ความคืบหน้า กำแพงป้องกันชายฝั่งชายหาดมหาราช [25ม.ค.2563]

Beach lover ได้นำเสนอการดำเนินโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นชายหาดมหาราช จ.สงขลา โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง มาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2562 จำนวน 4 เรื่อง ติดตามย้อนหลังได้จาก http://Google earth หาดมหาราช จ.สงขลา ไร้การกัดเซาะ [15 ม.ค.2563] และ http://ตอกเข็มแล้ว!! หาดมหาราช จ.สงขลา [11ม.ค.2563] และ http://ลงมือแล้ว! กำแพงกันคลื่นชายหาดมหาราช สงขลา [15 ธ.ค.2562] และ http://ใกล้แล้ว! การมาถึงของโครงสร้างบางอย่าง ณ หาดมหาราช [5 พ.ย.2562] ความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 25 ม.ค.2563 มีการตอกเข็มเพิ่มขึ้นเกือบตลอดทั้งแนวก่อสร้าง หล่อคอนกรีตแล้วในบางตำแหน่ง และมีการนำเสาเข็มมาวางเป็นจุดๆกระจายตลอดแนวก่อสร้าง โครงการนี้มีระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา 2 ปี 1 เดือน ตลอดแนว 1.1 กิโลเมตร จากการสังเกตหน้างานพบว่าผู้รับเหมาค่อนข้างเร่งงานพอสมควร แม้ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาก็หยุดงานเพียงไม่กี่วันก็กลับมาตอกเสาเข็มต่อ (จากปากคำของผู้มีบ้านอยู่ริมชายหาด) จากการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่พบว่า […]

Beachlover

January 26, 2020

กำแพงและทางระบายน้ำลงหาดกะรน จ.ภูเก็ต [20ม.ค.2563]

หาดกะรนเป็นชายหาดที่ยาวที่สุดของเกาะภูเก็ต ทอดยาวประมาณ 3.3 กิโลเมตร ในแนวเหนือใต้ กล่าวกันว่าทรายที่หาดนี้ละเอียดนุ่มเท้าที่สุดบนเกาะภูเก็ต และแทบไม่มีเปลือกหอยปะปนเลย ทางทิศเหนือของชายหาดเป็นสวนสาธารณะ ที่จอดรถ ถนนสาธารณะ และโรงแรม พื้นที่ส่วนนี้เองที่ปรากฏให้เห็นถึงโครงสร้างกำแพง ยาวประมาณ 450 เมตร สูงประมาณ 1.2 เมตร ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นกำแพงกันดินหรือกำแพงกันคลื่น ชาวบ้านแถวนั้นเล่าให้ฟังว่า ช่วงมรสุมที่ระดับน้ำทะเลสูงกว่ายามปกติ คลื่นจะวิ่งจนถึงตัวกำแพงซึ่งอยู่ห่างจากระดับน้ำวันนี้ประมาณ 50 เมตร ปัจจุบันยังไม่พบร่องรอยของผลกระทบที่เกิดจากกำแพงนี้ สุดปลายกำแพงทางทิศเหนือ พบทางระบายน้ำออกสู่ทะเล ไม่แน่ใจว่าเป็นทางระบายน้ำจากลำรางสาธารณะหรือไหลมาจากแหล่งใด แต่มีสีและกลิ่นไม่ดีนัก ทางออกสู่ทะเลได้ตัดให้ชายหาดแยกออกจากกัน สามารถเดินข้ามได้เฉพาะริมทะเลเท่านั้น มีหลายชายหาดที่ทางระบายน้ำลงทะเลส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพ การใช้ประโยชน์บนชายหาด ตลอดจนมลพิษที่ถูกปล่อยลงสู่ทะเล เป็นเรื่องน่าคิดว่า เราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร หรือจะปล่อยให้ไหลลงทะเลตามยถากรรมแบบที่ผ่านมา

Beachlover

January 20, 2020

กำแพงกันคลื่นใน 3 พื้นที่ ที่ต้องตั้งงบประมาณ “ต่อไปเรื่อยๆ” [17ม.ค.2563]

