเสียหาย โครงสร้างบางส่วนของร้านอาหารที่ตั้งอยู่ประชิดชายหาดพังระเกะระกะ ตามภาพ ส่วนชายหาดทางทิศใต้ซึ่งมีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งของเอกชนสร้างเพื่อป้องกันที่ดินของตนเองนั้นมีบางส่วนพังเสียหายมีสภาพตามที่เห็น และมีบางส่วนที่ (ดูเหมือนจะ) ยื่นล้ำลงไปบนชายหาด ซึ่งนั่นกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบชิ่งทำให้ชายหาดทางทิศเหนือเกิดการกัดเซาะเพิ่มมากขึ้น Beach Lover ยังไม่สามารถหาข้อมูลมายืนยันได้ว่าความเสียหายขึ้นเมื่อไหร่ หากได้ข้อมูลเพิ่มเติมจะนำมาเสนอในโอกาสถัดไป

Beachlover

September 6, 2020

แก้แบบ แก้โครงสร้างกันอีกรอบ @ The Regent Cha-Am

ในปี 2558 กรมเจ้าท่าได้จ้างเหมาก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จ.เพชรบุรี โดยมีการถมทรายชายหาดกว้าง 50 เมตร โดยฝังถุงทรายไว้ที่ระยะห่างฝั่งประมาณ 25 เมตร ตามรูปแบบที่ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ออกแบบไว้เมื่อตุลาคม 2556 และส่งมอบให้กรมเจ้าท่าไปดำเนินการต่อ โดยการก่อสร้างแล้วเสร็จไปเมื่อ พ.ย.2560 ปรากฏว่าหลังก่อสร้างแล้วเสร็จไปเพียง 1 ปี ทรายที่เสริมไว้ถูกพัดพาหายไปอย่างรวดเร็วจนถึงแนวถุงทรายที่เคยมีทรายปกคลุมอยู่ ถุงทรายเริ่มเกิดความเสียหายและก่อให้เกิดทัศนียภาพไม่สวยงาม โรงแรมรีเจ้นท์ชะอำบีชรีสอร์ท ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานนี้โดยตรง พบว่าเกิดอันตรายต่อผู้มาพักที่โรงแรมตลอดจนผู้ใช้ชายหาดอื่นๆ แขกมาเข้าพักลดน้อยลงเพราะชายหาดหน้าโรงแรมไม่สวยงาม ลงเล่นน้ำไม่ได้ จึงมีหนังสือถึงกรมเจ้าท่าขอให้พิจารณาตามข้อเสนอ 3 ข้อ ดังต่อไปนี้ (1) ทำการรื้อถุงทรายหน้าโรงแรมออกทั้งหมด (2) ทำการย้ายหัวหาดตามแบบแก้ไขของกรมเจ้าท่าในส่วนของทิศเหนือขยับขึ้นมาจนสุดแนวรั้วของโรงแรมรีเจ้นท์ ชาเล่ต์ และ (3) โรงแรมทราบดีถึงผลกระทบที่อาจตามมาจากข้อเสนอนี้ตามข้อ 1 และ 2 และยอมรับในการที่น้ำทะเลจะรุกเข้ามาถึงแนวกำแพงหรือแนวเขตที่ดินของกำแพงได้ กรมเจ้าท่าได้พิจารณาแล้วจึงทำการออกแบบเพื่อปรับปรุงแก้ไข ด้วยการรื้อถุงทรายแนวกันชนเดิมหน้าโรงแรมออกทั้งหมด แล้วนำมาเรียงเป็นแนวกันชนบริเวณชายฝั่งริมรั้วโรงแรม ด้านทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้หารือกับโรงแรมแล้วว่าเหมาะสม และได้สร้างหัวหาด (Headland) สองตำแหน่งห่างกันประมาณ 800 เมตร โดยหัวหาดนี้สร้างโดยใช้ถุงทรายวาง ส่วนที่ประชิดชายน้ำสร้างเป็นบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นผิวด้านบนเททับด้วยโพลี่ยูรีเทนเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการรับแรงดึง พร้อมการถมทรายด้านบน […]

Beachlover

September 4, 2020

“ปาบึก”กำลังจะเปลี่ยนหาดทรายแม่รำพึงเป็นหาดขั้นบันได

หาดแม่รำพึง ตั้งอยู่ ณ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่อง 4.5 กิโลเมตร ตั้งแต่ปากคลองแม่รำพึงทางทิศตะวันออกจนถึงคลองบางสะพานทางทิศตะวันตก หาดแม่รำพึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุปาบึกเมื่อ 4-5 มกราคม 2563 แม้จะไม่ได้รุนแรงมากเท่ากับพื้นที่ที่อยู่ใกล้ตาพายุ แต่ระดับน้ำก็ยกตัวสูงขึ้นพร้อมๆกับคลื่นขนาดใหญ่ที่ถาโถมซัดเข้าหาชายฝั่ง ดังภาพที่ปรากฏในข่าว หลังจากนั้น องค์การบริหารส่วนตำบาลแม่รำพึง ได้มีหนังสือลงวันที่ 22 มกราคม 2562 ถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง (เป็นครั้งที่ 3) เพื่อขอความอนุเคราะห์การก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง กรมโยธาฯ ซึ่งมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว จึงได้ดำเนินการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นเพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหาดแม่รำพึง ม.5 รวมระยะทาง 3.5 กิโลเมตร และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง ในเดือน พฤษภาคม 2562 และ กันยายน 2562 โดยได้ข้อสรุปว่ารูปแบบกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดนั้นเป็นรูปแบบที่ชาวบ้านพอใจ และยอมรับได้มากที่สุด โดยขอบเขตพื้นที่โครงการนั้นเริ่มตั้งแต่บางคลองบางสะพานยาวต่อเนื่องไปทางทิศตะวันออก 3.5 กิโลเมตร คงเหลือ 1 กิโลเมตรสุดท้ายของชายหาดก่อนถึงคลองแม่รำพึงไว้โดยไม่ดำเนินโครงการ (ข้อมูลจากเอกสารรับฟังความคิดเห็นโครงการ) Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจชายหาดแม่รำพึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม […]

Beachlover

September 3, 2020
1 … 41 42 43 … 47