กําแพงกันคลื่น มีลักษณะเป็นกําแพงวางตัวตามแนวประชิดและขนานชายฝั่ง เพื่อรับแรงปะทะจากคลื่น ทําให้พื้นที่ด้านหลัง กําแพงกันคลื่นไม่ถูกกัดเซาะ มักใช้ในการป้องกันชายฝั่งที่มีพื้นที่แคบๆ นิยมใช้ในการป้องกันพื้นที่ของเอกชนเนื่องจากมีค่าใช้จ่าย ไม่สูงมากนัก อาจมีได้หลากหลายรูปแบบเช่น กําแพงกันคลื่นแบบหินทิ้ง แบบเข็มพืด แบบ Tetrapod แบบเกเบียน เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเชิงพื้นที่และงบประมาณ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ เกิดการสะท้อนกลับของคลื่นที่เข้ามากระทบโดยจะมีความ รุนแรงมากหน้ากําแพง ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อการใช้ประโยชน์ ด้านหน้ากําแพงได้ เมื่อคลื่นเข้าปะทะกําแพงจะเกิดการตะกุยตะกอนทรายจากชายหาดด้านหน้ากําแพงกันคลื่น แล้วกระแสน้ําในทิศทางออกจากฝั่งซึ่งเกิดจากคลื่นจะพาตะกอนทรายเหล่านั้นออกไปนอกชายฝั่ง ทําให้เกิดการกัดเซาะบริเวณหน้ากําแพงกันคลื่น ทําให้การเข้าถึงชายหาดถูกปรับเปลี่ยนสภาพไป อาจเกิดความไม่สะดวกขึ้น ทําให้เกิดการกัดเซาะที่ฐานและด้านท้ายน้ําของกําแพง (Downdrift) โดยมีลักษณะเป็น Local effect หากเป็นกําแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งมักก่อให้เกิดอันตรายเมื่อลม พายุขนาดใหญ่หอบเอาหินเข้ามาที่ชายฝั่งด้านใน เป็นอันตรายต่อ พื้นท่ีใกล้เคียงได้ ส่งผลเสียต่อทัศนียภาพริมทะเล ที่สำคัญ หากจุดสิ้นสุดของปลายกำแพงไม่ใช่หัวหาด หัวแหลม โครงสร้างป้องกันชายฝั่ง หรือโครงสร้างปากแม่น้ำ จะเกิดการกัดเซาะต่อเนื่องทางด้านท้ายน้ำ จนอาจจะต้องสร้างกำแพง “ต่อไปเรื่อยๆ” ใช้งบประมาณ “ต่อไปเรื่อยๆ” เพื่อแก้ไขปัญหานี้ “ต่อไปเรื่อยๆ” ตามรูป คำถามตัวโตๆคือ ประเทศไทยร่ำรวยพอที่จะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆ “ต่อไปเรื่อยๆ” หรือไม่

Beachlover

January 17, 2020

หาดรูสะมิแล จ.ปัตตานี [15ม.ค.2563]

หาดรูสะมิแล จ.ปัตตานี อยู่ด้านในอ่าวปัตตานี จ.ปัตตานี ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับปลายแหลมตาชีพอดี บริเวณนี้ไม่มีชายหาดธรรมชาติเหลือแล้วเนื่องจากมีการสร้างกำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งยาวประมาณ 955 เมตร

Beachlover

January 15, 2020

Google earth หาดมหาราช จ.สงขลา ไร้การกัดเซาะ [15 ม.ค.2563]

ในโพสก่อนหน้านี้ได้ไล่เรียงเรื่องราวของชายหาดมหาราช โดยใช้ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามในเดือน พ.ย.2562 ถึง ม.ค.2563 แม้จะได้ข้อมูลที่เห็นภาพเชิงประจักษ์ แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องความยาวนานของข้อมูล [ศึกษาโพสที่เกี่ยวข้องจาก https://beachlover.net/ตอกเข็มแล้ว-หาดมหาราช/] วิธีการที่ง่ายและประหยัดที่สุดในยุคนี้ที่จะสามารถศึกษาประวัติการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งได้ในระยะยาวคือการศึกษาจากภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายใช้งานสะดวกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากศึกษาจาก Google earth ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2013 (หรือ พ.ศ.2556) จนถึงปี 2019 (หรือ พ.ศ.2562) ณ พื้นที่ชายหาดมหาราช พบการเปลี่ยนแปลงดังภาพ ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมลักษณะนี้ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องของแนวชายฝั่งที่เป็นแนวน้ำตัดกับทราย ที่จะแปรเปลี่ยนไปตามระดับน้ำขึ้นลง หากเราต้องการกำจัดอิทธิพลเรื่องระดับน้ำแตกต่างกันที่ว่านี้ออกไป นิยามของแนวชายฝั่งอีกตัวหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ แนวพืชขึ้นถาวร (Permanent vegetation line) [ศึกษาเพิ่มเติมจาก https://beachlover.net/shoreline-detection/] เมื่อเรามองภาพรวมของหาดมหาราชทั้งสี่ภาพด้านบนจะพบว่า แนวพืชขึ้นถาวร (แนวขอบของหญ้า ผักบุ้งทะเล หรือต้นสน) นั้นไม่มีร่องรอยการเปลี่ยนแปลงที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าบริเวณนี้เผชิญปัญหากัดเซาะชายฝั่งจนต้องสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง นอกจากนั้นยังพบว่ากำแพงกันดินที่ท้องถิ่นเคยสร้างไว้เดิมเพื่อปรับภูมิทัศน์ยังถูกปกคลุมมิดด้วยหญ้าและผักบุ้งทะเล นั่นย่อมชี้ให้เห็นว่าชายหาดมีเสถียรภาพต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน จริงอยู่ว่า ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google earth นั้นยังมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาที่ถ่ายภาพ เช่น ไม่มีรอบการวนกลับมาถ่ายซ้ำคงที่ มีความถี่ต่ำมากในการวนมาถ่ายตำแหน่งเดิม จึงอาจไม่มีภาพของชายหาดในช่วงเวลาที่หาดเปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัด […]

Beachlover

January 15, 2020

ข้อสังเกตบางประการ: โครงการป้องกันการกัดเซาะหาดทรายแก้ว จ.สงขลา [14 ม.ค.2563]

จากเอกสาร “รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณตำบลชิงโค ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จ.สงขลา (บริเวณหาดทรายแก้ว)” ที่ได้จัดทำไว้เมื่อพฤษภาคม 2558 โดยบริษัท เอส ที เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด โดยมีเจ้าของงานคือกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พบรายละเอียดของโครงการดังนี้ (หน้า 2-57 ถึง 2-58) การก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดทรายแก้ว ได้ออกแบบให้เป็น เขื่อนกันคลื่นนอกฝั่งสันต่ำ จำนวน 6 ตัว ทำหน้าที่สลายพลังงานคลื่น และมีหัวหาด (Head land) ทั้งทางด้านเหนือ (NHL) และด้านใต้ (SHL) ของโครงการเป็นตัวควบคุมความสมดุลของแนวชายฝั่ง โดยหัวหาดเหนือห่างจาก Spending beach breakwater ประมาณ 100 เมตร และหัวหาดด้านใต้ห่างออกจากฝั่งประมาณ 300 เมตร นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบให้มีช่องระบายน้ำอยู่ชิดกับหัวหาด และมีกำแพงกันดินแบบหินทิ้ง (RR1 และ RR2) ทั้ง 2 ข้างของช่องทางระบายน้ำ เพื่อกันทรายไม่ให้ถูกพัดเข้าไปทับถมในทางระบายน้ำดังรูป สำหรับการเสริมทราย จะดำเนินการรื้อรอดักทรายบริเวณเดิมออก […]

Beachlover

January 14, 2020

ตอกเข็มแล้ว!! หาดมหาราช จ.สงขลา [11ม.ค.2563]

หาดมหาราช หาดทรายชายทะเลที่สงบ ร่มรื่น และมีความเป็นส่วนตัวมาก หาดทรายขาวน้ำไม่ลึกมาก สามารถเล่นน้ำได้ดี มีชายหาดร่มรื่นด้วยทิวสน มีการจัดแต่งเป็นที่พักผ่อน ที่ชมทิวทัศน์ ให้ความสะดวกในการพักผ่อนที่กลมกลืนกับธรรมชาติพอสมควร ด้านหลังแนวหาดเป็นสวนหย่อมและเป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ประทับยืนหันหน้าออกสู่ทะเล มีที่พัก ร้านอาหาร ให้บริการนักท่องเที่ยว หาดมหาราช ชายหาดที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ปรากฏร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่ง สังเกตได้จากพืชที่ขึ้นปกคลุมแสดงให้เห็นถึงความมีเสถียรภาพของชายหาด ชายหาดแห่งนี้เคยมีการสร้างกำแพงกันดินเพื่อปรับภูมิทัศน์ไปแล้วหนึ่งครั้ง ซึ่งปัจจุบันกำแพงนั้นได้ถูกพืชชายหาดปกคลุมจนเกือบมิด นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ชายหาดแห่งนี้ค่อนข้างเสถียร แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพใดๆ แม้ช่วงที่เกิดพายุซัดฝั่งอย่างพายุปาบึกเมื่อเดือน ม.ค.2562 จากการลงพื้นที่สำรวจของทีมงาน beachlover ก็ไม่ปรากฏร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่ง มีเพียงทรายที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนถนนและน้ำที่กระเซ็นข้ามมาด้านในเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทีมงาน beachlover ได้พบว่าต้นเดือน พ.ย.2562 เริ่มเห็นเสาเข็มจำนวนมากมาวางริมชายหาด มีการปักหมุดเขตการก่อสร้าง อะไรซักอย่าง แต่ยังไม่มีป้ายบอกถึงรายละเอียดโครงการ คาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นกำแพงกันคลื่นที่จะวางตัวอยู่บนชายหาดอย่างแน่นอน ต่อมาเดือน ธ.ค.2562 ทีมงาน beachlover พบว่าเริ่มมีการลงมือปรับพื้นที่พร้อมการติดตั้งป้ายระบุรายละเอียดของโครงการ พบว่าชายหาดที่สมบูรณ์แห่งนี้กำลังจะมีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดยาว 1.102 กิโลเมตร พร้อมปรับภูมิทัศน์โดยทำซุ้มไม้ระแนงอีก 5 แห่ง งบประมาณทั้งสิ้น 167.2 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 2 […]

Beachlover

January 13, 2020

งบประมาณปี 2563 เพื่อการป้องกันชายฝั่งทะเล [10 ม.ค.2563]

งบประมาณเพื่อสร้างโครงสร้างชายฝั่งทะเลในปี 2563 ของทั้งกรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการและผังเมืองเพิ่งผ่านสภาฯไปสดๆร้อนๆเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2563 โดยไม่มีการปรับแก้ไขส่วนนี้แต่อย่างใด  ในปี 2563 กรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ตั้งงบประมาณไว้ 1,447.43 ล้านบาท โดยไม่รวมงบผูกพันก่อนหน้าและไม่รวมงบผูกพันในปีถัดๆไป มีพื้นที่เป้าหมายใน 15 จังหวัดชายฝั่งทะเล (จาก 23 จังหวัดชายฝั่งทะเล) ในบางโครงการยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าจะเป็นโครงสร้างรูปแบบใด ความยาวเท่าไหร่ ส่วนโครงการที่ระบุรายละเอียดว่าเป็นกำแพงกันคลื่นนั้น งบประมาณในปี 2563 นี้ ปาเข้าไปเกือบ 140 ล้านบาทต่อ 1 กิโลเมตรแล้ว โดยที่ทั้งหมดของโครงสร้างประเภทกำแพงกันคลื่นดังกล่าวนี้ ไม่ต้องทำ EIA !?! น่าตกใจกับงบประมาณป้องกันประเทศจากการกัดเซาะชายฝั่งมูลค่ามหาศาล ทั้งราคาต่อหน่อยที่สูงลิ่ว บางพื้นที่เป้าหมายยังมองไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องใช้โครงสร้างป้องกันมากนัก และที่น่าห่วงกังวลที่สุดก็คือผลกระทบที่เกิดขึ้นการโครงสร้างที่ไม่ต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

Beachlover

January 10, 2020

กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได เกาะลิบง จ.ตรัง [6 ม.ค.2563]

กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดบริเวณนี้ยาวประมาณ 100 เมตร จากคำบอกเล่าของคนท้องถิ่น พบว่าสร้างโดยท้องถิ่น หลังเหตุการณ์ Tsunami ปี 2547 ชาวบ้านเล่าให้เราฟังว่า คนสร้างยัดถุงทรายไว้ด้านในตอนก่อสร้าง จึงทำให้กำแพงกันคลื่นบริเวณนี้พังอย่างไวเมื่อเทียบกับกำแพงส่วนถัดไปที่ใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก เรื่องผลกระทบชิ่งจากกำแพงไปกัดเซาะในพื้นที่ถัดไปนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นโครงสร้างยัดไส้ไร้คุณภาพแบบนี้ มีให้เห็นบ่อยๆโดยเฉพาะในท้องถิ่นไกลความเจริญ  ยิ่งสร้างจึงยิ่งพัง … ส่วนหนึ่งก็ด้วยเหตุผลนี้

Beachlover

January 9, 2020

เขื่อนกันทรายและคลื่นปากน้ำตะโก ชุมพร [ธันวาคม 2562]

เขื่อนกันทรายและคลื่นปากน้ำตะโก จ.ชุมพร (Jetty)  ปากน้ำตะโก อยู่ในอำเภอทุ่งตะโก ทิศเหนือของปากน้ำหลังสวน สภาพก่อนการสร้าง jetty นั้น เป็นไปตามภาพ Google earth ในปี 2558 ในปี 2554 กรมเจ้าท่าได้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบเพื่อก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นที่ร่องน้ำปากตะโก จังหวัดชุมพร โดยให้เหตุผลความจำเป็นว่า สภาพร่องน้ำประสบปัญหาการตื้นเขิน เนื่องจากในฤดูมรสุมคลื่นลมและกระแสน้ำพัดพาตะกอนดินทรายมาทับถมที่บริเวณปากแม่น้ำจนทำให้เกิดสันดอน ส่งผลให้ชาวประมงที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ไม่สามารถสัญจรผ่านเข้า-ออกได้สะดวก ปัญหาร่องน้ำตื้นเขินจึงส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของชุมชนในพื้นที่ ชาวประมงส่วนใหญ่ขาดรายได้ ทำให้ต้องออกไปหางานทำนอกพื้นที่ เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี จึงได้ดำเนินการขุดลอกบำรุงรักษาร่องน้ำอยู่เป็นประจำ แต่ยังไม่สามารถบรรเทาปัญหาร่องน้ำตื้นเขินได้ทันท่วงที ตามความต้องการของประชาชน  เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามหลักวิชาการ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ มีค่าบำรุงรักษาต่ำ อันเป็นการประหยัดงบประมาณของรัฐบาลในระยะยาว กรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำฯ อันได้แก่ การก่อสร้างท่าเทียบเรือ เขื่อนกันทรายและคลื่น ร่องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการขนส่งทางน้ำ จึงได้ว่าจ้างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้มีความชำนาญงานในด้านวิศวกรรมชายฝั่ง เป็นวิศวกรที่ปรึกษา ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบเพื่อก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่น ที่ร่องน้ำปากตะโก จังหวัดชุมพร ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงจากปัญหาร่องน้ำตื้นเขิน และให้เกิดความปลอดภัยแก่ชาวประมงในพื้นที่ อีกทั้งเป็นการให้ราษฎรที่ประกอบอาชีพประมงมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงอีกทางหนึ่งด้วย (http://www.publicconsultation.opm.go.th/phs/new_phs_proj_view.asp?editId=P531229001) หลังจากนั้นเริ่มเห็นการก่อสร้างโครงสร้างปากร่องน้ำด้านทิศเหนือของปากน้ำตะโกยาวเกือบ 200 […]

Beachlover

December 31, 2019
1 35 36 37 40